VW-Thai Club House
General Category => VW-Thai Club House => ข้อความที่เริ่มโดย: อู๋ไม่รู้ Vento97 - ที่ เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am
-
พี่ ๆ เพื่อน ๆ น้อง ๆ ชาว Volk และทุกท่านที่เป็นชาวไทยครับ... วันนี้ผมได้มีโอกาสไปดูฟุตบอลไทย เจอะ ญี่ปุ่นมาครับ ผมเรียนตรง ๆ กันเลยว่าสะเทือนใจมาก ๆ ครับ อยากจะทำตัวให้เป็นพวกญีปุ่นให้รู้แล้วรู้รอด มันไม่ใช่ว่าเพราะเราแพ้ ๓ ลูกนะครับ แต่เป็นเพราะกองเชียร์ของเขาสิครับ ยิ่งใหญ่มาก เหนียวแน่ รวมพลังกันอย่างสามัคคี ผมเรียนตรง ๆ เลยครับว่า กองเชียร์เค้าน่าจะเกือยเท่ากองเชียร์ไทยเลยที่เดียว เดินเข้าไปเจอแต่ยุ่น ต้องเดินหาคนไทยเพื่อไปนั่งด้วย นี่ขนาดต่างบ้านต่างเมืองนะครับ พวกเค้ายังมารวมตัวกันเชียร์ทีมชาติของเค้าได้ขนาดนี้ ไม่รู้ว่านัดกันมาได้ยังไงเป็นหมื่นคน ผมเห็นแล้วทั้งเซ็ง ทั้งอิจฉา ทั้งเจ็บใจที่เราชาวไทยสู้เค้าไม่ได้แม้นกระทั่งเรื่อง สามัคคี... ได้แต่แอบหวังว่าสักวันเราจะมีทั้งความเก่งกาจและความสามัคคีได้ใกล่เคียงเค้าบ้างในอนาคต...
จะรักและตามเชียร์ทีมชาติของเราต่อไปครับ รักเธอประเทศไทย...
[ 15 มิ.ย. 2551 , 01:35:09 น
-
ผมว่าอาจจะด้วยสถานการณ์ในบ้านเมืองไม่นิ่งบวกกับข้าวของแพง! ออกนอกบ้านเดี๋ยวนี้แบบไม่มีไม่มีอย่างน้อยใบสีแดงต้องอยู่ในกระเป๋าสักสองสามใบครับ, คนเลยนั่งเชียร์กันที่บ้าน และผิดหวังเล็กน้อยถึงปานกลาง. ผมว่าอีกนัดหน้าโน้นๆๆๆๆ และ สถานการณ์ในบ้านเมืองเข้าที่ คงจะได้เห็นพี่น้องชาวไทยไปกันล้นสนามละครับ.
*****รักเธอประเทศสยาม*****
15 มิ.ย. 2551 , 02:54:38 น
-
...นี่เองคือจิตวิญญานของการรักประเทศ รักชาติ เมื่อก่อนญี่ปุ่นยอมรับผิดว่าพวกเขานั้น "รักชาติมากเกินไป" มากจนกลายเป็นอาการของพวก"หลงชาติ(Chauvinist)" อย่างรุนแรง...แต่คนฉลาดนั้นใช้"บทเรียนในประวิติศาสตร์"มาปรับปรุงความคิดของตนเองได้เสมอและเร็วด้วย วันนี้ ญี่ปุ่นรู้ดีว่าการรักชาติควรมีขอบเขตหรือควรทุ่มอย่างสุดๆในสถานการณ์ใดเรื่องอะไรและเมื่อไร และที่สำคัญคือที่ใหนและช่ติตนเองนั้น"จะได้อะไร"....