VW-Thai Club House
General Category => VW-Thai Club House => ข้อความที่เริ่มโดย: ปลัดแก่ ที่ เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am
-
ติดตั้งโดยช่างไฟฟ้ารถยนต์ที่มีประสบการณ์ด้านการซ่อมได-มอร์เตอร์ มีความรู้ด้านช่างพอประมาณ หุ่นม่อต้อมะขามข้อเดียวใจเย็นยิ้มง่ายไม่หขี้หงุดหงิดที่ชื่อ นาวิน ราคาติดตั้งในขณะนั้นหมื่นสามปลายๆ ชุดติดตั้งเป็นระบบแก๊สรถยนต์แบบพื้นฐาน(Mix Fixer) ตัวปรับความดันแก๊ส(Vaporizor)ที่เรียกกันว่าหม้อต้มเลือกเป็นของใหม่แกะกล่องเอาของที่ถูกที่สุดในร้านในขณะนั้นยี่ห้อHana ของบริษัทHana Engineering จากเกาหลี (วันนั้นมีอีกยี่ห้อคือTomasettoซึ่งเป็นของอิตาลี ยี่ห้อนี้จะมีราคาติดตั้งรวม1.6หมื่นบาท) ถังแก๊สเป็นถังมาตรฐานขนาด48ลิตรยี่ห้อMetal mate ตัวMixerเป็นแบบครอบทั่วไปที่กว้าง29มม.ครอบกับปลายท่ออากาศที่มาจากกรองอากาศก่อนเข้าห้องเผาไหม้ Power Valveจะอยู่ระหว่างท่อจ่ายแก๊สจากหม้อต้มมาสู่Mixerซึ่งก็เหมือนกับที่เห็นโดยทั่วไป ปั๊มติ๊กแก๊สเป็นของที่ใช้ทั่วๆไป สวิตเลือกระบบแก๊ส-น้ำมันเป็นแบบธรรมดาโยกด้วยมือแบบราคาถูกๆ(ราว60บาท) อุปกรณ์อื่นๆตามความจำเป็น เช่น สายหุ้มโปโล ท่อเดินแก๊สอะไรต่างๆ เป็นต้น การติดตั้งใช้เวลา 1 วัน(มาเช้าเย็นไปรับรถ) ในการติดตั้ง เนื่องจากผู้ติดเป็นช่างไฟ จึงชำนาญพิเศษกับการเดินระบบไฟ การตัดระบบหัวฉีดและปั๊มติ๊กอย่างเด็ดขาดในช่วงใช้แก๊ส น้ำมันจึงไม่เคยหาย-หัวฉีดก็ไม่ยก การติดตั้งจากการให้คนอื่นดูและวิจารณ์ทุกคนบอกว่า ติดดี เรียบร้อย สวยงาม ประณีตมาก
ติดตั้งและทดสอบโดยช่างเสร็จ ก็รับรถกลับ ขณะไปรับราว3ทุ่มแล้ว ทราบว่าเสร็จตั้งแต่หัวค่ำ พอไปนั่งที่คนขับสตาร์ทชึ่งเดียวติด ก็ถอยรถมุ่งไปทางแปดริ้วทันที ทดลองขับเร็วช้าและความเร็วระดับต่างๆ สังเกตเห็นว่าไม่มีอะไรต่างจากน้ำมันมากนัก รู้สึกว่ารถจะวิ่งดีกว่าน้ำมันเสียอีก(จริงๆแล้วราคาแก๊สถูกกว่าเยอะเลยมันเท้ากดหนักๆมากกว่า)
