VW-Thai Club House
General Category => VW-Thai Club House => ข้อความที่เริ่มโดย: แหวน ที่ เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am
-
Passat จะติด LPG
แนะนําด้วยคะ ขอบคุณมากคะ
[ 2 พ.ค. 2550 , 22:15:16 น
-
บอกได้คำเดียวระบบหัวฉีด ปัญหาน้อย ยิ่งไม่รู้เรื่องรถมากยิ่งสบายใจ จมูกไวๆหน่อยใช้ได้ แพงนิดแต่ระยะยาวดีกว่า
2 พ.ค. 2550 , 23:34:54 น
-
เชียให้ติดครับน้ำมันตอนนี้ 30บาทกว่าแก็ส9บาทกว่าราคาต่างกันเยอะครับถึงแม้ว่าแก็สจะกินมากกว่าน้ำมัน10-20%ก็ตาม เลือกเอาครับว่าจะใช้แบบไหน แบบ Fix หรือแบบ มิกเซอร์แปรผันถ้ากลัวว่าจะเกิดอาการแบกไฟส์ทีหลังก็ใช้มิกเซอร์แบบแปรผันครับไม่มีการแบกไฟส์แน่นอน หาอู่ที่ดูไว้ใจได้และช่างมีฝีมือหน่อยครับจะได้สบายใจ
2 พ.ค. 2550 , 23:35:30 น
-
...มิกเซอร์แปรผันมีลักษธนะอย่างไรครับ ผมใช้ฟิกซ์มิกเซอร์อยู่ จะเปลี่ยนเป็นแบบแปรผันได้หรือเปล่า ราครเท่าไหร่ครับ...
3 พ.ค. 2550 , 08:44:08 น
-
ถ้าb4(ปี95-97)ก็ระบบmix+lamdaก็น่าจะพอครับ แต่ถ้าb5(ปี98-2***)แนะนำระบบหัวฉีดครับ เมื่อวานเอารถไปล่างหม้อต้มเห็นมีb5เข้าติดระบบหัวฉีด ลองเค้าไปดูเค้าติดก่อนก็ได้ครับ เป็นอู่เล็กๆเจ้าของทำเองเกือบหมดทุกขั้นตอน เบอร์ติดต่อช่าง0863915340 เค้าไปดูงาน คุยราคาก่อนตัดสินใจครับ
3 พ.ค. 2550 , 10:33:38 น
-
ตอบคุณ โอ๋ vento ก็ไปให้รที่อู่เดิมที่คุณไปติดมาทำให้ก็ได้ครับแค่เปลี่ยนตัวมิกเซอร์เองส่วนราคานั้นผมไม่แน่ใจ แต่ถ้ากระเป๋าหนักจะใช้แบบหัวฉีดแบบที่คุณปานบอกก็ได้ครับเพราะจะดีกว่าแต่ก็แพงครับลองหาอู่ที่ทำเก่งและดีจิงๆ
3 พ.ค. 2550 , 10:57:15 น
-
ขอบคุณมากนะคะ
ที่ช่วยแนะนํา
3 พ.ค. 2550 , 13:39:11 น
-
ผมcนะนำติดแบบระบบ MIXER ดีกว่าครับ ถูกกว่าระบบหัวฉีดตั้งเท่าตัว MIXER ราคา 16,000 - 17,000 บ. แต่หัวฉีดราคา 34,000 บ. ต่างกันก็เฉพาะจูนบ่อยกว่าชนิดหัวฉีด แต่โอกาสจูนก็อย่างตำถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดก็น่าจะประมาณ 6 เดือนถึงจะจูนทีนึงแต่ส่วนมากมักไม่ค่อยจะเป็นอะไร ก็ลอง + - * / เองก้แล้วกันแต่ถ้าเป้นผมติดแบบ FIX MIXER ชัวร์ เย้ ลองศึกษาจากผู้รู้หลายๆคนก็ได้นะครับเพราะว่าบางที่ของแพงมันก็อาจจะไม่ดีเสมอไปนะครับ
3 พ.ค. 2550 , 18:19:50 น
-
ถามคุณกิมยังค่ะ ว่าการจูนนะต้องใช้เวลาเท่าไหร่ค่ะ ต้องทิ้งรถไว้ทั้งวันหรือป่าวค่ะแล้วอันตรายกว่าหัวฉีดมั๊ยค่ะถ้าเป็นระบบแบบ FIX MIXER
4 พ.ค. 2550 , 09:37:34 น
-
อันนี้ผมรบกวนคุณภา Post ถามคุณเณรได้เลยครับเพราะพี่เค้าจะให้ความรู้กับคุณภาได้ดีกว่าผมมากครับ
4 พ.ค. 2550 , 10:08:21 น
-
ก๊อปมาจาก gasthai
