VW-Thai Club House
General Category => VW-Thai Club House => ข้อความที่เริ่มโดย: ชัย - ที่ เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am
-
To คุณ T13
แทบจะตัดประเด็นเรื่องยางแท่นเครื่องไปเลย ของผมเองตอนที่ยกเครื่องก็เห็นๆอยู่ว่า 4 ก้อน
ที่รองเครื่องอยู่ 2 ก้อน สภาพแย่แล้ว ยังไม่มีอาการนี้ ที่ยังไม่เปลี่ยนเพราะยังไม่มั่นใจว่าจะปล้ำ
สำเร๊จมั้ย และทุกวันนี้ก็ยังไม่เปลี่ยน
ถ้า เครื่องยนต์ไม่สามารถเร่งรอบขึ้นได้ตามที่ควรจะเป็น ขณะมีภาระในสภาพปกติ
กำลังเครื่องต้องตก
แต่กำลังตก เกิดจากอะไรละทีนี้ ขอคิดก่อน ขอถามอีกหน่อย
เป็นกระทันหัน หรือ ค่อยๆออกอาการ
เอาง่ายๆก่อน
1. เป็นเฉพาะรอบสูง ของทุกเกียร์ เร่งไม่ขึ้น สั่นมากจนขาดความมั่นใจ..... โดยทั่วไป ระบบไฟแรงสูง
เช่น หัวเทียน , สายหัวเทียน เป็นจำเลยที่ 1 แต่โดยมาก รอบต่ำมันก็มีอาการ.....เอออออออออ
กินยาสามัญประจำบ้านก่อน
หัวเทียน ถอดตรวจดูเองไหวมั้ย ทีละตัวก็ได้ จะได้ไม่ต้องจำสายหัวเทียน
เช๊คระยะห่างเขี้ยวด้วย ก่อนใส่คืนที่ , เปิดฝาจานจ่าย ดูเขม่าที่เขี้ยวทั้ง 4 ของสายหัวเทียนด้วย
ถ้ามีก็ขูดมันออก ไม่ต้องคิดมาก ช่างไหนๆ เขาก็ตรวจเช็คเบื้องต้นกันแบบนี้
2. ถ้าวิ่งแล้วทำให้กำลังตก ตามที่เล่ามา คลัชท์ไม่ลื่นแน่ เพราะถ้าคลัชท์ลื่นรอบเครื่องแซงหน้าความเร็ว
ไปเยอะแน่ แต่ post ครั้งหลังนี้ บอกว่าพอสั่นแล้วรอบเครื่องสูงขึ้นนี่ซิน่าคิด........ก่อนหน้านี้
ไปทำอะไรมาหรือเปล่า
3. ตอบคุณกาลามัง
ผมใช้วิธีเอาตัวอย่างส่งให้ร้าน อะไหล่ บอกรุ่น บอกปี ขอให้เขาเช๊คราคาให้ก่อน แล้วสั่งเขาเบิก
จากวรจักร ไม่ได้ไปตะเวนหาเอง ถ้าไม่รู้จักกันเขาอาจจะขอมัดจำแต่ผมเป็นลูกค้าเก่ารู้จักบ้าน
ก็เลยง่ายหน่อย
ปล.อยากเห็น T3 วิ่ง........ ถ้าหาสาเหตุเจอก่อนที่จะได้ติดต่อกันอีก บอกกันมั่งนะครับไว้เป็น
ข้อมูล แต่ถ้าไม่หาย ค่อยไล่กันอีกที
[ 3 มี.ค. 2551 , 15:11:44 น
-
ก่อนอื่นผมขอขอบคุณ คุณชัยที่ช่วยตอบปัญหาคาใจคนขี้สงสัยอย่างผม อย่างไม่รู้เบื่อ (รึเปล่าน้า)
เรื่องของเรื่องคือ ท่อน้ำแตกครับ ไอ้อันที่มันลอดใต้พูเล่ (น่าจะเขียนผิด) นั่นละครับ
ช่างต้องถอดพูเล่ครับ อันแรกที่ช่างเปลี่ยนมันเป็นเหลักท่อนนึงและพลาสติกอีกท่อนต่อกันด้วยท่อยาง
(ไม่ชอบใจเท่าไหร่หรอกไอ้พลาสติกเนี่ยะ)
แล้วก็เป็นเรื่องจนได้ วิ่งๆไปน้ำรั่วครับ หยดติ๋งๆที่น้าแปลนพลาสติกเลย ผมขันเข้าไปอีกนิด คราวนี้น้ำฉีดปรี้ดตามรูน้อตเลย
เสร็จกัน พี่งใส่น้ำยาเข้าไปกระป๋องนึงตั้ง 350 ฉีดออกมาซะเยอะ ดับเครื่องก็เงียบ สตาร์ทก็ฉีดอีก
ณ ตอนนี้อาการพ่วงคือ เปิดแอร์แล้วพวงมาลัยสั่น จอดติดไฟแดงก็สั่น ถ้าปิดแอร์หายสั่น
รุ่งขึ้น อู่มาลากไปจากที่บ้านให้เลย (อันนี้ต้องให้เครดิตกับอู่ รับผิดชอบดีมาก) เอาท่ออันเดิมที่ถอดออก ข้างที่เป็นเหลืกมาประกอบให้ใหม่ ไม่ได้คิดเงินเพิ่ม
ก่อนมาลากรถ ผมฝากบอกช่างว่าเปิดแอร์รถสั่น ช่างบอกว่าจะจูนเครื่องใหม่ให้ ผมบอกไม่ต้องจูน
แต่สังเกตุ ว่ากดสายพานแอร์แล้วคอมพ์แอร์โยกมากผิดสังเกตุให้ช่วยดูหน่อย
รับรถกลับมา สังเกตุว่าน้อตขาคอมพ์แอร์หลวมอยู่ 1 ตัว ไม่แน่ใจว่าเป็นสาเหตุรึเปล่า อ่ะขันมันจนแน่น โอเคเปิดแอร์ไม่สั่นละ
แต่.... อาการเครื่องสั่นกระพือเมื่อรอบเร่งอยู่ในเกียร์ ได้กลับมาเป็นของแถม อย่างนี่ต้องเรียกว่าเป็นแบบกระทันหันครับ
1. เรื่องไฟผมไม่แน่ใจ แต่ผมถอดหัวเทียนออกมาขัดทุกหัวแล้วครับ สภาพเผาไหม้แห้งสนิทดี แทบไม่มีเขม่า
เอาแปรงทองเหลือง ขัดๆจนเอี่ยมใส่กลับไปใหม่ หัวเทียนเปลี่ยนใหม่ได้ไม่ถึง 4 เดือน ชุดสายหัวเทียนได้ 1 ปี
เขี้ยวในฝาจานจ่ายก็เห็น เว้าเข้า เหมือนเดิม ขัดสะอาดดีแล้ว
2. คุณชัยบอกคลัชไม่ลื่นแน่ ผมก็โล่งอกครับ เห็นด้วยกับสมมติฐานคุณชัย ส่วนไปทำอะไรมาก็อย่างที่บอกละครับ