ในรอบเดือนที่ 1 ไม่พบอะไรผิดปกติเลยสักอย่าง ไม่มีกลิ่นแก๊ส ไม่มีBack Fireปึงปังให้ได้ยินสักครั้ง แต่เนื่องจากคันนี้ไม่ใช่รถคันแรกในชีวิตที่ผมใช้แก๊ส แต่เป็นคันที่ 3 แล้วจึงพอรู้ระบบอะไรมาพอสมควรจึงไม่ได้ตื่นกลัวการใช้LPGในรถสักนิด(คันแรกราวปี 2528 ใช้เฟียต132ก็ติดแก๊สแลนดี้ฮาร์ท๊อกโดยอู่พันเอกการุณ เก่งระดมยิง ตอนนั้นMixerเป็นแบบเจาะคารบิวแล้วสอดตัวจ่ายแก๊สที่เป็นหลอดแท่งโลหะแข็งเข้าไป คันที่ 2 เมื่อปี45 เรโนลต์R21 ก็ติดแก๊สหม้อต้มNikiเหมือนของแท็กซี่นิยมใช้ ตอนนั้นซื้อมาจากใครไม่รู้ที่วางกองไว้ทั้งชุดราคาแค่2พันกว่าบาท)
ผมไม่ติดตั้งหม้อน้ำมันเครื่องเลี้ยงวาล์ว(Oil Dozer) แต่เลือกที่จะบังคับตัวเองให้เริ่มใช้งานรถตอนเช้าทุกวันด้วยน้ำมันไปจนอุณหภูมิเครื่องราว 70 องศาขึ้นไปจึงสลับมาใช้แก๊สแทน ขณะเดียวกันก็ไม่ติดตั้งตังบอกความหนาบางของแก๊สที่เรียกว่า AF Meter เพราะนิยมปรับจูนเองมากกว่า ยิ่งตัวหลอกแลมด้าที่หลอกไม่ให้กล่องวิเศษงงว่าจะสั่งการยังไงยิ่งไม่ติดใหญ่ ไม่รู้ยังไงเหมือนกัน เวนโต้ผมใช้นำมันเครื่องเบาดับที่มักเกิดกับเวนโต้ใช้แก๊สเคยเป็นครั้งเดียวจริงๆ และก็ใช้วิธีถอดขั้วแบต ก็ไม่เคยเจอปัญหาอีกเลย
ในรอบเดือนที่2-3 ทุกอย่างเป็นไปโดยปกติราบรื่น ที่สำคัญคือ สบายกระเป๋า เพราะเมื่อก่อนจ่ายค่าน้ำมันเดือนละ8.5พันถึงหมื่นบาท ตั้งแต่ใช้แก๊สก็เหลือราว 4.5 6 พัน...!
เหตุการณ์ระทึกใจครั้งแรก...! เกิดขึ้นในช่วงปลายเดือนที่ 3 เช้าวันหนึ่งขับจากโคราชไปประชุมที่บุรีรัมย์ ขับมาด้วยความเร็วปกติราว 90-100-110 ขณะที่กำลังเร่งแซงสิบล้อคันหนึ่ง อยู่ดีๆเครื่องก็กระตุกสะดุดเร่งไม่ขึ้นเอาดื้อๆ ต้องลดความเร็วเข้าข้างทาง เปิดฝากระโปรงดูตกใจมากกับน้ำแข็งขาวโพลนห่อหุ้มหม้อต้มหนาตึ๊บ เอาไงดีหว่า ทำไงล่ะตู ใช้รถแก๊สมา 2 คันแล้วก็ยังไม่เคยพบเคยเห็น เลยโทรไปหาช่างที่ติดตั้ง แกก็อธิบายว่าเรื่องนี้มาจากสาเหตุหนึ่งเดียวคือระบบน้ำที่ไปอุ่นภายในหม้อต้ม น้ำไม่วนเข้าก็วนไม่ดี หรือวนดีแต่ดันไม่ร้อนพอ หรือหนักๆอาจเป็นเพราะผ้าไดอะแฟรมภายในชำรุด หรือหม้อน้ำ-ท่อน้ำรั่ว สรุปแล้วก็เรื่อง น้ำ อย่างเดียวว่างั้นเถอะ..!
