VW-Thai Club House
General Category => VW-Thai Club House => ข้อความที่เริ่มโดย: ส.b4 ที่ เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am
-
แปลงออยล์เกียร์มาเป็นแบบอากาศหลายเดือนแล้วครับ เพิ่งจะมีโอกาสอัดหนักๆ ก็เลยมารายงานสู่ชาว vw-thai
ตั้งแต่ 26 ต.ค. ถึง 27 พ.ย. นี้ จากกรุงเทพฯ-เชียงราย ฃึ้นดอยแม่สะลอง และภูเขาลูกอื่นๆ อีก ผมก็ไม่รู้ว่าเขาเรียกว่าอะไร
แต่ก็เป็นภูเขาสูงชัน มัทั้งทางลาดยางและทางดิน เอาเป็นว่าจะพูดแต่เรื่องออยเกียร์ก็แล้วกันนะครับ
ผมเปลี่ยนน้ำมันเกียร์ จากของโฟล์ค มาเป้น caltex Texamatic 1888 อันนี้ตามคำแนะนำไว้ในเว็บของพี่ช่างเหอะ
กรุงเพฯ-เชียงราย (ต.ป่าซาง อ.แม่จัน แล้วขึ้นดอยไปอีก 20 กม.ถึงที่พัก ) พักเข้าห้องน้ำตามปั้ม กินข้าวที่ร้องกวาง (แกงอ่อม+ต้มยำไข่อ่อน)
ช่วงนี้เป็นฤดูหนาว ภาคเหนืออากาศเย็น
วิ่งทางเรียบแถวภาคกลาง อุณหภูมิน้ำกลางคืนเข็มชี้ที่ 80 องศา กดMFA อุณหภูมิน้ำมันเครื่อง 78 เอามือแตะคอนโซลเกียร์ ตรงใกล้ๆด้ามเกียร์ เมื่อก่อนแปลงออยเกียร์มันจะอุ่นๆ ครับ ถ้ารถติดก็ร้อนเลยครับ เดี๋ยวนี้แปลงแล้วเอามือแตะดูเย็นเท่ากับของอื่นๆที่อยู่ในรถนั่นแหละ แปลว่าอุณหภูมิน้ำมันเกียร์ไม่ร้อนเกินไป แต่จะอยู่ที่เท่าไรผมไม่มีเครื่องวัด
ปัญหาเรื่องเกียร์เรรวน กระตุกพุ่งวูบวาบ ยามเครื่องร้อนเมื่อรถติด หายแบบเบ็จเสร็จเด็ดขาดไปลเยครับ แต่ครับ แต่ว่า
ต้องเปิดแอร์ตลอดครับ ถ้าปิดแอร์แล้วพัดลมหม้อน้ำจะหยุดทำงาน เอามือแตะคอนโซลตรงใกล้ๆ ด้ามเกียร์ก็จะรู้สึกร้อนขื้นมาทันที
ใจหายวูบเลยครับ ต้องรีบเปิดแอร์ครับ มันก็จะกลับไปเย็นเจี๊ยบเหมือนเดิมครับ ข้อเสียก็คือเราปิดแอร์วิ่งไม่ได้ บางครั้งวิ่งทางไกลกลางคืนอากาศเย็นถ้าปิดแอร์จะประหยัดเชื้อเพลิงไปอีกเยอะนะครับ เคยลองแล้ว กรุงเทพเชียงราย เจ็ดร้อยห้าสิบกว่าโล เปิดแอร์วิ่งเสียค่าแก๊ส LPG ไปประมาณหนึงพันกว่าบาท ไม่ถึงพันสอง(ลิตรละ 12.5-12.99 บาท) ถ้าปิดแอร์วิ่งเสียประมาณแปดร้อยกว่าๆ ครับ (บรรทุกของมามีทั้งข้าวสาร ไวน์อีกสองลัง ของฝาก เสื้อผ้าสัมภาระ คนอีกสี่คน รวมถังแก๊สด้วย แล้วหนักประมาณ สามร้ยกว่ากิโล)
วิ่งทางเรียบกลางวันแถวภาคกลาง อุณหภูมิน้ำอยู่ที่ 80-90 อุณหภูมิMFA น้ำมันเครื่อง 84-86