นอกนั้นผมก็ไม่ทราบว่าช่างทำอะไรอีกบ้าง คราวนี้ถ้าไม่ใช่คลัช ยางแท่นเครื่อง แท่นเกียร์ ละมันจะเป็นอะไรกันละนี่
ปล. รอบต่ำเครื่องเดินเรียบปกติ แต่สายพานไดชาร์ทตึงเปรี้ยะ ช่างตั้งมาซะตึงเปรี้ยะเลย แถมน้ำกรดทะลักออกมานองคานรถเลยครับ
3 มี.ค. 2551 , 16:00:37 น
-
น้ำกรดแบตฯ มันอันตรายมากนะครับ กัดทุกอย่าง เยื่อในปอดเราด้วย แบตฯก็อยู่ในห้องโดยสาร
ซุ้มที่วางแบตฯจะเสียหายก่อน ลามไปกัดทุกจุดที่มันไหลผ่าน ที่สำคัญ ไอของน้ำกรดที่เข้มข้น
สามารถติดไฟได้ด้วย เคยเจียรเหล็กใกล้ๆ มันระเบิดออกทางรูหายใจดัง ปุ กลับมาแก้เรื่องนี้ ก่อน
ดีกว่า ถ้าปล่อยไว้ แบตฯพัง ปอดแย่
สายพานที่ตึงมากไป หย่อนหน่อยดีกว่าครับ สงสารลูกปืนปั้มน้ำ อายุจะสั้น สเปคความ
ตึงของสายพานต่างๆในรถรุ่นเก่าแบบนี้ มีทุกยี่ห้อครับ ถ้ารุ่นใหม่เค้าอัตโนมัติ
ผมเองนะ ถ้าหาสาเหตุไม่เจอก็นอนไม่หลับหรอกครับ
3 มี.ค. 2551 , 16:24:14 น
-
วันนี้เอารถเข้าอู่เพื่อยกครัช...อ่วมเลยครับ
ตอนแรกนึกว่าแค่เปลี่ยนซีลท้ายเครื่อง(ไม่กี่ร้อย) พอรื้อออกมาปรากฎว่า ครัชหมดเกลี้ยง หวีครัชเป็นรอย ลูกปืนหมดสภาพ ซีลที่ว่าจะเปลี่ยนกลับไม่เป็นอะไร อย่างงี้ต้องเปลี่ยนชุดใหญ่โดนไปหลายพัน
เมื่อสัปดาห์ที่แล้วพึ่งเอารถไปทำแอร์ทั้งหน้าและหลัง(ใหม่เกือบทั้งหมด) โดนไปอีกหลายพัน(อีกแล้ว) ม่ายหว่ายๆ เดือนนี้เงินเหลือไม่พอกินแล้วครับ เพิ่งจะต้นเดือนด้วย
ยางแท่นเครื่องถามที่ร้านมีครับ ตัวละ 750 บาท ใช้ 4 ตัว รวม 3,000 บาท (ไว้ก่อนก็ได้มั๊ง เดี๋ยวเดือนอื่นไม่มีอะไรให้ทำ) ยางแท่นเกียร์ไม่มีต้องเบิกห้าง ยังไม่รู้ราคาว่าเท่าไหร่ครับ
4 มี.ค. 2551 , 16:41:58 น
-
ตัวละ 750 ... ปล่อยให้มันสั่นต่อไปดีรึเปล้าน้อ
.. เมื่อวานเอารถไปให้ช่างทดสอบแล้วครับ ช่างบอกว่ายางแท่นเครื่องมันแข็งแล้ว ทำให้กระเทือนที่รอบสูง
ก็ยังไม่ค่อยเชื่อนะ เพราะจู่มันก็เป็นขึ้นมาน่าตาเฉย หลังจากรับรถกลับมาจากอู่
ยิ่งคุณกาลามังบอกเปลี่ยนสี่อันสามพัน แต่ก็จะหาสาเหตุต่อไป เจอเมื่อไหร่ผมจะมาบอกครับ
5 มี.ค. 2551 , 08:02:38 น
-
ถามคุณกาลามัง อาการก่อนที่ครัชหมดเกลี้ยงเป็นยังไง แล้วราคาเปลี่ยนชุดครัชเท่าไหร่ครับ
สำหรับเรื่องน้ำกรด ตอบคุณชัยผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไมมันถึงล้นออกมาได้ทั้งที่ระดับน้ำกรดไม่เปลี่ยนแปลงมาหลายเดือนแล้ว
ตอนนี้ต้องเอาขวดแชมพูใช้แล้วของลูกมารองแทน กลัวมันไหลไปกัดเหล็กในรถอีก
5 มี.ค. 2551 , 08:13:29 น
-
ง่ายๆ เลยครับ อาการวิ่งไม่ออก ขับอยู่ดีๆ ไม่ได้เหยียบคันเร่งเพิ่มแต่รอบเครื่องกวาดขึ้นสูงจนตกใจ ต้องถอนคันเร่งให้รอบลงมาก่อนจึงเหยียบคันเร่งต่อครับ ยิ่งตอนขึ้นสะพานหรือจะเร่งแซงไม่มีแรงเอามากๆ รอบเครื่องแซงความเร็วไปเยอะครับ เหมือนกับเราเหยียบคลัชแล้วเบิ้ลเครื่องอ่ะครับ ตอนแรกเป็นที่เกียร์ 4-5 แต่ตอนนี้เป็นตั้งแต่เกียร์ 2 แล้วครับ เลยต้องทำซะทีเดี๋ยวจะลามกันใหญ่
ที่บอกว่าครัชหมดเกลี้ยงผมก็ยังไม่ได้ไปดูนะครับ ให้เพื่อนใจดีช่วยเอารถไปทำให้ที่อู่ พอรื้อเสร็จแล้วโทรมาบอกว่า "คลัช - หวี - ลูกปืน" เท่านั้นแหละครับ (เหมือนเสียงสะท้อนอยู่ในหู) งานเข้า...ชุดใหญ่แน่ๆ (ชุดยกคลัชแยกซื้อได้รึป่าวอันนี้ไม่แน่ใจ แต่คิดว่าไม่ได้ครับ)
ค่าเสียหายดังนี้ครับ
1. ชุดยกคลัช (ชุดใหญ่) แผ่นคลัช หวีกดคลัช ลูกปืน รวมเป็น 1 ชุด 5,800 บาท (ราคาลดแล้ว ราคาเต็ม 6,500 บาท)
2. ซีลท้ายเครื่อง 1 ตัว 350 บาท (แนะนำให้เปลี่ยนไปด้วย)
3. โอริงท้ายเครื่อง 1 ตัว 85 บาท (แนะนำให้เปลี่ยนไปด้วย)
4. ค่าแรงที่อู่ยังไม่ทราบ
5. ค่าแรงเพื่อนใจดี แบกชุดยกคลัช (หนักพอควร) พร้อมจ่ายเงินให้ก่อน เอาคำขอบคุณไปก็พอแล้ว
ตอนนี้ยกเครื่องลงมากองไว้ที่พื้นมีอะไรที่ต้องทำอะไรกับเครื่องบ้างรึป่าวครับ ช่วยแนะนำหน่อยครับ จะได้ทำทีเดียวเลย ว่าจะเอาเครื่องไปล้างซะหน่อยมันด๊ำดำ ล้างแล้วจะเป็นอะไรรึป่าวครับ
