• ยินดีต้อนรับ, บุคคลทั่วไป



  • กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก.

    เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

    ตอบ

    Warning: this topic has not been posted in for at least 120 days.
    Unless you're sure you want to reply, please consider starting a new topic.
    ชื่อ:
    อีเมล์:
    หัวข้อ:
    ไอค่อนข้อความ:

    Verification:
    Type the letters shown in the picture
    Listen to the letters / Request another image

    Type the letters shown in the picture:
    ตัวย่อของเมืองหลวงของเรา ๓ ตัว:

    shortcuts: กด alt+s เพื่อตั้งกระทู้ หรือ alt+p แสดงตัวอย่าง


    สรุปหัวข้อ

    ข้อความโดย: dorn
    « เมื่อ: มกราคม 30, 2013, 10:23:12 pm »

    คาบิวฯเรียบร้อยโรงเรียนจีนไปแล้ว  ต่อไปให้ดู คอยส์(เตรียมสำรองไว้มือสองก็ได้)  ชุดจานจ่าย  สายหัวเทีย

    (สำรอง) และปั้มติก  ......ยางดี เบรคดี  ไปได้ทั่วไทย
    ข้อความโดย: mico111
    « เมื่อ: มกราคม 29, 2013, 11:45:35 pm »

    ขอขอบคุณพี่ๆๆทุกท่านมากนะครับ หลังจากพยายามอยู่อาทิตย์กว่าๆ ก็ประสพผลสำเร็จครับ
    สรุปดังนี้ ถอดคาร์บูล้างสกปรกมาก แต่ผมไม่ได้ถอดหมดทุกชิ้นนะครับ ส่วนมากจะถอดเฉพาะชิ้นใหญ่ๆ แล้วก็ถอดพวกนมหนู(ถ้าเรียกไม่ผิดนะครับ ตัวที่อยู่ในคาร์บูเลย ต้องเปิดฟาบนจรึงจะเห็น) และตัวสกูที่อยู่ด้านข้างอีก 2 ตัวมีลักษณะคล้ายๆ นมหนูแต่สั้นกว่าอ้วนกว่า ก่อนถอดคาร์บูล้างผมเอากระดาษขาวแผ่นใหญ่ๆ ลองไว้ด้วยครับ กลัวว่าจะมีชิ้นเล็กชิ้นน้อยหลุดออกไปโดยที่เรามองเห้น ก็เลยกันไว้ก่อน ส่วนสกูลปรับตัวเล็กกับตัวใหญ่ผมไม่ได้ถอด ล้างเสร็จลมเป่าโดยใช้โบเป่าผมนี่แหละครับ นำมาเป่า ประกอบกับเปลี่ยนประเก็นคาร์บู 1 ชิ้น ชิ้นใหญ่เลย และก็ประเก็นตรงคอคาร์บูก่อนเข้าท่อไอดีอีก 1 ชิ้น ปรับครั้งแลกไม่ดีขึ้น อาการเหมือนเดิมโดยการปรับมั่วๆ ตัวเล็กมั่งใหญ่มั่ง ไม่สำเร็จอยู่ 2 วันแต่วันละไม่เกิน 1 ชั่วโมงนะครับ ผมเลยตัดสินใจลองถอดคาร์บูมาลื้อดูอีกทีว่าเราประกอบอะไรผิดหรือเปล่า มีส่วนไหนชำรุดบ้างหรือเปล่าค่อยๆนั่งดูทีละชิ้นสองชิ้นจนแน่ใจว่าไม่มีชิ้นส่วนไหนสึกหรอ ประกอบกับเข้าไปใหม่ แล้วก็จูนคาร์บูใหม่อีกครั้งไม่สำเร็จครับ เลยทิ้งรถไว้อีก 1 วัน แล้วก็กลับไปนอนนึกดูว่าเราควรจะทำยังไงดีถึงจะจูลได้ดี เลยคิดแบบง่ายๆ ว่าควรปิดสกูลตัวเล็กและตัวใหญ่ให้หมดทั้ง 2 ตัว แล้วเริ่มจูลจากสกูลตัวเล็กก่อนพื้นฐานหมุน 2 รอบ การสตาร์รถเป็นที่น่าพอใจครับและไปหยุดหมุนอยู่ที่ 2 รอบกว่าๆไม่เกิน 3 ครับ คอคาร์บูผมเกิดไอน้ำเกาะและมีความเย็นมาก และทดสอบวิ่งดู ผลกลับวิ่งไม่ออกคราวนี้ง่ายแล้วครับผมเลยปรับไฟให้แก่ขึ้นอีกนิดหน่อยตั้งแล้วลองขับดูไปเลื่อยจนเป็นที่น่าพอใจครับ หลังจากนั้นลองวิ่งไปๆๆมาๆๆ อาการดีมากเลยครับไม่มีปัญหารอบเดินเบาให้กวนใจอีกเลยครับ ขอขอบคุณพี่ๆๆทุกท่านอีกนะครับที่คอยเป็นกำลังใจให้คำชี้แนะอยู่เสมอขอบคุณครับ
    ข้อความโดย: ช่างเหอะ
    « เมื่อ: มกราคม 28, 2013, 08:40:54 pm »