ทางเรียบภาคเหนือ อุณหภูมิน้ำอยู่ที่ 70-80 อุณหภูมิMFA น้ำมันเครื่อง 74-80
วิ่งบนภูเขา อากาศเย็น ขึ้นดอยสูงขึ้นไปเรื่อยๆ ไม่รู้ว่าสูงเท่าไร คงประมาณ 1500-1600 เมตรจากระดับน้ำทะเล
ก่อนแปลงออยเกียร์ อุณหภูมิน้ำมันเครื่องเคยอยู่ที่ 118-120 อุณหภูมิน้ำ 90 มือแตะคอนโซลดูร้อนจี๋เลยครับ
แปลงออยเกียร์แล้ว อุณหภูมิน้ำมันเครื่องอยู่ที่ 110-112 อุณหภูมิน้ำ 90 มือแตะคอนโซลดู เย็นเจี๊ยบอีกแล้วอ้ะ
สรุปครับ
การถอดออยเกียร์น้ำที่ติดมากับรถออก แล้วเปลี่ยนเป็นรังผึ้งแบบออยเกียร์อากาศ สามารถตัดปัญหาเครื่องร้อยน เกียร์รวนได้ครับ
( วิ่งในกรุงเทพฯ อุณหภูมิ น้ำมันเครื่องไม่เคยเกิน 104 ไม่ว่ารถจะติดแค่ไหนก็ตาม ถ้าพัดลม step2 ทำงาน แต่ไม่ว่าเครื่องจะร้อนยังไงก็ตาม เกียร์ก็ยังเย็นเฉียบครับ ไม่ต้องห่วงเรื่อง working temp ครับ เครื่องรุ่นนี้ออกแบบมาใช้ลุยหิมะครับ เย็นแค่ไหนก็ไม่กลัว ไม่ต้องคิดมากครับ แก้ปัญหาเกียร์รวนได้สนิท ฟันธงเลยครับ)
สำหรับน้ำมันเกียร์ caltex Texamatic 1888 ความรู้สึกผมไม่แตกต่างจากน้ำมันลิตรละ 7-8 ร้อยเลยครับ ไม่แตกต่างจริงๆ
ที่ปั๊มน้ำมันขายเก้าร้อยกว่าก็ซื้อไปเหอะ สำหรับผมแล้วนะ ขับลุยมาขนาดนี้แล้วไม่กลัวอะไรอีกแล้วเรื่องน้ำมันเกียร์ (ขึ้น-ลงดอย คันเกียร์ที่ตำแหน่ง 2-3 ตลอด)
อันนี้ไม่ได้โฆษณาให้เขานะ เดี๋ยวอาจจะมีคนสงสัย ก็บอกซะก่อนเลย ไปติดตั้งที่อู่ช่างแมว ลาดปลาเค้า 24 ก็รู้จากในเว๊บนี้นะแหล่ะ
เป็นของรถ BMW เห็นสติ๊กเกอร์ที่ติดอยู่บนรังผึ้งเขียนไว้ยังงั้นด้วย
[ 28 พ.ย. 2552 , 14:49:10 น
-
-ขอทราบว่าทำอย่างไรครับช่วยอธิบายให้ฟังด้วยถ้ามีรูปก็จะดีมากครับ
28 พ.ย. 2552 , 18:21:09 น
-
ขอบคุณที่ถ่ายทอดความรู้ที่กำลังสนใจ ผมขอข้อมูลเพิ่มครับ พัดลมใช้แบบเดิมๆหรือว่าดัดแปลงแล้วครับ
28 พ.ย. 2552 , 18:37:51 น
-
ขออภัย ผมส่งรูปไม่เป็นครับ แต่พอจะใช้การอธิบายได้ ว่า เขาถอดเอา ออยคูลเลอร์รูปร่างเหมือนปลากระป๋องกล่องแบน ที่อยู่บนห้องเกียร์แถวๆ ใต้แบตเตอรี่ออก แล้วเอาน้อตสองตัวที่ถอดออกมานั้นน่ะ ไปเป็นตัวอย่างกลึงใหม่ ให้มันมีหัวเป็นแบบที่ใช้สำหรับเสียบท่อยางไฮดรอลิคได้ แล้วก็เอาน้อตตัวใหม่สองตัวเนี๊ย