เรื่องน้ำกรดในแบต มันมีโอกาสเดือดแล้วล้นได้รึป่าวครับ เหมือนเคยได้ยินว่าถ้าแบตผิดปกติแล้วมันจะเดือด อันนี้ฟังเค้ามาอีกทีนะครับ
5 มี.ค. 2551 , 09:23:55 น
-
ถึงคุณ T13
อันว่าน้ำกรดเดือด สาเหตุที่เคยพบมา คือระบบควมคุมไฟชาร์ทมันผิดปกติ ที่เรียกว่า
โอเวอร์ชาร์ท เคยเห็นมันพ่นไอออกมาอย่างกับหวูดรภไฟ ทั้ง 6 ช่อง
หรือไม่ก็เติมน้ำกลั่นมากกว่าระดับที่กำหนด
มาไล่กันอีกนิดสำหรับเครื่องสั่น เพื่อให้มันหมดเรื่องทางระบบไฟไปเลย
ผมมองดูแล้ว(จากรถผมเอง) ตอนช่างถอดมูเล่หน้าเครื่อง ไม่แน่ใจว่าช่างอาจจะขยับ
จานจ่ายหรือเปล่าน้อ.......เพราะมันอาจเกะกะเครื่องมือเค้าแล้วไม่ได้ตั้งกลับให้เข้าที่
ไฟอ่อน ไฟแก่ มีผลให้กำลังเครื่องตกด้วยนะครับ
สำหรับคลัชท์หมด อาการนี้ใช่เลยครับ
5 มี.ค. 2551 , 16:13:53 น
-
โอเวอร์ชาร์ท น่าจะเป็นอย่างที่คุณชัยว่าครับ ผมก็ลืมบอกช่างไป คงต้องกลับไปอีกรอบ
เทียบกับวูดรถไฟนี่เห็นภาพแล้วสยองเลย สำหรับจานจ่ายหลังจากถอดมาขัดเขม่าคงเข้าที่แล้ว
แต่เรื่องไฟอ่อน-แก่นี่ ผมคิดว่าใกล้ประเด็นมากเลย เพราะรถผมกำลังมีปัญหาเรื่อง แบตๆ ชาร์ทๆ อยู่พอดี
พอจะมีคำแนะนำเรื่องการตั้งไฟจานจ่ายไหมครับ ผมยังไม่เคยทำ แต่คิดว่าทำได้ อ่อน-แก่ตั้งยังไง ?
5 มี.ค. 2551 , 16:30:54 น
-
ขอทราบด้วยคน ไฟอ่อนแก่มีผลอย่างไร...เพราะก่อนหน้านี้รอบเดินเบาสูง 1100 - 1200 รอบ/นาที ปรับเดินเบาไม่ได้ แต่เครื่องแรงดี ออกตัวเกียร์1กระโดดเลย แต่ตอนนี้ช่างตั้งปรับตั้งจานจ่ายใหม่รอบเดินเบาตกลงมาอยู่ที่ 800 รอบแต่ไม่นิ่ง มีรอบเครื่องสวิง 600 - 800 ตลอดแล้วบางทีก็ดับไป( เดินเบาด้วยแก๊ส )...กระโดดไม่ออก
5 มี.ค. 2551 , 19:05:01 น
-
อยากเสริมอีกนิด
อาการของคลัชท์ ที่ผิดปกติ ตามภาษาของผม ผมแบ่งเป็น 3 เรื่อง
1 คลัชท์ เต้น......ชะชะช่า.....
อาการหลักๆคือ ออกรถเครื่องจะเต้น ปังๆๆๆๆๆ
1.1 พบมากในเรื่องน้ำมันเกียร์รั่วผ่านซีลเฟืองเกียร์แล้วไหลมาเปี้อนแผ่นคลัชท์ ,
หวีคลัชท์ ทำให้หวีคลัชท์กดแผ่นคลัชท์ไม่อยู่ (ต้องการความฝีดดันลื่น)
1.2 ถ้าเดิมไม่มีอาการ พอเปลี่ยนปุ๊บ เป็นปั๊บ ผู้ต้องสงสัยคือ ผ้าคลัชท์ไม่ได้คุณภาพ (ของเทียม)
ถ้าบวกกับฟลายวีลไม่เรียบ หวีคลัชท์ไม่เรียบ ยางแท่นเครื่องเริ่มเสื่อม ยิ่ง go so BIG
2 คลัชท์ลื่น .....เครื่องวี๊ด แต่ความเร็วรถไม่ขึ้นตาม
2.1 สัญญาณบอกเหตุ ผ้าคลัชท์สึกจนเกือบหมด เกิดจากสึกตามสภาพใช้งาน เลี้ยงมากก็สึกมาก
ปล่อยไว้ก็ลุกลามถึงหวีคลัชท์ที่จะโดนหัวหมุดย้ำของผ้าคลัชท์กัดจนเสียหายไปด้วย
2.2 หวีคลัชท์หมดแรงกด (ความเป็นสปริงมันล้า) แต่ไม่ยอมเปลี่ยน เอาประหยัดเปลี่ยนแต่แผ่น
อย่างเดียว โดยมากเกิดจากคนอย่างผมนี่หละ เพราะคิดว่ามันยังน่าจะพอไหว ตอนแผ่นไหม่ผ้าเต็มๆ
ก็พอไหว สักพักก็ออกอาการ แค้นตัวเองจริงๆ แต่ทำไงได้ตอนนั้นไม่มีงบฯ
3 คลัชท์ดัง ผิดปกติ
3.1 มีเสียงดังเก็กๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เหยียบคลัชท์แล้วเงียบ , เหยียบแล้วดังวี๊ดๆ อันนี้ก็ไว้ใจ
ไม่ได้ พบบ่อยในลูกปืนหมดสภาพ เหตูเพราะลุยน้ำท่วม ผู้ต้องสงสัย คือ ลูกปืนคลัชท์ , สปริงแผ่นคลัชท์
3.2 เหยียบคลัชท์แผ่วๆ ดังวี๊ด เหยียบมิดแล้วเงียบ โอ้ย......มึนจังงง.......แต่เหตุพวกนี้พบบ่อยที่สุด
เก็บไว้เผื่ออยากทดสอบจะได้มีข้อมูลไว้ปรึกษากับคุณหมอประจำตัวของเธอครับ
6 มี.ค. 2551 , 11:31:47 น
-
ถึงคุณ T13
ไฟอ่อน แก่ ที่กล่าวถึงคือเรื่องของระบบจุดระเบิดครับ ที่จานจ่ายนั่นละ ไม่เกี่ยวกับเรื่องชาทร์แบตฯนะครับ
ไฟอ่อน...ไฟแก่......อืมม....ปกติเครื่องยนต์จะถูกกำหนดให้มีการจุดระเบิด ก่อนที่ลูกสูบจะขึ้นสูงสุดของจังหวะอัด สมมุติ ที่ 10 องศาก่อน TDC (สมมุติตัวเลขนะครับ)นั่นคือจุดที่ดีที่สุดที่วิศวกรออกแบบไว้