ด้วยนิสัยดื้อรั้น จอมยุทธเยี่ยงเราจะยอมแพ้วางกระบี่ง่ายๆได้ไงหรือ เริ่มต้นงัดตำรา ปรึกษาผู้รู้ บางท่านบอกว่าช่างไม่รู้ระบบน้ำโฟล์คเลยเดินระบบน้ำผิดมั๊ง แต่มาหวลคิดดู จะเป็นไดไงหว่า ทำไมมันดันมาเป็นเอาเดือนที่3นี่ล่ะ ถ้ามันเดินน้ำผิดมันก็เล๊ะชึ่งชั่งมาตั้งแต่ต้นแล้ว เพื่อความชัวร์มีวันหนึ่งที่ไปเปลี่ยนยางหมวกวาล์ว ให้ช่างเวนโต้ประจำใจดูว่าเขาเดินน้ำผิดเปล่าวะไอ้น้อง? ช่างตรวจไปมาแล้วบอกว่าเขาเดินถูกทุกประการแล้วนะเฮีย คิดได้ยังงี้ก็พยายามทู่ซี้ใช้ต่อไปเรื่อยๆ สังเกตมันว่าที่น้ำแข็งเกาะหม้อต้มนั้นมันเป็นตอนใหน ในที่สุดก็ได้ข้อสรุปว่า มันจะเป็นก็ตอนวิ่งทางไกลยาวๆนานๆอากาศเย็นๆ โดยเฉพาะตอนที่เข็มอุณหภูมิมันอยู่ที่50องศา เริ่มมาเอะใจตรงที่แฟนๆในvwthaiนี่แหละเคยบอกว่าเวนโต้เรานั้นมันควรจะมีอุณหภูมิน้ำอยู่ที่ 90 องศาถึงจะเบี่ยมนะนาย...อ้าว เจ้าโต้ของว่าที่รองผู้ว่ากะเหรี่ยงนายนี้ตั้งแต่ใช้มาไม่เคยเข็มความร้อนมันเกิน70ซักกะทีนี่หว่า แหงเลย แสดงว่าน้ำไปที่หม้อต้มมันเย็น แล้วมานั้นทางในบริกรรมคาถาดูว่าอะไรมั่งน๊อที่มันเกี่ยวกะอุณหภูมิ ในที่สุดก็นึกถึง วาล์วน้ำ ปิ๊งขึ้นมาในสมองแก่ๆใบนี้ รีบวิ่งแจ้นไปหาอาแปะที่ชัยประสทธิ์อะไหล่แถวสะพานควาย อาแปธบอกของอั๊วะหมด จึงเตร่ไปซื้อร้านอะไหล่คนแขนด้วนที่ใกล้ๆกันได้มาตัวหนึ่งราคา450 บาท ควบเจ้าโต้หิมะเกาะหม้อต้มกลับไปหาช่างประจำใจแถวนิด้าเปลี่ยนให้ ช่างถอดตัวเก่ามาดูปรากฏว่าเดี้ยงมานานแล้ว คือวาล์วน้ำเปิดลูกเดียวไม่มีปิด พร้อมกับบอกว่าพี่ไปซื้อตัวนี้มาเป็นของเทียบนะ ผมก็บอกไปว่าตอนซื้อผมเน้นกับคนขายแล้วนะว่าเอาของโฟล์คแท้เท่านั้น แต่ยังดันทุรังเอาตัวนี้ให้ แถมยังบอกว่าร้านผมไม่ขายของเทียมจากจีนนะ...!
เป็นอันว่าตั้งแต่นั้นมาจนบัดนี้ หม้อต้มสมบูรณ์พูนสุขทุกประการ ไม่ว่าจะเหยียบ140ไปตลอดทางหรือ90-100ก็เคยเห็นน้ำแข็งมาเยี่ยมกรายอีกเลย ไม่มีอะไรกังขาสักนิดกับการติดLPGให้เจ้าโต้คันนี้ วันนี้ผมจึงมีความสุขกับเจ้าโต้แก๊สปี95เกียร์ธรรมดาของผมที่สุดประหยัดอย่างสุดๆ จึงบอกกล่าวมาเพื่อทราบ ดั่งที่แฟนบางท่านอยากให้รายงานเล่าสู่กันฟัง สวัสดี
[ 2 ก.ย. 2006 , 20:07:55 น
-