    ถ้าไม่จำเป็นต้องถอดเป็นชิ้นๆเพื่อล้าง อย่าถอดเลยจะดีกว่า
    1.คาร์บิวรุ่นนี้มีลูกปืนพลาสติกอยู่ในปั๊มฉีดเร่ง มันมักจะหายด้วยมือช่าง เอาลมเป่าทิ้ง...
    2.รื้อแล้วประอบขันแรงไปฝาโก่ง
    ล้างมันทั้งตัว เปิดแค่สกรูปิดรูนมหนูหลักก็พอ แช่น้ำมันเบนซิน เชย่าๆ แปรงปัดๆ ลมเป่าแล้วตาก
    วิธีปรับ:
    1.ติดเครื่องให้อุ่น ปรับนมสกรูหนูน้ำมัน(ตัวเล็ก)หมุนเข้า-คลายออกให้เดินเบารอบสูงสุด
    2.ปรับสกรูอากาศ(ตัวใหญ่) หมุนเข้า-คลายออก ให้ได้รอบเดินเบาที่ต้องการ
    ย้อนกลับไป 1. แล้วมา 2. สลับกัน จนได้ที่

    ถ้าบู้ซแกนลิ้นปีกผีเสื้อสึก ลิ้นจะหลวม มีอากาศแทรก จะมีปัญหาเร่งเครื่องตอนออกรถจะฟอด

    ตอนที่ใช้ Golf 1 คันแรก ทั้งลูกปืนพลาสติกหาย(ตั้งแต่ก่อนซื้อรถ) + บู้ซแกนลิ้นปีกผีเสื้อสึก
    รื้อแก้ ปรับจูน จนแทบจะหลับตาทำได้ เอาไม่อยู่ ก็เลยจบที่คาร์บิวฮิตาชิซะ

    เอ...สามสิบกว่าปีแล้ว ชักจะจำหน้ามันไม่ค่อยได้แล้วสิ  :)
    ข้อความโดย: dorn
    « เมื่อ: มกราคม 28, 2013, 08:50:50 am »

    ขอแจมด้วยคน  นะครับ

    ในอดีต 28 ปีที่แล้ว (t2แตงโม) เคยเจออาการอย่างที่ท่านเล่าให้ฟังครับ  จูนได้ที่แล้วก็กลับมาเป็นอีก

    ช่างใหญ่(คนรุ่นเก่า)   เคยบอกว่าเป็นที่บู้ซแกนลิ้นปีกผีเสื้อสึกครับ เป็นทองเหลื่องทำให้ปรับส่วนผสมน้ำมันกับ

    อากาศไม่คงที่  ถ้าจะให้นิ่งและไม่มีปัญหาน้ำมันรั้วที่บู๊ซลิ้นปีกผีเสื้อ คงต้องบิ้วบู๊ซใหม่