ดังนั้น จึงไม่น่าแปลกอะไรที่ประเทศที่เริ่ม"พัฒนา"ไปสู่ความทันสมัยพร้อมกันกับเราเปี๊ยบ(สมัยเมจิในยุคเดียวกับเราคือสมัยล้นเกล้ารัชกาลที่5)จึงนำหน้าเราแบบไม่เห็นฝุ่น และก็ไม่แปลกอะไรกับอีกประเทศที่มีคุณลักษณะของคนในชาติคล้ายๆกัน แถมเริ่ม"พัฒนา"หลังเราแบบทิ้งกันห่าง คือ เกาหลี วันนี้เขานำเราห่างชนิดไม่เห็นฝุ่นเหมือนกันแถมเราเองต้องเดินทางไป"ดูงาน"การพัฒนาประเทศของเขาอยู่เสมอๆ...ที่พูดมาทั้งหมด ไม่ได้ยกยออะไรว่าคนพวกนี้ดีกว่าเราเหนือกว่าเรา ผมภูมิใจในความเป็นไทยที่เรียบง่ายและมีชีวิตที่งดงามเสมอ และก็ไม่เคยบอกว่าประเทศเหล่านั้นคือ"เป้าหมาย"ที่เราควรจะเป็นเหมือนเขา แต่ผมมีคำถามในใจเสมอว่า คนที่เข้ามามีอำนาจในการ"นำ"ประเทศของเราทำไมไม่นำวิถีชีวิตจากรากเหง้าที่"เราเป็น"และ"เรามี"อย่างสง่างามเหล่านั้นมาเป็นพื้นฐานในการนำชาติไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองแบบเรา...บ้านเมืองเราวันนี้และยามนี้ จึงเต็มไปด้วยภาพความฉ้อฉลตอแหลและตะแบงของบรรดาผู้มีอำนาจที่เป็นแบบอย่างผิดๆให้กับอนุชนรุ่นหลัง...ครับ ผมเองก็ "รักเธอประเทศไทย"...
15 มิ.ย. 2551 , 10:47:22 น
-
คุณอู๋ไม่รู้ครับ คุณกำลังมองอะไร ๒ สิ่ง ซึ่งเป็นคู่กัน ต่างสุดขั้ว ผมว่าไทยก็มีดีบางอย่าง ญี่ปุ่นก็มีดีของเขา แต่ผมพิจารณาโดยรวมก็ต้องยอมรับว่าโดยรวมเขาดีกว่า ญี่ปุ่นไม่ได้รักชาติแค่พูดแต่เขาทำให้ประจักษ์จากการกระทำ เขามีความอดทนสูงเคยแพ้สงครามจนไม่มีปัญญาใช้หนี้ มีสติปัญญาและความมุ่งมั่นที่จะทำให้สำเร็จ แต่ชีวิตเขาก็เครียดนะครับ ผมว่าถ้าเอาไทยบวกญี่ปุ่นหารสองจะเป็นทางสายกลางของพระพุทธเจ้า
15 มิ.ย. 2551 , 20:46:25 น
-
จากความคิดเห็นต่าง ๆ ที่ส่งมาผมก็ว่าจริงอะครับ แต่ที่ผมพูดเนี่ยก็คืออยากให้ชาติเราสามัคคีกันมาก ๆ มาเชียร์กันมาก ๆ ร้องเพลงกันดัง ๆ เหมือนญี่ปุ่นเขาและอยากให้เตะบอลกันเก่งขึ้นได้ใกล่เคียงเขาบ้าง ก็พอใจแล้วครับสำหรับวงการฟุตบอลไทย ส่วนเรื่องการเมืองก็สุดเยียวยาล่ะครับ ในเมื่อคนส่วนใหญ่ทางเหนือและอีสานเค้าเลือกพลังประชาชนซึ่งก็รู้อยู่ว่าในเป็นเบื้องหลัง มาทำหน้าที่ก็ต้องยอมรับไปน่ะครับ เพราะเราคือประชาธิปไตย...
นานาความคิดครับสำหรับเราชาวไทย รักกันมาก ๆ นะครับ ทะเลาะกันก็อย่าถึงฆ่าแกงกันเลยครับ...
16 มิ.ย. 2551 , 00:03:58 น