มีบางท่านบอกว่าอยากให้เล่าวิธี "ปรับจูน"ที่ผมทำของผมเองมาตลอด(ตั้งแต่ติดแก๊สคันนี้มา ยังไม่เคยกลับไปหาช่างนาวินอีกเลยสักครั้ง เพราะไม่รู้จะไปหาให้ทำอะไร ดพราะมันไม่เป็นอะไร เมื่อตอนหาทางแก้"หม้อต้มหิมะคลุม" ได้ดั่งที่เล่าไปแล้ว ก็โทรไปเล่าให้แกฟังเผื่อจะได้แก้ไขให้คันอื่นที่ประสพปัญหาคล้ายกัน) กันจูนHanaผมจะเล่าอีกที กำลังหาFileที่ว่านั้นอยู่ ที่จริงก็ลอกเขามารวมๆกันไว้จากGASTHAIแล้วมาสรุปรวมทำเองมากกว่านะครับ
2 ก.ย. 2006 , 20:29:27 น
-
ขนาดว่าที่CEOของจังหวัด ยังลงมาตอบข้อข้องใจให้ชาวเราVW มีความรู้+อุ่นใจเรื่องGAS อีกไม่นานจังหวัดที่โชคดีคงไม่เย็นแต่อุ่น(อุ่นใจ) ขอให้กำลังใจ+อยากได้อะไรให้สมหวัง เพราะว่าท่านเป็นฅนดีมีน้ำใจ
2 ก.ย. 2006 , 23:38:02 น
-
ลืมบอกไปอย่างว่า โต้คันนี้ไม่มีเกจ์วัดระดับแก๊ส ทีแรกช่างผู้ติดตั้งต่อเข้าไปใช้ร่วมกับเกจ์น้ำมัน ปรากฎว่าแก๊สยังไม่ถึงครึ่งถังเข็มบอกระดับพุ่งปี๊ดขึ้นยันเกจ์ นายนาวินจึงบอกอย่าดีกว่านะเฮีย หากเฮียจะติดก็หาแบบดิจิตัลมาติดแทน(พร้อมกับจ่ายเพิ่มอีกเล็กน้อย) ผมตอบไปว่าไม่เอานะน้อง รถเฮียน่ะชอบแบบสภาพเดิมๆสะอาดๆ ไม่ติดแม้กระทั่งฟิล์ม สะติ๊กเกอร์อะไรก็ห้ามติด ห้าเจาะห้ามแขวนห้ามเอาสิ่งแปลกปลอมมาติดแปะทั้งสิ้น ไม่ชอบน่ะ จะมีติ๊กเกอร์ก็แค่ป้ายทะเบียน พรบ. กะป้ายอนุญาตให้เข้าทำเนียบรัฐบาลชั้นในเท่านั้น(แต่ตอนนี้ไม่เข้าแล้ว จะแกะออกเร็วๆนี้ กลัวคาร์บ๊องส์ เอ๊ย!คาร์บอมม์เหมือนในข่าว) แต่ตอนนี้รู้วิธีแล้ว เห็นว่าให้ไปซื้อตัวต้านทานขนาด1โอห์มที่ปรับได้มาต่อพ่วงก่อนเข้าเกจ์ นัดนายนาวินแล้ววันหลังจะไปนั่งซดเบียร์วุ้นให้นายเตี้ยนี้ทำให้
2 ก.ย. 2006 , 23:48:36 น
-
อยารู้เรื่อง เปลี่ยนยางหมวกvalveด้วยครับ
2 ก.ย. 2006 , 23:50:03 น
-
ขอบคุณมากครับ อยากรู้ว่าช่างติดตั้งแก๊ซอยู่แถวไหนครับ
3 ก.ย. 2006 , 01:34:06 น
-
ตอบท่านที่ถาม...
1.เรื่องยางหมวกวาล์ว เดิมซดน้ำมันเครื่องชนิดอุดตลุด ต้องซื้อเชลล์X100รุ่นถูกสุดเบอร์40 ลิตรละ 50 บาทคอยเติมตลอด อ่านในเวบนี้ก็สำรวจอู่ บางอู่บอกต้องเปิดฝาสูบ(ใช้เงินหมื่นกว่า) บางอู่บอกของผมไม่ต้องมีเครื่องดูด(แต่ฝีมือต้องเซียน) ตามประสาคนแก่ขี้เหนียวมั๊ง เลือกเอาอูแบบไม่ต้องเปิดฝาสูบซึ่งหมายตามไว้ 