    ควรเปลี่ยนท่อน้ำมันจากถังมาปั้มติกและจากปั้มติกไปที่คาปูฯด้วย เพราะเก่ามากแล้ว   

    คงต้องหาช่างโฟลค์รุ่นเก่าๆยังคงมีหลายท่านอยู่ 

    มีเรื่องเล่าสู่กันอ่าน 1.....ขับรถไปแถวลาดพร้าว ประมาณซอย 71 เจอรถเต่า จอดเสียอญุ่กลางถนน  เห็นว่าเป็นคนใช้รถโฟลค์เหมือนกัน เลยเปิดไฟกระพริบต่อท้าย ให้รถด้านหลังเบี่ยงซ้ายและขวา คนในรถเต่าเปิดประตูลงมา ปรากฎว่าน่าจะเป็นคุณปู่นะ ผมท่านขาว สวยมากทั้งศรีษะ  ช่วยเข็นเข้าข้างทาง กลิ่นน้ำมันเบนซิลคลุ้งเลย ด้วยความที่ท่านอายุมากแล้ว ก็เงอะๆเชื่อช้า ผมเลยเปิดกระโปรงท้ายรถ ท่านไปสตารด์รถ ท่อน้ำมันที่มาจากปั๊มติกเข้าคาปูฯพุ่งกระชูดเลย เจอเรื่องสายน้ำมันเก่าดูจากภายนอกยังดีอยู่เลย(เก็บไว้ในร่มอย่างดี) แต่สายน้ำมันมีอายูการใช้งาน และด้วยแรงดันของปั้มติกทำให้สายที่ดูภายนอกดี ก็สามารถแตก น้ำมันพุ่งออกมาได้ โชคดีไม่ไหม้
                          2..... ท่านนี้โชคไม่ดี เสียดาย หน้าวี ตามข่าวน่าจะเป็นสายน้ำมันหมดสภาพ ซึ่งเป็นเวลาต้องเอารถออกไปวอมล์ตอนกลางคืนเพราะรถไม่ติดและรถรุ่นนี้ไม่มีแอร์ด้วย เป็นเรื่องเมื่อปีที่แล้ว
                         

    แต่คุณmico111อยู่แถวไหนครับ จะได้แนะนำให้หาได้ใกล้บ้าน
    ข้อความโดย: หะมู
    « เมื่อ: มกราคม 27, 2013, 12:53:01 am »

    ยินดีครับที่อย่างน้อยก็ช่วยให้คุณพอคลำทางได้บ้าง ที่จริงรถโฟล์กรุ่นเก่านี่เป็นรถที่"ติดดิน" มาก ไม่มีอะไรซับซ้อนเท่าไร อาศัยความกล้านิดหน่อยก็น่าจะทำเองได้แล้ว แต่ผมมันประเภทชอบสะบายเคยตัว ส่วนมากมีอะไรก็ให้ช่างเค้าจัดการให้ ว่างๆ ก็ไปนั่งคุยนั่งดูเค้าทำรถ  รถเต่้านี่เครื่องที่เป็นรุ่นหัวฉีดก็มีนะครับ แต่ค่อนข้างหายาก นานๆ จะมีหลุดเข้ามาจากเชียงกง ผมเข้าใจว่าคุณอาจจะเพิ่งได้เจ้าเต่ามาใช้ ก็ดีครับที่กล้าที่ทำรถเอง บางทีรถที่ได้มาคาร์บิวฯ อาจจะมีปัญหามาแล้ว อยากแนะนำให้เอาไปให้ช่างโฟล์ก(เฉพาะเครื่องแอร์คูลด์) เช็คให้ก่อน ถ้าคุณยังไม่เคยทราบก็ให้เข้าไปที่ modernbug.com เข้าไปห้อง Frequently Asked Questions จะมีทำเนียบอู่รวบรวมไว้เพียบครับ มีอะไรก็ถามมาได้ครับ ช่วยๆ กันครับ
    ข้อความโดย: mico111
    « เมื่อ: มกราคม 26, 2013, 11:01:21 pm »