สำหรับเครื่องรุ่นนั้นๆ อธิบายยากมากครับ สำหรับรายละเอียด ผมไม่ถนัดทิษฎีด์ครับ
แต่ถ้าตั้งน้อยกว่า 10 องศาไฟก็จะเป็นไฟอ่อน ถ้าตั้ง ให้มากกว่า 10 องศา จะเป็นไฟแก่ ....ก่อนอื่นต้องรู้เสปคเครื่องก่อนว่าต้องการให้ตั้งที่ องศาเท่าไร - รอบเครื่อเท่าไร ตอนเดินเบาฯ
แต่ก่อนอื่นอยากให้เห็นเสป๊คเครื่องจังเลย มันแปลกๆ จะทำไงดี มันเป็น PDF ช่วยบอกวิธีเอามาลงในpost นี้ให้หน่อยครับผมไม่ถนัดกับเทคโนฯพวกนี้
มาเล่นกันแบบบ้านเราดีกว่า (ไม่ดีกว่า แต่ ใช้ได้) พอนึกออกมั้ยว่าเครื่องหมุนทางไหน? หัวนกกระจอกหมุนทางไหน? ตามเข็มนาฬิกา หรือ ทวนเข็ม ถ้าจำไม่ได้เปิดฝาจานจ่าย ถ้าหมุนตัวเรือนจานจ่ายตามนกระจอกไปเป็นไฟอ่อน ทำกลับกันเป็นไฟแก่
ประกอบกับเข้าที่ ติดเครื่อง วอมท์ให้อุ่นดีแล้ว ดับเครื่อง หาอะไรมาร์คตำแหน่งจานจ่ายเดิมไว้ก่อน คลายน๊อตล๊อคที่คอจานจ่ายพอให้หมุนได้หนืดๆ (น๊อตเบอร์ 10)
ติดเครื่องอีกครั้ง เริ่มจากบิดตัวจานจ่าย
ตามนกกระจอกไปก่อน ช้าๆ ใจเย็นๆสังเกตุ รอบเครื่องจะตกลง เร่งเครื่องด้วยเบาๆ สัก 2000 รอบ จะเร่งไม่ค่อยขึ้นตอบสนองช้า บิดกลับที่เดิม ต้องเหมือนเดิม รอสังเกตุอาการสักเดี๋ยว ทีนี้ทำกลับกัน บิดทวนนกกระจอก สังเกตุ รอบเครื่องจะสูงขึ้นถ้าบิดไปอีกเรื่อยๆเครื่องจะเริ่มสะดุด บิดกลับที่เดิม ต้องเหมือนเดิม ทีนี้เราสงสัยว่าที่ตั้งไว้เดิมมันอ่อนไป หรือ แก่ไปใช่มั้ย พอดีหรือเปล่า มันก็ขึ้นกับ เชื้อเพลิงที่เราใช้ละครับ 91 , 95 , LPG . โซฮอล์ อะไรประมาณนั้น
เอาง่ายๆไม่ต้องใช้เครื่องมือไฮเทคฯ ถ้าคิดว่าเรามันอ่อน ก็ทำให้มันแก่ ขึ้นสักนิดแล้วทดลองวิ่งดู ถ้าดีขึ้นก็โอเค ถ้าแย่ลงก็กลับที่เดิม ช่างคงตั้งไว้ดีแล้ว ก็ลองมันทั้งทำให้อ่อน ให้แก่จะเป็นไรไป แต่ห้ามลืมตำแหน่งเดิมก่อนเล่นเด็ดขาด แล้วก็น๊อต ต้องล๊อคแน่นก่อนทดลองด้วยทุกครั้ง
คุณ P51D ต้องขอโทษครับเรื่องปรับรอบแก็สผมไม่ถนัด เพราะของผมยังไม่ติดแก๊ส(หาตังค์อยู่) แต่อาการเหมือนของผมตอนคาร์บูตัน..เปี๊ยบเลย เออ....แล้วคลัชท์เต้นหายยัง ช่างบอกเป็นอะไรครับ
(นึกภาพหน้าตาอยากรู้อยากเห็นๆๆๆๆๆๆ)
6 มี.ค. 2551 , 13:49:50 น
-
ขอความช่วยเหลือหน่อยครับ เกิดอาการใหม่อีกแล้วครับ
เฮ้อ...หลังจากเมื่อวานทำคลัชเสร็จเรียบร้อย ตอนเย็นเพื่อนใจดีจะขยับรถไปจอดให้เรียบร้อยก็เกิดอาการสตาร์ทไม่ติดขึ้นมาอีก มีเสียงดังแก๊กแล้วก็เงียบไป ต้นเหตุหลักน่าจะมาจากไดสตาร์ท (แบตเปลี่ยนไปไม่ถึงปี) เพื่อนใจดีลองเอากระบองเคาะดู (ไม่รู้ว่าแรงซักแค่ไหน) แล้วไปสตาร์ทที่นี้ก็สตาร์ทติดเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น อย่างงี้ผมต้องทำอย่างไรกับไดสตาร์ทดีครับ
อีกอาการเมื่อวันเสาร์ที่แล้วผมไปเอารถกลับจากทำแอร์ก็สตาร์ทติดปกติ แต่มีเสียงดังแต๊กๆๆๆๆๆๆ ตลอดเวลา เร่งเครื่องก็ดังถี่ตามรอบเครื่อง ขับไปเติมน้ำมันพอเสร็จก็ลองสตาร์ทอีกทีเสียงแต๊กๆๆๆ ก็เงียบไปแล้วครับ ไม่ทราบว่าเป็นเสียงอะไรอ่ะครับ
เฮ้อๆๆๆๆ 2 เดือนนี้โดนค่าซ่อมรถไปเกือบจะ 2 หมื่น หมดแรงซ่อมแล้วครับ
6 มี.ค. 2551 , 14:49:04 น
-
ใจเย็นๆครับ อาการต่อเนื่องมักมาเสมอกับเธอคนที่อายุมาก กลัวเลอะหรือเปล่า พอนึกภาพออก ยกเครื่องลงเปลี่ยนคลัชท์ช่างต้องถอดขั้วแบตฯแน่ๆ แล้วก็มุดลงไปถอดสาระพัด ตอนประกอบก็จะป้วนเปี้ยนอยู่แถวๆมอเตอร์สตาทร์ เชื่อว่าขั้วแบตฯอาจไม่แน่น
ที่แบตฯ อีกด้านของสายไฟนั้น ต่อเข้ากับมอเตอร์สตาทร์ อาจไม่แน่นเช่นกัน แต่ ยกเครื่องไม่ต้องถอดมอเตอร์สตาทร์อยู่แล้วเพราะมันติดตั้งอยู่ที่เกียร์ แต่อาจมีอะไรๆจากความใกล้ชิดของช่างที่เข้าไปใกล้มันอย่างหลีกเลื่ยงไม่ได้ และยังมีสายไฟเส้นเล็กอีกเส้นหนึ่งร่วมขบวนการคือเส้นที่มาจากสวิชท์กุญแจ เป็นหัวเสียบอาจหลวม
มุดดูครับลองขยับดูหน่อย น่าจะพอหาสาเหตุได้ ความหนักของการเคาะก็ประมาณตีหัวคนให้แตกแบบยั้งๆ นะครับ