4 แห่ง แห่งแรกฝีมือที่หนึ่งออดี้ค่าแรง 1500 อู่ที่2 ช่างฉายาข้ามาคนเดียว(ที่ต้องไปล้างไตวันเว้นวัน)นึกแล้วสงสารสังขารแกจริงๆแกบอก 1800 อู่ที่3 บอกมาเลยเฮีย3ชั่วโมงเสร็จขอ 1200 อู่ที่4 เพิ่งย้ายจากตรงข้ามแมโครลาดพร้าวที่เคยเสียค่าเช่าที่เดือนละ3หมื่นมาที่ใหม่ตรงข้ามนิด้าด้านแถวฝั่งคลอง มีช่างโฟล์ค 3 คน(อดีตช่างศูนย์วิภาวดี) ช่างใหญ่ ช่างเล็ก กะช่างพัทร ไปถึงแต่เช้าเจอช่างเล็ก คนหนุ่มรูปหล่ออัทธยาศัยดีมากไปมาลาไหว้นอบน้อมถ่อมตน ตรงสะเป๊คกับผมพอดี บอกเอาเลยน้องเปลี่ยนให้พี่ที เย็นพี่มาเอานะ จะไปประชุมที่ทำเนียบรัฐบาลก่อน ราว5โมงไปรับรถกับค่าแรง 800 บาท..! (ของซื้อไปเองตัวละไม่กี่บาท) ตั้งแต่นั้นมาน้ำมันเครื่องหาย-ควันขาวตอนอรุณรุ่ง ก็อันตธานหายไปเป็นปลิดทิ้งสมบูรณืพูนสุข เลยต้องฝากชีวิตเจ้าโต้น้อยไว้ที่ช่างเล็กคนนนี้แหละนะ ใครอยากสนใจอยากให้เขาทำก็เบอร์ 04 -120 0570
2. อู่ที่ติดแก๊สชื่อนาวินออโต้เซอร์วิส(เพิ่งตั้งชื่อใหม่เมื่อ2วันนี่เอง !) เดิมชื่อพีระการไฟฟ้า ตอนนี้ซ่าส์มากเห็นไปลงโฆษณาร้านที่GASTHAI.COM ....01 - 986 5860
เหตุการณ์เกิดขึค้นสักครู่นี่เอง เมื่อกี้ผมทำตัวเป็นช่างเปลี่ยนใบปัดน้ำฝน ทำท่าใหนไม่รู้งัดไปแงะมา พอเอาใบเดิมออกมาได้ ก้านดันฟาดกลับไปที่กระจกหน้า ผลคือ แตกแบบStar รอยร้าวเส้นหนึ่งยาวขึ้นไปเกือบครึ่งกระจก โทรไปถามร้านประเภท"ซ่อมไม่ต้องเปลี่ยน" ช่างบอกว่าเท่าที่ฟังน่ากลัวจะซ่อมไม่ได้ เพราะสภาพเหมือนโดนก้อนหินแข็งกระเด็นกระแทกอย่างแรงตจนเป็นหลุ่มแล้วแตกรอบทิศ เฮ้อ...อาการเบื่อหน่ายมาเยือนอีกแล้ว เสียดายของเดิมๆน่ะ ท่านใดมีประสบการณ์ช่วยปลัดแก่ทีนะครับ...!
3 ก.ย. 2006 , 18:23:01 น
-
ขอบพระคุณอย่างสุง ที่ได้รับความรู้จากท่านปลัด ผมกำลังจะไปติดตั้ง แก้สรถยนต์ เวนโต้ 95 เกียร ออโต้ ครับผม
3 ก.ย. 2006 , 22:47:30 น
-
ขอเรียนว่าที่เล่ามาทั้งหมดเป็นเพียง "กรณีเวนโต้คันของผม" เท่านั้นนะครับ ไม่ได้ผูกพันกับช่างที่ทำหรืออู่ที่ซ่อมใดๆ(หรือ/และก็ไม่ได้บ่งชี้ถึง "คุณภาพ"การทำงานของเขาแต่อย่างใดด้วยนะครับ) และในบางกรณีที่ผมไม่ได้ทำเพิ่ม เช่นของผมไม่ติดตัวหลอกLamda AF-Meter ก็ไม่ได้หมายความว่าการติดแก๊สในเวนโต้ทุกคันไม่ต้องทำ เพราะผมเห็นเพื่อนๆเวนโต้บางคันที่มีสภาพรถไม่เหมือนผมมีความจำเป็นต้องปรับแต่งเพิ่มเติมอื่นๆที่จำเป็น ขึ้นกับสภาพรถแต่ละคันนะครับ ผมเพียงอยากเล่าอยากรายงานให้เพื่อนๆ พี่ๆน้องๆชาวVWTHAIฟังกันเท่านั้นนะครับ ขอบคุณ