" แบคไฟร์ (Back Fire) เป็นอาการที่เกิดจากการสันดาปของเชื้อเพลิงภายนอกกระบอกสูบ เป็นเรื่องที่พบได้ทั้งเครื่องยนต์ที่ใช้แก๊สเป็นเชื้อเพลิง หรือแม้นกระทั่งเครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมันเอง ก็มีบางครั้งที่จะพบเจอะอาการนี้ อาการเบื้องต้นที่เจอะจะมีการระเบิดย้อนภายในท่อร่วมไอดี อาจทำให้ระบบควบคุมประจุไอดีชำรุดได้ จำพวกมาตรวัดอากาศ (Air Flow) หรือลิ้นปีกผีเสื้อ
การเกิดแบคไฟร์ได้นั้นมีองค์ประกอบคือ เชื้อเพลิง และอ็อกซิเจนในอากาศ การเกิดแบคไฟร์ส่วนใหญ่จะเกิดในกรณีที่ส่วนผสมบางเกินไป จะเกิดในช่วงเวลาสั้นๆและจะเผาไหม้เชื้อเพลิงที่ตกค้างอยู่ภายในท่อร่วมไอดี ส่วนผสมของเชื้อเพลิงกับอากาศที่บางเกินไปจะมีค่าอ็อกซิเจนอยู่ในส่วนผสมมาก ส่วนผสมที่บางจะสันดาปตัวเองได้ง่ายเมื่อมีอุณหภูมิถึงจุดสันดาป โดยไม่ต้องพึ่งพาเปลวไฟจากเขี้ยวหัวเทียน การเกิดแบคไฟร์นั้นอาจเกิดได้ในเครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิง เกิดในกรณีเดียวกันแทบทุกอย่าง แต่การฉีดเชื้อเพลิงในเครื่องยนต์เบ็นซินนั้นการฉีดจะบางได้มีอยู่ไม่กี่กรณี คือ ปั๊มเชื้อเพลิงแรงดันตก หัวฉีดเชื้อเพลิงทำงานผิดปกติ หรือ มาตรวัดอากาศประมวลผลผิด (เร่งเครื่องแต่จับสัญญาณการไหลของอากาศได้ต่ำกว่าความจริง) ถ้าในกรณีเครื่องยนต์ที่ใช้คาร์บูเรเตอร์จะเกิดจากการใช้ขนาดนมหนูน้ำมันที่ไม่เหมาะสม จากอาการข้างต้น การที่เราจะเอาระบบแก๊ส ไม่ว่าจะเป็น LPG หรือ NGV มาใช้ในรถยนต์นั้นองค์ประกอบที่เหมาะสมถึงจะแก้ไขปัญหาได้ ในระบบดูด ( Mixer ) ระบบพื้นฐานคล้ายคาร์บูเรเตอร์ ปากผสมจึงเป็นจุดหลักของอาการแบคไฟร์ และ มีหม้อต้ม เป็นตัวเสริมที่บ่งบอกว่าขนาดปากผสมนั้นเหมาะสมกันหรือไม่
ทำไมเครื่องยนต์สมัยใหม่เมื่อนำไปใส่ระบบดูดที่สามารถใช้กับเครื่องยนต์ที่มีความจุเท่ากัน แต่ยังเกิดอาการแบคไฟร์อยู่ การเกิดอาการแบคไฟร์ในระบบดูดที่ใช้กับเครื่องยนต์สมัยใหม่นั้น ส่วนใหญ่มักมีปัญหาจากระบบแปรผันวาวล์ไอดี ซึ่งเมื่อระบบนี้ทำงานจะทำให้ค่าการไหลของอากาศมากขึ้นโดยเฉียบพลัน ปกติการทำงานของระบบแปรผันวาวล์ถูกออกแบบมาให้เครื่องยนต์มีอัตราเร่งที่ดี แต่การเกิดแบคไฟร์ในเครื่องยนต์ทั่วๆไปนั้นก็มีความเสี่ยงในขณะที่ส่งคันเร่งเร็วๆในกรณีเร่งแซง แต่เมื่อถูกผนวกไปกับการปรับค่าการเปิดวาวล์ที่นานขึ้นทำให้ปริมาณอากาศที่ไหลผ่านมากขึ้นตามไปด้วยโดยที่หม้อต้มไม่สามารถที่จะชดเชยได้ทันก็จะเกิดอาการแบคไฟร์ได้โดยง่าย เรียกได้ว่าถ้าระบบเครื่องยนต์ที่มีการประจุไอดีที่ซับซ้อน ระบบดูดจึงไม่ใช้ทางเลือกที่ดีนัก
แต่อย่างไรก็ตามการเกิดแบค์ไฟร์นั้นอาจมีข้อปลีกย่อยจากตัวเครื่องยนต์เองอีกส่วนนึง อาการจากสายหัวเทียนรั่ว หรือ คอย์จุดระเบิดรั่ว(ในรถที่ใช้คอย์แยก) หรือแม้นแต่กระทั่งเขี้ยวหัวเทียนที่ห่าง ก็สามารถที่จะทำให้เกิดอาการแบคไฟร์ได้ "
4 พ.ค. 2550 , 11:01:22 น
-
อ้อลืมตอบคุณภาเรื่องการจูนครับ จูนไม่นานสามารถรอได้เลยครับ ถ้าไม่มีอะไรผิดปกติ
4 พ.ค. 2550 , 12:38:15 น
-
ขอบคุณคุณกิมย้งมากนะค่ะ
4 พ.ค. 2550 , 16:19:04 น