อีกอาการผีคงออกไปแล้ว โดยมากผีมักจะออกตอนอยู่ต่อหน้าช่าง แล้วเข้าตอนเราใช้งาน .....น่ากลัว เพราะทำให้เราเสียเงินเปล่าๆ เพราะซ่อมผิดที่......เฝ้าดูอาการอีกหน่อย
6 มี.ค. 2551 , 16:03:13 น
-
บรรยายเห็นภาพชัดเลยครับคุณชัย :) ขอบอกว่าชอบสำนวน "ประมาณตีหัวคนให้แตกแบบยั้งๆ "
อันนี้นึกเล่นๆยังไม่ออก ถ้าแตกจริงแสดงว่า น่าจะล่อกันแบบไม่ยั้งละนั่นน่ะ
อันเรื่อง post PDF นี่ผมจำได้ว่า อาจารย์หม่องฯ แกสร้าง yahoo mail เอาไว้ให้พวกเราไปโพสและโหลดข้อมูลกัน
แต่ผมจำยูสเซอร์เนมไม่ได้แล้วขอหาก่อน .. T3 ป่วยทีนี่ เจ้าของแทบจะป่วยด้วยซะจริง คุณกาลามังซ่อมทีละสองหมื่น
ผมฟังแล้วให้ใจแป้วซะกระไร ตั้งแต่ซื้อมาซ่อมแพงสุดก็หมื่นเดียวคือเปลี่ยนชุดลูกหมากครับ และตั้งแต่นั้นมา
เวลารถกระเด้งโยกไปตามคลื่นถนน แต่ก่อนก็ออดแอดๆ ตอนนี้ดังกัก กักปานรถจะหักครึ่งยังไงยังงั้น
จำได้ว่าอ่านในบล็อกคุณโชติบอกว่าอาการแบบนี้แสดงว่าเป็นบูชปีกนกบนปลอม ผมจำได้อย่างนั้นนะ ถ้าจำผิดอย่าว่ากันนะคุณโชติ
ขอเป็นกำลังใจให้คุณกาลามังและคุณ P51Dให้รถกับกระเป๋าตังค์เจ้าของ กลับมาสมบูรณ์ได้ไวๆ
6 มี.ค. 2551 , 17:36:02 น
-
สตาร์ทไม่ติดแล้วต้องเคาะแบบนี้ ผมซื้อนยากินแล้ว ชื่อแปลงถ่าน 800 หาย และไม่ต้องเสียใจไปครับ เดือนกุภาพันธ์ต่อเนื่องถึงวันนี้รถยังไม่ออกจากอู่เลย ครับไม่ใช่ว่าทิ้งเป็นเดือน...แต่เป็นอย่างนี้แหละครับวิ่งเข้าวิ่งออก เริ่มตั้งแต่ความร้อน...(หมื่นกว่า) แอร์ไม่เย็น...(หมื่นนิดๆ) ลูกปืนล้อหน้าเสียงดัง..เปิดมาเบรคหมด (แปดพันกว่า) ท่อไอเสียผุให้อู่เพื่อนแนะนำตีใหม่ 2500 วิ่งดีขี้นแต่มันอั้นเปลี่ยนเป็นของแท้ 7500+ค่าแปลงหน้าแปลนอีก 800 โล่งขึ้นทั้งไอเสียและกระเป๋า..เปลี่ยนท่อเสร็จ...ก้อนี่หละครับ..ยกครัช 6500 + ค่าแรง แล้วก็เกิดการตัวสั่นอันเป็นกระทู้ที่เกิดขี้นมาจนปัจจุบันนี้แหละครับ
7 มี.ค. 2551 , 06:37:03 น
-
ไม่ได้ซ่อมทีเดียว 2 หมื่นครับ แต่ครั้งละเกือบหมื่น ขอแจงรายละเอียดหน่อยนะครับ จะได้รู้ว่าทำอะไรไปบ้าง เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลกันยาวหน่อยนะครับ ตอนแรกว่าจะทำแอร์อย่างเดียว (นึกว่าอย่างดีก็พันต้นๆ)
อาการที่พบแอร์เย็นบ้างไม่เย็นบ้างเปิดตอนแรกก็เย็นขับไปซักพักก็ไม่เย็นทำยังไงก็ไม่เย็นครับ เอารถไปให้พี่ที่รู้จักกันดูให้ตกลงว่าแอร์หน้า-หลังไม่ได้แยกน้ำยาแอร์ออกจากกันทำให้น้ำยาแอร์วิ่งไปตู้หน้าบ้างตู้หลังบ้าง (ทั้งที่ไม่ได้เปิดแอร์ตู้หลัง) ข้างหน้าเลยเย็นบ้างไม่เย็นบ้าง คอมฯแอร์ก็ต้องทำงานตลอดเวลา แก้ปัญหาด้วยการใส่ซีลินอยแยกน้ำยาแอร์หน้า-หลัง โดยที่น้ำยาแอร์จะไปที่ตู้หลังเฉพาะเวลาที่เปิดเท่านั้น ถ้าไม่เปิดตู้หลังจะไปเฉพาะตู้หน้าอย่างเดียว พี่บอกว่าใช้เวลาในการทำประมาณชั่วโมงเดียว พอเสร็จลองปิด-เปิดแอร์ตู้หลังได้ยินเสียงซิลินอยปิด-เปิด โอเคใช้ได้ใส่น้ำยาแอร์เข้าไปใหม่ เปิดแอร์ตู้หน้าเย็นนิดๆ เปิดแอร์ตู้หลังเย็นน้อยกว่าข้างหน้า (แทบจะไม่เย็นเลย) ผมกับพี่มองหน้ากันไม่ต้องพูดอะไรมาก พี่เริ่มหนีหน้ามุดไปใต้ท้องรถซักพักแล้วออกมาถามว่าไดเออร์เปลี่ยนไปรึยัง (ลืมบอกไปครับ ว่าคันนี้เอาไปทำแอร์มา 2 ที่แล้วไม่หายตอนลองทีแรกก็ใช้ได้เย็นดี แต่ขับไปแล้วก็เกิดอาการเดิม) ด้วยความไม่รู้เรื่องหรือเชื่อช่างก็ไม่รู้ ก็บอกไปว่าน่าจะเปลี่ยนแล้ว(มั๊ง)มั่วนิ่มซะเลย พี่ก็มองหน้าแบบไม่เชื่อใจ หนีหน้าไปใต้ทองรถอีกครั้งพร้อมประแจแล้วออกมาบอกว่าไดเออร์ใช้ไม่ได้แล้วหมดสภาพไปแล้ว (มองหน้าผมแล้วบอกว่าเมื่อกี้ตอนแรกก็ลืมดูให้ ขอโทษทีเอาใหม่ๆ) พอเปลี่ยนไดเออร์ขนาดจัมโบ้เสร็จ (ใหญ่กว่าอันเดิมประมาณเท่าตัว) ก็ลองใหม่แอร์ตู้หน้าเย็นพอใช้ได้ (เริ่มยิ้มออกทั้งคู่) ลองเปิดแอร์ตู้หลังเริ่มเย็นนิดๆ รอซักพักชักไม่นิดแล้ว...