    ขอบคุณมากครับ  มีคนตอบแล้วดีใจจัง น้องเต่าผมเป็นปี 69 เครื่องคาร์บู ผมลองใช้วิธีคุณพี่ดูแล้วก็ดีขึ้นบ้างแล้วครับแต่ตอนนี้ไม่รู้เป็นอะไรครับเดินเบาไม่ค่อยได้เลยครับ แต่เล่งดีวิ่งได้ปกติ ผมจะลองหาวิธีใหม่ดีจะไงจะกลับมาบอกนะครับ
    ข้อความโดย: หะมู
    « เมื่อ: มกราคม 23, 2013, 03:53:22 pm »

    ผมเห็นที่คุณ micro111 ถามแล้ว แต่นึกว่าจะมีผู้รู้แนะนำได้ วันนี้ยังไม่มีใครโพส เลยขอแหยมหน่อยนะครับ ที่จริงโฟล์กมีรุ่นเก่าใช้ลมระบายความร้อน กับรุ่นใหม่ตั้งแต่ปี ๗๕ ลงมาที่ใช้น้ำระบายความร้อน เว๊ป VW THAI นี้ส่วนมาก ร้อยละเก้าสิิบเก้าเป็นนักเลงรถโฟล์กรุ่นใหม่ ซึ่งเค้าไม่ใช้คาร์บิวเลเตอร์กันแล้ว (อาจมีประปรายในโฟล์กกอล์ฟรุ่นแรก) ส่วนใหญ่ก็เป็นรถมีหัวฉีด ในฐานะที่ผมก็ยังมีเต่ากะตู้แตงโมครอบครองอยู่ และปัจจุบัีนก็มาหลงไหลกับกอล์ฟ แวเรี้ยนท์ อยู่เป็นส่วนใหญ่ ขออนุญาตแนะนำว่า คาร์บิวฯ โซเล็กซ์ที่ใช้กับรถเต่านั้น มันมีตัวสกรูเป้นนมหนูสำหรับตั้งน้ำมันให้ฉีดมากน้อย กับตั้งอากาศอีกตัวนึง การตั้งก็คือค่อยๆ ไขสกรุแต่ละตัวให้มันสมกัน อะไรมากมันก็จะสอึกจะดับ เราก็ต้องคอยสังเกตุว่าไขตัวไหนมาก อาการเครื่องเป็นอย่างไร ผมสารภาพว่าใช้รถมานานแต่ไม่เคยตั้งเอง เพราะช่างที่ผมให้เค้าดูแลเครื่องเค้าเก่ง ตั้งแล้่วก็แล้วเลย เค้าจะจูนจนเครื่องมันอยู่ในจุดที่เดินได้นิ่ง แล้วเราก็ไม่ต้องไปวอแวกับมันอีกเลย ถ้าจะถามว่าัตัวไหนกี่รอบนี่ตัวช่างเองก็คงตอบไม่ได้ ถ้าคุณเคยปรับกับมอเตอร์ไซด์ได้ก็คงไม่ยากหรอกครับ

    ถ้าจะไถ่ถามชาวแอร์คูลด์โดยตรง ก็แนะนำให้เข้าไปที่ www.vwshowtime.com, www.thaivwclub.com (ชื่อคล้่ายกับเว๊ปนี้), www.modernbug.com เป็นต้น ไม่ได้เสือกไสไล่ส่งนะครับ ยังไงก็เป็นคนรักโฟล์กเหมือนกัน แต่ชุมชนดังกล่าวจะมีคนที่ถนัดเยอะกว่าน่ะครับ.
    ข้อความโดย: mico111
    « เมื่อ: มกราคม 22, 2013, 11:23:21 pm »

    อยากสอบถามพี่ๆๆผู้รู้หน่อยครับการปรับจูนคา์บูเบอร์ 31 ต้องปรับอย่างไรบ้างครับ ขอแค่เบื้องต้นก็ยังดีระหว่าง อากาศกับน้ำมันต้องหมุนกี่นรอบอะไรประมาณนี้อะครับ ขอบพระคุณเป็นอย่างมากครับ

     ปล.ตอนนี้กำลังถอดล้างคาร์บูอยู่อย่างพิถีพิถันเพราะไม่เคยทำมาก่อน กลัวจะใส่ผิดมากเคยทำแต่โมเตอร์ไซ ไม่รู้เหมือนกันหรือเปล่า รบกวนหน่อยนะครับ