ไปใส่แทนที่ตัวเก่า แล้วต่อท่อยางสำหรับน้ำมันไฮดรอลิค สองเส้น ไป-กลับ โดยต่อไปยังรังผึ้งตัวเล็กๆสำหรับระบายความร้อนน้ำมันเกียร์ รังผึ้งนี้ติดไว้ด้านหน้าของรังผึ้งแอร์ เขาไม่ติดประกบชิดเลย เว้นระยะห่างประมาณหนึงเซนต์ คงมีเหตุผลของเขา ต้องเติมน้ำมันเกียร์เพิ่มไปด้วยนะครับ
ผมสังเกตดูที่ปลายน้อตกลึง เขาทำเป็นตุ้มกลมๆ ไว้สำหรับกันท่อยางลื่น
และที่ปลายท่อทั้งสองของฝั่งรังผึ้ง ดูแล้วมีรอยเชื่อมไอ้ตุ้มกลมๆ นี้เหมือนกัน ไว้สำหรับกันท่อยางลื่นหลุด แล้วก็ใช้เหล็กรัดท่อยางทั่วไปรัดไว้
ถ้าอย่างไรก็เปิดดูกระทู้เก่าๆ ที่ผ่านมาก็ได้ครับ มีรูปภาพด้วย คุณค้นคำว่า ออย, ออยล์, oil, cooler,เกียร์, อากาศ, อะไรทำนองนี้นะครับ แต่ในความเห็นผมนะ ตัวเองจะเป็นช่างหรือเปล่าก็ไม่รู้นะ ถ้าไม่ได้เปิดอู่เองละก็ งานนี้ไปจ้างเขาดีกว่า คุ้มค่าเงิน-เวลา อู่ไหนก็ได้ครับ เลือกเอาในเว็บนี้แหละครับ
ส่วนพัดลมหม้อน้ำนั้น ก็ใช้ของเดิมครับ ไม่ได้มีการดัดแปลงอะไร
29 พ.ย. 2552 , 10:09:20 น
-
ออยคูลเลอร์รูปร่างเหมือนปลากระป๋องกล่องแบน
^
^
^
เออใช่ เหมือนจริงๆ ด้วย
5 5 5 5
29 พ.ย. 2552 , 10:25:36 น
-
ยินดีที่ทำแล้วแก้ปัญหาได้และถูกใจเจ้าของรถครับ ของผมก็แปลงแล้วเหมือนกันรู้สึกดีกับมันเช่นกันแต่ไม่ได้เห็นความแตกต่างมากอย่างที่คุณส.B4 เล่าอาจเป็นเพราะไม่ได้สนใจเก็บรายละเอียดครับ
คุณ whithpassat พัดลมตัวหลักเดิมของมันดีมากครับ ที่มีประสบการณ์มาคือพอมันเก่ามันจะหมุนไม่แรงครับอาจทำให้การระบายความร้อนไม่สมบูรณ์นัก ส่วนตัวตามถ้าไม่ดัดแปลงให้มีมอเตอร์ก็ใช้ได้ดีครับ ส่วนของผมที่ดัดแปลงตัวตามไปเป็นแบบมีมอเตอร์ก็คิดว่าจะได้ไม่เป็นภาระของมอเตอร์ตัวหลักมันจะได้มีอายุยืนยาวขึ้นอีกหน่อย แล้วก็เผื่อมันเสียจะได้มีอีกตัวไว้ใช้ชั่วคราวพอเอารถกลับบ้านได้ไม่ต้องจอดทันทีหนะครับ
29 พ.ย. 2552 , 13:23:58 น
-
ขอบคุณ คุณส.บี4มากครับ ขอชมว่าบรรยายความได้ดีมากครับ เกิดมโนภาพตามไปอย่างดีเลย รถผมติดออยเกียร์อากาศเรียบร้อยแล้วแต่ก็ยังร้อนอยู่กดMFAเช็คความร้อนก็ยังสูงมากเกิน100 สงสัยพัดลมไฟฟ้าผมเริ่มออกอาการอยากกลับเยอรมันเสียแล้ว วันนี้วิ่งมาทำงานก็ขึ้นตั้ง104-106ขึ้นๆลงๆ สงสัยต้องใช้ตัวช่วยแล้วละครับ คงต้องรบกวนช่างหมุกฯให้มาช่วยอีกแรงหนึ่งด้วย...ผมเห็นด้วยกับเสธ.นะครับที่จะให้มีตัวช่วยเผื่อตัวหลักไม่ทำงาน คงจะติดเร็วๆนี้ละครับ.