มันไม่เย็นเลยครับ (ยิ้มไม่ออกทั้งคู่ พี่หน้าเสียกลัวจะเสียหน้า) ตอนนั้นประมาณเกือบ 6 โมงแล้ว (พี่กลับบ้านมาตอนเช้า เริ่มทำให้ประมาณเที่ยง) คุณป๋าของพี่ออกมาดูว่ามันทำอะไรกันทำไมมันนานขนาดนั้นแถมไม่เย็นอีกตะหากเลยออกมาช่วยไล่ให้ว่าเข้าใจอะไรกันผิดรึป่าว แล้ววาดรูปให้ดูว่าแอร์ทำงานยังไงก็เป็นไปตามรูปที่วาดครับ คุณป๋าบอกให้ไปปรึกษาเพื่อนของคุณป๋าดู พี่ก็เลยบอกว่างั้นวันนี้พอก่อนแล้วกันเดี๋ยวพี่ไล่ระบบให้ไหม่เลยดีกว่า ตกลงวันนั้นทำตั้งแต่เที่ยงกลับบ้านประมาณทุ่มรถยังไม่เสร็จต้องทิ้งไว้ให้ทำบอกว่าเย็นวันพรุ่งนี้น่าจะเสร็จครับ ผมก็บอกว่าไม่เป็นไรเสร็จเมื่อไหร่ให้โทรบอกแล้วกัน อะไรที่สมควรเปลี่ยนก็เปลี่ยนไปเถอะจะได้ทำครั้งเดียวจบ
7 มี.ค. 2551 , 14:06:40 น
-
ตกลงพี่ทำแอร์ไป 3 วัน บอกว่าแอร์(โครต)เน่า รื้อตรงไหนตรงนั้นเสีย คอยล์ร้อนใต้ท้องรถรั่วซ่อมไม่ได้แล้วเปลี่ยนไปใช้ของตู้โฟลค์รุ่นใหม่ใหญ่กว่าเดิมนิดหน่อย คอมฯแอร์บอกว่าถ้าใช้งานจริงๆ ไม่เกิน 3 เดือนพังแน่นอนน้ำมันคอมฯแอร์ที่ออกมาข้นเหมือนน้ำมันเครื่องใช้แล้ว ตู้แอร์หลัง (ผมเปลี่ยนไปใช้ของโตโยต้าให้ช่างแอร์ร้านแรกที่ทำติดตั้งให้) เป็นแบบใช้น้ำยาแอร์รุ่นใหม่ต้องเปลี่ยน expansion ใหม่เป็นแบบที่ใช้น้ำยาแอร์รุ่นเก่าพี่บอกว่าใช้ด้วยกันไม่ได้ (ที่ต้องใช้น้ำยารุ่นเก่าเพราะของเดิมออกแบบมาเพื่อใช้กับนำยาแอร์แบบเก่า) ใช้น้ำยาล้างระบบแอร์ ล้างคอยล์เย็นทั้งตู้หน้า-ตู้หลังให้หมดไปหลายขวดครับ ท่อน้ำยาแอร์เดินให้ใหม่บางส่วนใช้ท่อทองแดง (ไม่ได้ใช้อลูมิเนียมเพราะพี่ขี้เกียจออกไปซื้อเลยแอบเอาของที่บ้านมาใช้) น้ำยาแอร์ใช้ไปประมาณ 3 ก.ก. กว่าๆ (ถ้ารวมกับ 2-3 ครั้งแรกี่ทำแล้วใช้ไม่ได้เรื่องใช้ไปประมาณเกือบ 10 ก.ก.) ผลที่ได้ออกมาก็เย็นดีทั้งหน้า-หลังเป็นที่น่าพอใจ (เย็นกว่าตอนที่ยังไม่ได้ทำ) ยิ่งตอนบอกค่าทำแล้วหนาวจับไข้เลยครับ เป็นค่าของซะส่วนใหญ่รวมค่าเสียเวลาของพี่นิดหน่อย ยังดีนะครับที่ไปทำกับพี่ที่รู้จักกันก็สบายใจได้ว่าคงจะไม่หลอกทำทีเดียวเสียเงินทีเดียวใช้ได้อีกนาน ถ้าไปที่ร้านเปลี่ยนอะไหล่พร้อมทำให้ขนาดนี้คงเกินหมื่นแน่ๆ ดีไม่ดีหลอกกินเงินเติมน้ำยาให้อย่างเดียวพอรั่วออกหมดก็ให้ไปเติมอีก แก้ปัญหาที่ปลายเหตุเล้ยงไข้ไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายคอมฯแอร์พังก็บอกว่ารถเก่าแล้วจะเอาอะไรอีกแล้วไม่ยอมรับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น หลอกกินเงินค่าคอมฯแอร์อีกต่อ
ผมทำแอร์ไป 2 ครั้งรวมแล้วก็เกือบหมื่นเหมือนกันแล้วใช้ไม่ได้มันเซ็งอ่ะครับ ร้านแรก (ช่างที่ทำรถให้เป็นคนแนะนำขนาดว่าเป็นญาติกับช่างด้วยนะครับ) ย้ำแล้วว่าใช้ตู้แอร์โตโยต้าร่วมกับระบบเก่าต้องทำอะไรรึป่าวก็บอกว่าใช้ได้เลยไม่มีปัญหา ให้เช็คว่าอะไรที่ใช้ไม่ได้ก็จัดการซะ ตอนรับรถก็เย็นดี (ถือว่าเย็นมากก็ว่าได้) ก็ยังชมว่าทำมาดีแต่สุดท้ายมาหมกงานไม่ยอมเช็คให้บอกว่าใช้ได้ทุกอย่างไม่มีปัญหา ร้านที่ 2 บอกว่าคอมฯแอร์รั่วซ่อมให้เรียบร้อยแล้ว พี่ที่ทำให้บอกว่าไม่ได้ถอดออกมาเลยด้วยซ้ำแล้วอย่างงี้จะซ่อมได้ยังไง เอาไว้เป็นอุทาหรนะครับ สำหรับคนที่ไม่ค่อยรู้เรื่องแอร์อย่างผม (รวมทั้งเครื่องยนต์ด้วย) ช่างบอกว่าทำอะไรให้ก็เชื่อไปหมด (ก็มันดูไม่เป็นอ่ะครับ) เรารู้ไม่ทันช่างก็โดนหลอกกินเงินไปง่ายๆ อย่างงี้เอง ยังดีที่มีพี่ๆ เพื่อนๆ ในนี้ให้ความรู้พอจะไปคุยกับช่างรู้เรื่อง (เราก็พอรู้นะเว้ย) ไม่ใช้จะมาหลอกกันง่ายๆ เล่ามาซะยาวพิมพ์จนเหนื่อยเหมือนกันครับ อย่างงี้สงสัยต้องมีมีตติ้งแรกเปลี่ยนความรู้สำหรับ T3 แบบ D.I.Y. เรื่องการดูแลรักษาเบื้องต้นซะแล้วมั๊งคร้าบ
7 มี.ค. 2551 , 14:08:11 น
-
คุณกาลามัง
อาการที่ต้องเคาะมอเตอร์สตาทร์หายหรือยัง
เจอสาเหตุมั้ยครับ
ขอเป็นกำลังใจให้ มันก็อย่างนี้ทุกวงการครับ
