VW-Thai Club House

General Category => VW-Thai Club House => ข้อความที่เริ่มโดย: มดดำ ที่ เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am

หัวข้อ: ขอความรู้เรื่องน้ำมันเฟืองครับผม เฮ้อ. เริ่มท้อแล้วครับ..
เริ่มหัวข้อโดย: มดดำ ที่ เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am
ผมอยากขอความรู้จากผู้ที่รู้นะครับผมว่า(รถผมพาสสาm B4 ปี 97 ครับ
1.  น้ำมันเฟืองถ้าจะวัดระดับน้ำมันเฟือง จะวัดอย่างไรครับ มีวิธีการอย่างไรบ้างครับผม
2.  ถ้าน้ำมันเฟืองมันหยด เป็นวง(ไม่ใหญ่)ใต้ท้องรถมันเกิดจากอะไรได้บ้างครับ
3. เป็นไปได้หรือปล่าวครับว่า  ไม่ซีลยางมันเสื่อม ก็ น้ำมันเฟื่องที่เติมเข้าไปใหม่มันเยอะเกินไปจนล้นออกจากท่อที่เติมนะครับผม
4.  ถ้าเกิดในกรณีประเก็นหรือซีลยางเสื่อมต้องทำอย่างไรบ้างครับ มีค่าใช้จ่ายอย่างไร เป็นอันตรายอะไรมากหรือปล่าวครับ
5.  ถ้าเกิดในกรณีว่า นานๆ หยดที เราหมั่นเติมน้ำมันเฟืองเนี่ยได้หรือปล่าวครับ แล้วสเปกน้ำมันเฟืองต้องมีรายละเอียดอย่างไรบ้างครับ
 ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับทุกๆ คำตอบครับผม กลุ้มใจและเริ่มท้อแล้วหละครับเฮ้อ....

[ 31 ธ.ค. 2005 , 18:05:58 น
หัวข้อ: RE: ขอความรู้เรื่องน้ำมันเฟืองครับผม เฮ้อ. เริ่มท้อแล้วครับ..
เริ่มหัวข้อโดย: nuk ที่ เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am
น้ำมันเฟืองท้ายของB4จะมีแกนวัดอยู่ โดยดูจากแกนของแกนfinal drive ครับ แกนนี้จะติดกับตัวspeed sensor ต้องหมุนขึ้นมา ลองอ่านในหน้า repair and maintenanceดูครับ อย่าคิดมาก
spec เดิมใช้นำ้มันเฟืองท้ายของvolk แต่ช่างหลายอู่ที่ซ่อมvolk ใช้น้ำมันเกียร์เบอร์ 90 ผสมกับหัวเชื้อ น้ำมันเฟืองท้ายพวกที่มีส่วนผสมของกราไฟร์

1 ม.ค. 2006 , 00:39:20 น
หัวข้อ: RE: ขอความรู้เรื่องน้ำมันเฟืองครับผม เฮ้อ. เริ่มท้อแล้วครับ..
เริ่มหัวข้อโดย: pop ที่ เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am
อย่าท้อครับ แค่นีี้เองยังมีคนที่มีปัญหาเยอะกว่าคุณครับ อย่ งน้อยก็ผมคนนึงหละ
1 ทำตามคุณ nuk
2 รั่ว ซึม เติมเกิน
3 เป็นไปได้ ชัวร์ก็หมั่นวัดอย่าให้ขาด
4 หากซึมๆ ก็คอยหมั่นเช็คระดับน้ำมัน หากรั่ว ถ้าจำไม่ผิดอาจต้องปลดเกียร์ลงมาเปลี่ยนพวกซีล แต่ของผมใช้มาเกือบสามแสน ไม่มีปัญหาครับ
5 ได้ครับ
สเป็คน้ำมันเฟืองท้าย vw audi เท่าที่จำได้ part no คือ G052 145 S2  ราคาขวดละ 1288บาท
อู่เท่าไปมักเติทน้ำมันเฟืองท้ายเบอร์90นั่นแหละครับ แต่รถผม ผมใช้ของแท้เพราะเสียวพัง ซึ่งจริงๆมันไม่พังหรอก แต่แลกควา
สบายใจครับ