30 พ.ย. 2552 , 08:14:04 น
-
ขอบคุณที่ชมครับ คุณ whitePASSAT ผมอ่านทุกกระทู้ในเวบนี้มาสี่ห้าปีแล้วครับ ตั้งแต่ไม่ค่อยรู้เรื่องอะไร จนเดี๋ยวนี้ก็พอจะรู้บ้าง และหากมีโอกาสตอบแทนท่าน ผมก็ขอตอบแทนด้วยการแจ้งผลการใช้รถอย่างนี้ละครับ แต่จะแนะนำการซ่อมคงไม่ไหวครับ
ในเรื่องของ MFA ครับ เมื่อก่อนหน้าที่จะติดตั้งออยเกียร์อากาศ ผมเองยังเข้าใจว่า MFA นั้นแสดงอุณหภูมิของน้ำมันเกียร์ (transmission oil) แต่ภายหลังไปเจอข้อความในเวบนี้ จึงรู้ว่ามันแสดงอุณหภูมิของน้ำมันเครื่อง (engine oil) เท่านั้น
ของเดิมที่ใช้ ออยเกียร์น้ำ โดยใช้น้ำจากหม้อน้ำรังผึ้งมาเป็นตัวอุ่นในขณะเย็น (หมายถึงเย็นทั้งอากาศภายนอกและหรือทั้งเครื่องยนต์ด้วย) และเป็นตัวระบายในขณะร้อน เมื่อมาใช้ในเมืองเราซึ่งมีอากาศร้อน ในเวลาที่รถติด หรือ การขับขี่ในที่สูงชัน การใช้เกียร์ต่ำ เป็นระยะเวลา/ทางยาว การระบายความร้อนของระบบนี้ ทำไม่ทันครับ มันจึงเกิดความร้อนสะสม (น้ำมันเครื่องร้อนขึ้น ทำให้น้ำมันเกียร์ร้อนขึ้น / น้ำมันเกียร์ร้อนขึ้นก็ดันให้น้ำมันเครื่องร้อนขึ้น ในที่สุดก็รวนครับ พอดับเครื่องปล่อยให้เย็นลง ก็ขับได้เหมือนเดิมอีก)
พอเปลี่ยนแปลงมาเป็นใช้ออยเกียร์อากาศแล้ว การระบายความร้อนของน้ำมันเครื่องกับน้ำมันเกียร์ ก็แยกออกจากกัน พอเรากด MFA ก็เป็นการวัดอุณหภูมิน้ำมันเครื่องเพียงอย่างเดียว ไม่เกี่ยวข้องกันกับน้ำมันเกียร์อีกต่อไปแล้วนะครับ ฉะนั้น ถ้าน้ำมันเครื่องยังร้อนอยู่ก็ไม่เกี่ยวกับออยเกียร์อีกแล้ว น่าจะเป็นสาเหตุอื่นใดในระบบระบายความร้อนเครื่องยนต์ครับ
ที่ผมตอบมาทั้งหมดนี้ใช้วิธีการอนุมาณเอาจากรถของตนเอง นะครับ อาจมีข้อเท็จจริงที่ถูกต้องมากกว่านี้ก็ได้ จากการสังเกตนั้น b4 คันที่ผมกำลังใช้อยู่นี้ หลังจากเปลี่ยนออยเกียร์แล้วสามารถแยกความร้อนออกจากน้ำมันเครื่องได้ประมาณ 8 องศา (ในขณะรถติดหรือ over load) และได้ 12-16 องศา (ในขณะที่วิ่งทางเรียบ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิ ambient temp)
เคยอ่านพบในกระทู้ในเวบนี้ว่า วัดอุณหภูมิน้ำมันเกียร์ต้องใช้เครื่อง VAG วัดครับ ผมไม่มีเครื่องนี้ก็เลยใช้วิธีเอามือคลำสัมผัสที่คอนโซลตรงแถวๆด้ามเกียร์ครับ
30 พ.ย. 2552 , 15:03:19 น
-
mwtwobk
4 พ.ย. 2011 , 17:28:25 น
-
rutkju
23 พ.ย. 2011 , 17:15:50 น