เจอคนดีก็ดี เจอผีก็โดนหลอก เจอช่างแหกตาก็เหนื่อยหาตังค์
7 มี.ค. 2551 , 17:19:59 น
-
วันนี้ไปรับเจ้า T3 ตัวแสบมาลองวิ่งดู...รู้สึกแก(ช่าง)จะเริ่มไม่ไหว เพราะจากการที่เมื่ออาทิตย์ที่แล้วยกครัชโดนไปเกือบหมื่นบอกว่าของแท้ชุดละ 6500 มีหวี,ลูกปืนและแผ่นครัชแต่ไม่เห็นตอนเปลี่ยนเหลือแต่ของที่ถอดออกมาแล้วให้ดูต่างหน้า ก็เห็นว่าลูกปืนเสียแต่แผ่นครัชก็มีการหลวมของสปริงบ้าง ช่างบอกว่าเสียแล้ว ก็รับรถมาจ่ายแบบ..มึน...มึน...หนึ่งหมื่นสามพันบาท(มีค่าซ่อมอย่างอื่นด้วย และตั้งแต่วันนั้นก็มีอาการเต้น..ตอนออกเกียร์1และเกียร์ถอยหลังจนมาถามในกระทู้ และก็เอารถไปให้แกดูอีกที่ ชัดเลยแกจับเปลี่ยน ฟลายวิวล์เลยของมือสองราคา 2500 และแกก็ไม่ลืมที่จะเปลี่ยนซีลตัวแสบอีกด้วย...แหมรอบครอบดีจริง ทุกครั้งจะนั่ง TAXI ไปรับแต่คราวนี้ไม่ไว้ใจเลยเอารถไปจอดทิ้งไว้ด้วยแล้วก็ขอเอารถไปทดสอบ.........................................................................................................อาการเหมือนเดิมครับคราวนี้สั่นมากกว่าเดิมด้วย...รถยังอยู่ที่บ้าน...เปลี่ยนหมดแล้วจะเปลี่ยนช่างตอนนี้ไม่ได้แน่...รึว่าแกเอาครัชหรือหวีครัชหว่ยใส่ให้หผมครับ...พรุ่งนี้จะเอารถกลับไปให้แกซ่อมอีครั้งแล้วจะมาเล่าให้ฟัง...
7 มี.ค. 2551 , 23:14:47 น
-
ไม่ต้องพูดอะไรมากกับช่างอีกแล้ว ขอสั้นๆ
ซ่อมแล้วไม่หายจะเอาไง? หรือจะให้ผมเปลี่ยนรถฯ มองหน้าจ้องตากันไปเลย แต่ห้ามเปลี่ยนช่างตอนนี้ ขอวัดใจเรื่องความรับผิดชอบหน่อยเถ่อะ
8 มี.ค. 2551 , 12:33:03 น
-
เมื่อวานเอาไปให้ช่างดูอีกที...งง...ครับ...แกงงอยู่สักพักคิดไป คิดมา ลองขับดู โอโฮ ลากเกียร์ เลียครัชใหญ่เลย แกบอกว่าครัชอาจจะงอหรือบิดตัว...ผมก็เข้าใจแกหละครับว่าของมันแพงถ้าหากว่าจะเปลี่ยนให้ใหม่ ผมก็ไม่อยากบ้าเหมือนก่อนแล้ว ไม่อย่างนั้นผมให้แกเปลี่ยนอีกรอบไปแล้ว...แต่ตอนนี้อยากหาข้อมูลที่ชัดเจนมากกว่านี้ครับ...เดิมก่อนเปลี่ยนชุดครัช ไม่มีปัญหาครัชเลื่อนแต่อย่างได มันมาจากเสียงลูกปืนครัชดังแกบอกว่ามันขายเป็นชุดก็เลยยกชุดมาเปลี่ยน หลังจากเปลี่ยนครัชนิ่มกว่าเดิมมาก แต่ก็ดันมามีปัญหาจับไม่ค่อยติดแบบนี้ น่าจะลองใช้หวีครัชของเดิมดู จะดีรึเปล่าครับ
9 มี.ค. 2551 , 08:31:36 น
-
ยังไม่ว่างเอารถไปทำเลยครับ เสาร์-อาทิตย์นี้ต้องทำบ้านก่อนครับ เดี๋ยวไม่มีบ้านอยู่ ถ้าฝนตกแล้วมันจะได้นอนเตียง(แช่)น้ำแทนครับ ไว้คืบหน้าอย่างไรจะแจ้งให้ทราบ คงถอดไดสตาร์ทไปเช็คความเสียหายก่อนเบื้องต้น ขอบคุณที่เป็นห่วงครับ
10 มี.ค. 2551 , 11:57:24 น
-
โอ่ะโห..แต่ละเคสนี่ ล่อกันอ่วมเลย กระเป๋าฉีกไม่พอ รถคาอู่ ปัญหาคาใจแบบนี้ "มีมีตติ้งแรกเปลี่ยนความรู้สำหรับ T3 แบบ D.I.Y. เรื่องการดูแลรักษาเบื้องต้น" ผมว่าไม่เลวนะ
เรื่องแอร์ไม่เย็นขอแชร์เคสของผมให้ฟังละกัน อาการคือเปิดใหม่เย็นดี ขับไปสักพักตู้หน้าเย็นแต่ตู้หลังไม่เย็น
เอาไปให้ช่างล้างตู้แอร์ เด็กก็ถอดตู้หลังมาล้างด้วยน้ำยาอะไรซักอย่าง ขวันโขมงเลย เสร็จแล้วก็ล้างด้วยน้ำ
ก่อนใส่ก็ทดลองเอาไปอัดลมดู ปรากฎว่าตู้แอร์ผมรั่ว (ได้ไง !! ก็ร้านที่เติมน้ำยาครั้งสุดท้ายบอกตู้ไม่รั่ว เช็คดีแล้ว)
คราวที่ทำไงละครับ ผมก็ไม่รู้ว่ามันรั่วเพราะเด็กราดน้ำยาเยอะเกินไปรึเปล่า เปลี่ยนตู้แอร์ก็ 2000 ไม่เปลี่ยนได้ไหม
ก็ได้แต่น้ำยาจะรั่วไปทีละหน่อยๆ เหตุผลที่ผมต้องยอมเปลี่ยนเพราะ ช่างบอกว่าน้ำยาเป็นเบอร์เก่าที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน
อ่ะ..เหตุผลดี เปลี่ยนก็ได้ ตู้หน้าไม่ล้างเพราะขี้เกียจถอดคอนโซลอีกอย่างมันยังเย็นดีอยู่ ปล่อยมัน นอกนั้นก็เห็น
ช่างมาแกะคอมพ์แอร์ เปลี่ยนน้ำมัน เปลี่ยนลูกปืนแอร์ใหม่ ราคารวมตู้แอร์ใหม่ด้วยตก 4000 กว่านิดๆ จำไม่ได้
ขับออกมาเย็นดี ใช้ได้สัก 2 วันก็กลับอาการเดิม ตอนนี้ผมเริ่มสังเกตุแล้วว่า พัดลมแผงแอร์ใต้เครื่อง มันหมุนมั่งไม่หมุนมั่ง