1 ม.ค. 2006 , 04:32:05 น
หัวข้อ: RE: ขอความรู้เรื่องน้ำมันเฟืองครับผม เฮ้อ. เริ่มท้อแล้วครับ..
เริ่มหัวข้อโดย: pop ที่ เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am
อย่าท้อครับ แค่นีี้เองยังมีคนที่มีปัญหาเยอะกว่าคุณครับ อย่ งน้อยก็ผมคนนึงหละ
1 ทำตามคุณ nuk
2 รั่ว ซึม เติมเกิน
3 เป็นไปได้ ชัวร์ก็หมั่นวัดอย่าให้ขาด
4 หากซึมๆ ก็คอยหมั่นเช็คระดับน้ำมัน หากรั่ว ถ้าจำไม่ผิดอาจต้องปลดเกียร์ลงมาเปลี่ยนพวกซีล แต่ของผมใช้มาเกือบสามแสน ไม่มีปัญหาครับ
5 ได้ครับ
สเป็คน้ำมันเฟืองท้าย vw audi เท่าที่จำได้ part no คือ G052 145 S2  ราคาขวดละ 1288บาท
อู่เท่าไปมักเติทน้ำมันเฟืองท้ายเบอร์90นั่นแหละครับ แต่รถผม ผมใช้ของแท้เพราะเสียวพัง ซึ่งจริงๆมันไม่พังหรอก แต่แลกควา
สบายใจครับ


1 ม.ค. 2006 , 04:32:51 น
หัวข้อ: RE: ขอความรู้เรื่องน้ำมันเฟืองครับผม เฮ้อ. เริ่มท้อแล้วครับ..
เริ่มหัวข้อโดย: สมชัย ที่ เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am
ของผมก็มีน้ำมันรั่วออกมาเหมือนกัน ทั้งเกียร์ทั้งเครื่อง ช่วงประมาณ 1 ปีกว่า ๆ ที่ผ่านมาผมก็ทำการเปลี่ยนชุดปะเก็น+ซีลต่างทุกชิ้นทำที่กรุงเทพกรีฑา กะว่าจะให้ช่วงล่างมันแห้งสนิท แต่ตั้งแต่ทำมามันซึมตามโอริ่ง oil cooler , Multi Function SW , finaldrive, และก็มาโอริ่งตัวสุดท้ายคือ โอริ่งสายเคเบิ้ลที่เชื่อมลงไปในอ่างเกียร์ ทั้งหมดผมต้องมาทยอยเปลี่ยนเอง ตอนนี้มันก็มีน้ำมันหยดอีกแล้ว และก็น้ำมันจากอ่างเครื่องอีก ผมคิดว่าน่าจะเป็นที่ O-Ring ทางอู่เก่าเก็บหรือหมดอายุแล้ว แต่ผมไม่ได้ต่อว่าอูน่ะครับ อู่นี้ถือเป็นอู่คุณภาพครับ เพียงแต่ถ้าเพื่อนๆ ถ้าพอจัดหาอะไหล่ไปเองได้ก็จะดี ยังเชียร์อู่นี้เหมือนเดิม
1 ม.ค. 2006 , 10:24:18 น
หัวข้อ: RE: ขอความรู้เรื่องน้ำมันเฟืองครับผม เฮ้อ. เริ่มท้อแล้วครับ..
เริ่มหัวข้อโดย: pop ที่ เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am
ผมก็เคยเป็นเหมือนคุณครับ ที่พยายามจะเอาแก้ไขไม่ให้ใต้ท้องมีคราบน้ำมันเลย แต่ผมว่ามันเหมือนเอาเงินไปโยนแม่น้ำมากกว่า ต่อให้คุณเปลี่ยนO-ring Seal ทุกตัวใต้ท้องรถ ผมรับรองได้วาคุณวิ่งไปไม่เกิน3หมื่นโล เดี๋ยวมันก็จจะเริ่ม ซึมอีก ไปลองก้มดูใต้ท้องรถที่วิ่งมาซัก ไม่ต้อง 5 ปีก็ได้ ไปก้มรถทีวิ่ง หรือใช้งานมาแค่2-3ปี ใต้ท้องมันก็ต้องมีเยิ้มอยู่แล้ว(MB S280 ตาเหยี่ยว ใต้ท้องยังมีแฉะเลยครับ) คุณอย่าลืมว่า
ของเหลวไหลจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำ , pressureในระบบต่างๆเอง, heat ทีเกิดจากเครื่องยนต์ หรืออุปกรณ์ต่างๆ พวกนี้แหละครับที่ทำให้ให้มัน "ซึม" แต่ยังไม่ถึงกับรั่ว หาก"รั่ว" นั่นคือหมดอายุการใช้งานของมัน นั่นคือเจิ่งพื้นเลย เพราะฉะนั้นถ้าจะเอาเงินไปซ่อมแซมพวกนี้ผมว่าเก็บเงินไปทำอย่างอื่นดีกว่าครับ รถผมเองเนียเพิ่งเปลี่ยนประเก็นอ่างเกียร์ไปได้2หมื่นโลเอง ก็เริ่มมีซึมๆขอบออกมานิดๆแล้ว  ถ้ามันไม่ถึงกับรั่วแล้ว"หยด"พื้น ผมเฉยๆครับ เพราะรถผมเอง
ยังมีอะไรที่น่ากลุ้มใจกว่านั้นอีกเยอะครับแหะ แหะ

1 ม.ค. 2006 , 11:29:42 น