4 ก.ย. 2006 , 12:37:57 น
-
สวัสดีครับพี่ปลัดแก่ ผม vento คันที่ 2 ที่ไปติดกับพี่นาวินเจริญตามรอยพี่ปลัดแก่ครับ ผมขอรายงานมั่งครับ ผมใช้เจ้าโต้ ปี 1996 ออโต้ ใช้หม้อต้ม ฮาร์น่า จากดินแดนหมอโฮเช่นกัน แต่เป็นรุ่นที่มีกรองแก๊สในตัว ติดมาช่วงแรกก็มีปัญหาขุกขักนิดหน่อย พอนานวันเข้าวิชาเริ่มแก้กล้า ปรับจูนไปจูนมาก็เข้าที่ มีข้อสังเกตุนิดหนึ่งว่าช่วงที่ติดมาแรกๆรู้สึกว่าจะอืดและกินแก๊สมาก แต่พอใช้ไปซักพักซัก 2-3 เดือน ก็จะรู้สึกว่ากินแก๊สน้อยลง และมีเรี่ยวแรงมากขึ้น (ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นเพราะอะไร) โดยช่วงเดือนที่แล้วมานี้ผมมีความรู้สึกว่า เอ..ทำไมเจ้าโต้เราเรี่ยวแรงตกไปหนอ พอนึกขึ้นได้ก็ลองเปิดดูไส้รองอากาศ โอ้โห ดำยังควันรถ 10 ล้อ แนะ ก็เลยรีบวิ่งไปซื้อมาเปลี่ยน พอใส่เข้าไป สตาร์ทเครื่อง ใส่เกียร์ แล้วเหยียบคันเร่ง ผล..."พุ่งปรู๊ดออกไปเลย แรงกว่าเดิมมากๆ ประหยัดขึ้น จาก 5.5 กม/ลิตรในเมือง กลายมาเป็น 6.66 กม./ลิตรในทันใด แถม อาการสั่นเวลาสับมาใช้นำมันตอนก่อนถึงบ้านหายไปเป็นปริดทิ้ง" เฮ้อ ตอนแรกก็นึกว่าเป็นที่ระบบแก๊สไม่ดี ที่ใหนได้ เรานี่เองแหละที่ไม่ดูแลให้ดีเอง
ส่วนเรื่องกระจกนั้น ผมเพิ่งไปซ่อมมา แค่รอยใบปัดนำฝนขูดเป็นรอยนะครับ ตั้ง 1,000 บาทแนะ แต่ถ้ากระจกร้าวเขาว่าซ่อมง่ายกว่านะครับ แต่ถ้าเป็นรอยร้าวยาวขนาดนี้ผมก็ไม่แน่ใจว่าจะซ่อมได้หรือเปล่า ถ้าซ่อมได้ก็คงจะแพงมากๆ (แต่ถ้าซ่อมได้ถึงงจะแพงกว่าผมก็ว่าดีกว่าเปลี่ยนนะครับ เพราะจะได้ไม่มีปัญหาเรื่องซีนขอบกระจกตามมาทีหลัง) แต่ถ้าถึงคราวต้องเปลี่ยนจริงๆ ก็น่าจะลงทุนเปลี่ยนของนอกไปเลย เพื่อคงสภาพเดิมให้มากที่สุด
ผมก็ไปประชุมที่ทำเนียบรัฐบาลบ่อยอยู่นะครับ เพราะผมเป็นนิติกรอยู่ที่รัฐวิสาหกิจแห่งหนึ่งและต้องไปประชุมเกี่ยวกับการแก้ไขกฎหมายตามนโยบายของรัฐบาลอยู่บ่อยๆ ถ้าโชคดีอาจจะได้พบกันครับ (เอ...ถ้าพบกันแล้วจะรู้กันมั้ยเนี่ย???)