คราวนี้เอากลับไปร้านไปร้านแรกที่บอกว่าตู้ไม่รั่ว เช็คไปเช็คมาปรากฏว่า สายไฟไปพัดลม มันหลวมครับ ..พอพัดลมหมุนดี
แอร์มันก็เย็น ก็เท่านั้น กลายเป็นว่า ต้องซื้อตู้แอร์ใหม่สองพันกว่า ทั้งๆที่อันเดิมมันเสียในมือช่างจะๆ แต่ก็อย่างที่รู้ๆกัน
เจอแบบนี้ จะไปเอาอะไรกะช่าง
10 มี.ค. 2551 , 12:05:12 น
-
แก้ครับ พัดลมแผงคอยร้อนแอร์ ใต้ท้องรถครับ ไม่ใช่ใต้เครื่อง
10 มี.ค. 2551 , 12:07:13 น
-
ตามมาอ่านและแอบเป็นกำลังใจให้ทุกคันอยู่เป็นระยะครับ
10 มี.ค. 2551 , 14:08:25 น
-
เห็นใจทุกๆคนครับ ผมก็โดนครับ ครัชติดกดไม่ลงกลางถนนเลยครับ โดนค่ายกเข้าบ้านไป 500 บาท พอดีเสียปากซอยเข้าบ้านครับ หลังจากนั้น โทรหาช่างเมืองใจ มารักษาให้ โดย เปลี่ยนทั้งหมดที่เกี่ยวกับครัช ปั้มตัวบนรั่ว 2300ปั้มตัวล่างติดกดไม่ลง2500 ชุดครัชลูกปืนแตก 6400 ค่าแรง 1500 เหมือนขี่รถใหม่เลยครับ อาการที่พูดถึงกัน ลองทำอย่างผมคิดว่าแกได้ถูกจุด เคล็ดลับอยู่ตรงที่ชุดครัชยี่ห้อ ชาค์ เท่านั้น นิ่มนวลกว่า ยี่ห้อลักก์ ที่สำคัญคือซื้ออะไหล่เอง แถมคอยดูและคอยช่วยอยู่ตลอด ไม่ไช่ไม่ใว้ใจช่างนะครับแต่สบายใจกว่าและไม่ต้องทุกข์ใจคิดมากหากแก้ไม่หาย เพราะอยู่ด้วยตลอด เสร็จแล้วตั้งวงรื้อฟื้นความหลังคนบ้านเดียวตังเอียงเลยครับ ส่วนปัญหาเรือ่งระบบไฟก็โดนเหมือนกัน ไปเปลี่ยนใส่ซีนอน 4ดวง เครื่องเสียง ทีวี เท่เลยครับปรากฏว่า ไฟไม่พอแถมแบตพัง สตาด์ก็ไม่ค่อยอยากจะติด เกรงใจข้างบ้าน ตี4 ตี5 บางทีวิ่งกลางคืน ตั่งลำจะถอยเข้าที่จอดก็ดับ กลุ๋มอยู่นาน คิดมาก โทษไปเรื่อย ตัดสินใจเปลี่ยนแบตใหม่ อาการทั้งหลายที่ได้อ่าน เพื่อนพูดถึงกันหายเกลี้ยง ไม่รู้โชคดีหรือเปล่าที่แก้ปัญหาถูกจุด แต่หลังจากนั้นกลายเป็นคนช่างระแวง ได้ยินเสียงดังนิดๆหน่อยๆ เกิดอาการผวา คงต้องใช้เวลาเพื่อเรียกความมั่นใจกลับคืนมาสักพัก แล้วจะเล่าให้ฟังใหม่นะครับ คิดว่าน่าจะเป็นประโยนช์กับเพื่อนๆบ้างนะครับ
10 มี.ค. 2551 , 19:53:41 น
-
เห็นด้วยครับ " มีทติ้ง D.I.Y." แต่ขอเวลาเก็บหัวข้อที่จะถามอีกสักหน่อย อืมถามคุณ TUM ใส่ ซีนอน แล้วมีปัญหาเรื่องโคมรึเปล่าครับ กลัวว่าตัวโคมไฟจะพังก่อนวัยอันควร...เอ...ผมว่ากระทู้นี้ยาวดีนะครับยิ่งขุดยิ่งเจอเพลินดี ถ้าจะตอบไปขึ้นกระทู้ใหม่ชื่อเดิมเลยนะครับยาวแล้ว
11 มี.ค. 2551 , 06:56:59 น
-
ถ้าจะขึ้นกระทู้ใหม่รบกวนทำ link มาที่กระทู้นี้ด้วยนะครับ ยิ่งอ่านยิ่งมันส์ เหมือนปาร์ตี้อร่อยจนหยุดไม่ได้เลยครับ ฮิฮิ
11 มี.ค. 2551 , 13:26:44 น
-
งานประจำมันเร่งมากๆครับ ขอเวลาเคลียร์งานให้เจ้านายก่อน แล้วจะรีบมาคุยด้วยครับ
และก็อย่าเพิ่งท้อที่ใช้ T3 ... รถฯไหนๆ ยี่ห้อ อะไร ก็เกิดเรื่องพวกนี้ได้ทั้งนั้น ที่ผมกล่าวถึงอาการต่างๆ น่ะ ประสบการณ์จาก
ยีห้ออื่นที่ดังๆ ทั้งนั้นละครับ อยู่ที่คุณช่างทั้งหลายซะมากกว่า ชุ่ย หรือรอบคอบในการตัดสินใจฟันธงว่าอะไรเสีย อะไรดี อะไรพอใช้ได้ แล้วก็ฝีมืองะ
11 มี.ค. 2551 , 18:47:18 น
-
ผมใช้ปี 86 รุ่นไฟเหลี่ยมหม้อน้ำรุ่นแรก..ซื้อต่อมามือสามมือสี่ ประมาณนั้น ใช้ได้ไม่ถึงสามวัน มีอาการไฟไม่พอ เครื่องหม้อน้ำแห้ง พังครับ พี่น้อง ตัดสินในเอาเครื่อง TD27 NISSAN วางเรียบร้อย เพิ่มไดชาร์ตเป็นสองลูก..ไฟฟ้าไม่พอจ่ายก็หมดปัญหาไป กำลังรื้อทำแอร์ใหม่ครับ ใช้เครื่องนี้มาสามปี ค่าอะไหล่ก็เปลี่ยนฟรีปั๊ม พันกว่าบาทหนนึง
31 มี.ค. 2551 , 17:04:27 น
-
ข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องแม่ปั๊มครัชล่างครับ ของผมเคยรั่วครับ ช่างไปหาอะไหล่ไส้ในของรถหกล้อมาใส่ เอาแต่ซีลมา ร้อยกว่าบาทเอง ใช้มาได้ปีกว่า ไม่มีปัญหาครับ
31 มี.ค. 2551 , 17:32:35 น
-
Looking 4 free ***, write me Steve@bullochent.com
16 มี.ค. 2011 , 02:10:27 น