4 ก.ย. 2006 , 18:22:21 น
-
ขอบคุณคุณโอ๋ครับที่กรุณาเพิ่มเติมข้อมูลที่เป็นประโยชน์แก่พวกเรา คุณโอ๋ตั้งไฟให้แก่ขึ้นหรือยังครับ ตั้งเองง่ายๆใช้ปากตายหรือกุญแจแหวนคลายตรงฐานจานจ่ายออกแล้วหมุนย้อนขึ้น ตามสูตร "ตามอ่อน ย้อนแก่" แต่สำหรับแก๊สให้ย้อนขึ้นไปนะครับ จะเห็นความแตกต่างปรู๊ดปร๊าดขึ้นแบบรู้สึกได้
ส่วนเรื่องกระจกผมยังงงๆอยู่ว่าจะทำยังไงดี วันนี้ไปถามแถวรามอินทราบอก4.5พัน แต่พอเหลือบไปเห็นโลโก้เดิมๆที่มุมกระจกล่างซ้ายที่มีตราโฟล์คประทับก็เสียความรู้สึกจริงๆครับ อ้าว วันนี้ดันมีเรื่องใหม่ตามมาอีก ขับไปกินข้าวกับเพื่อนอยู่ดีๆความร้อนขึ้นจน110บางจังหวะถึง120 จอดรถดูก็ไม่ได้ยินเสียงน้ำเดือดหรือมีอพวยพุ่งอย่างใด เครื่องก็ไม่มีเสียงน๊อคก๊อกๆหรือดับกลางถนนแต่อย่างใด เป็นงงมาก พอกลับถึงบ้านแล้วรอจนเครื่องเย็น เปิดดูน้ำในหม้อพักกลมๆไม่มีน้ำอยู่เลย สันนิษฐานในใจ 2 เรื่อง คือปั๊มน้ำ(เพราะมีเสียงหอนหวีดหวิวเหมือนไซเร็นตอนเร่งเครื่อง) กับอีกที่คือกระปุกหม้อพัก พรุ่งนี้ประชุมที่มิราเคิลจะให้ช่างแถวนั้นตรวจสอบหน่อยครับ
5 ก.ย. 2006 , 02:28:50 น
-
ขอแก้ไขนิดหนึ่งครับ เพิ่งคิดได้ว่าผมเป็นเวนโต้คันที่ 3 ที่ไปติดกับพี่นาวินครับ ส่วนพี่ปลัดเป็นคันที่ 2
เรื่องความร้อนผมพอคิดออกอยู้ 4 สาเหตุ (ตัดเรื่องวาล์วนำออกไปเพราะพี่ปลัดเพิ่งเปลี่ยนมา) 1 ปัมนำอย่างที่พี่ปลัดว่า 2. ฝาแรงดันปิดหม้อพักนำ เพราะถ้ามันเสียมันก็จะรับแรงดันไม่ใหว จรนำค่อยๆหายไปจนหมด 3. มีตามดเกิดขึ้นในระบบหม้อนำ ทำให้นำค่อยๆหายไปเพราะเกิดการรั่วของระบบ กรณีนี่ผมเคยเป็น (แต่เป็นรถโอเปิล คอร์ซ่าร์อีกคันหนึ่งของผม)โดยถ้าลองเปิดเครื่องมาดู และฟังเสียง แต่ต้องที่เงียบๆหน่อยนะครับ จะได้ยินเสียง "ฟี่ๆ" เบาๆ (ดับเครื่องก่อนนะครับไม่งั้นไม่ได้ยิน) และประการที่ 4 เกิดจากพัดลมหม้อนำไม่ทำงาน เพราะอันนี้ผมเคยมีประสบการตรงมาครับ โดยจะมีอาการเวลาวิ่งช้าร้อน วิ่งเร็วปกติ และจะมีนำล้นออกมาทางช่องนำล้น ถ้ามีอาการเช่นนี้ พัดลมหม้อนำแน่นอน
เรื่องกระจกถ้าซ่อมไม่ได้จริงก็ต้องเปลี่ยนละครับ แต่ต้องของแท้นะครับ ไม่งั้นจะมีตรา "มอก." มันไม่แท่เลยงะ...
5 ก.ย. 2006 , 11:54:54 น
-
ครับ ขอบคุณที่ให้คำแนะนำ พรุ่งนี้ผมจะกลับไปโคราชแล้ว ตลอดถึงสิ้นเดือนคงตะลอนๆตรวจราชการหลายจังหวัดยันแดนเขมรเลย ที่นู่นผมไม่มีโอกาสใช้อินเทอร์เนต โอกาสหน้าค่อยพบปะพูดคุยกันอีกนะครับ
6 ก.ย. 2006 , 00:14:07 น
-
-1'
26 ม.ค. 2012 , 16:19:19 น
-
1
26 ม.ค. 2012 , 16:19:20 น
-
1
26 ม.ค. 2012 , 16:19:20 น
-
1
26 ม.ค. 2012 , 16:19:21 น
-
1
26 ม.ค. 2012 , 16:19:21 น