• ยินดีต้อนรับ, บุคคลทั่วไป



  • กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก.

    เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

    ตอบ

    Warning: this topic has not been posted in for at least 120 days.
    Unless you're sure you want to reply, please consider starting a new topic.
    ชื่อ:
    อีเมล์:
    หัวข้อ:
    ไอค่อนข้อความ:

    Verification:
    Type the letters shown in the picture
    Listen to the letters / Request another image

    Type the letters shown in the picture:
    ตัวย่อรถที่เราใช้สองตัวเป็นภาษาฝรั่ง:

    shortcuts: กด alt+s เพื่อตั้งกระทู้ หรือ alt+p แสดงตัวอย่าง


    สรุปหัวข้อ

    ข้อความโดย: VIT314
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

     ผมก็..ตามการกดแป้น...(ตัวอักษร)  ของท่าน"เด็กโฟล์ค"  ด้วยเช่นกัน....ผมชอบ
     จะอ่านหลายๆ  ต่อไป.....

    24 ส.ค. 2553 , 19:41:44 น
    ข้อความโดย: Chaw B5
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    ขอบคุณ เด็กโฟล์ค สำหรับเกร็ดข้อมูล ครับผม
    23 ส.ค. 2553 , 10:28:26 น
    ข้อความโดย: FKP
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    Thanks for this topic. And Say hi to Nong PASTA.

    FROM Mr. Macaroni

    23 ส.ค. 2553 , 09:55:43 น
    ข้อความโดย: พาสต้า
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    ขอบคุณค่ะ
    เพิ่งรู้ว่าทำไมรถดับตอนฝนตกและลุยน้ำท่วม
    ที่แท้ก็เพราะจานจ่ายชื้นนี่เอง

    22 ส.ค. 2553 , 21:16:17 น
    ข้อความโดย: nu
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    ขอบคุณ สำหรับขน้อมูลการดูแลรักษารถ  ยิ่ง ตจว. อย่างผมมีประโยชน์มากเลย

    22 ส.ค. 2553 , 13:30:26 น
    ข้อความโดย: nco2030
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    ขอบคุณครับ  ได้ความรู้เยอะเลย

    สังคมดี เพราะมีคนจิดใจดี

    22 ส.ค. 2553 , 12:00:05 น
    ข้อความโดย: รีb4
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    ขอบคุณครับ รออ่านตอนต่อไป
    22 ส.ค. 2553 , 08:35:41 น
    ข้อความโดย: เด็กโฟล์ค
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    ผมอ่านเจอมาจากหนังสือพิมพ์หลายๆ หัวสี ก็นานมาพอสมควรล่ะ เอาเท่าที่จำได้เผื่อจะเป็นประโยขน์กับบางท่านบ้าง
    1. ขับรถลุยน้ำท่วมขังไม่ให้เครื่องดับ เขาบอกว่าให้ปิดแอร์ เพราะเมื่อเปิดแอร์ใบพัดลมจะดีดน้ำมาโดนจานจ่ายได้ โอกาสดับก็มี ส่วนเรื่องอื่นๆเช่น ขับช้าๆ รักษาความเร็วและรอบให้คงที่คงเป็นเรื่องสามัญอยู่แล้ว
    2. ขับรถลุยน้ำหรือฝนตกหนักแล้วแอร์ไม่เย็น อันนี้เขาบอกว่าเป็นเพราะสายพานเปียกน้ำ มันเลยลื่น แรงฉุดไม่พอ วิธีแก้ ให้ดับเครื่องแล้วสตาร์ทใหม่  แอร์ไม่เย็นอีก ก็ทำแบบนี้อีก พอสายพานแห้ง แอร์ก็กลับมาเย็นเหมือนเดิม (แต่ข้อ 1 บอกว่าให้ปิดแอร์ ผมก้ไม่รู้ว่าจะยังไงกันแน่)อาการนี้ วันรุ่งขึ้นไปหาช่างก้ไม่เจอสาเหตุเพราะสายพานมันแห้งแล้วนั่นเอง
    3. การสตาร์ทรถที่ถูกต้อง ให้เปิดสวิทช์กุญแจทีละสเต็ป โดยทั่วไปมี 3 สเต็ป คือ  AC On และ Start ให้เปิดสวิทช์(บิดกุญแจ)ทีละสเต็ป อย่าบิดพรวดเดียว กุญแจและระบบสาร์ทจะเสียง่าย แล้วรอให้ไฟต่างๆ ติดโชว์แล้วเปลี่ยนสีหรือไฟดับบางดวง(แล้วแต่รุ่นรถ)แล้วจึงบิดกุญแจสตาร์ท ทำแบบนี้จะช่วยยืดอายุกุญแจและระบบสตาร์ท (สำหรับ VW ตูดกุญแจจะได้ไม่เสีย...อันนี้ผมเติมเอง)
    4.วิธีเติมน้ำในหม้อน้ำ จะเติมแบบไหนขึ้นอยู่กับรุ่นรถ แต่เมื่อเติมเยอะไป พื้นที่เหลือสำหรับน้ำเดือดก็จะมีน้อย เติมน้อยไปน้ำก้ไม่พอ เขาบอกว่าระบบมันจะพยายามดันส่วนเกินเพื่อให้เหลือพื้นที่พอสำหรับน้ำเดือด ระดับน้ำจะคงที่ถ้าไม่มีการรั่ว ดังนั้นหากใช้รถไปหลายๆ ครั้งแล้วระดับน้ำยังเท่าเดิม(ที่กระปุกพักน้ำ)แสดงว่าเป็นระดับที่ระบบมันต้องการทั้งปริมาณน้ำและพื้นที่ว่าง บางทีอาจจะดูเหมือนน้อยไปนิดคือต่ำกว่าขีด MAX ไปหน่อย ตรงนี้ให้หมั่นสังเกตุว่ามันไม่น้อยไปกว่านี้ก้โอเคแล้ว หากเติมลงไป เดี๋ยวมันก็กลับมาที่เดิมอีกเพราะระบบมันพยายามจะดันออกเพื่อให้มีพื้นที่พอสำหรับตอนน้ำเดือด ดังนั้น เขาบอกว่าอย่าเติมน้ำบ่อยโดยไมจำเป็นให้หมั่นสังเกตุระดับน้ำและไม่ควรเติมเกินขีด MAX อย่างเด็ดขาด (ตามปกติ หากไม่มีการรั่ว นานเป็นเดือนระดับน้ำก็ต้องคงที่)
    5.การเติมน้ำกลั่นแบตเตอรี่ อย่าเติมเกินขีด MAX เพราะจะเหลือพื้นที่ตอนน้ำกลั่นเดือดน้อยเกินไป แบตจะบวม อายุการใช้งานจะสั้นลง แต่ถ้าน้ำกลั่นมีน้อยเกินไปการเก็บไฟก้ไม่ดี

    ทั้งหมดนี้อ่านมาจากที่จ่างๆ หลายๆสัปดาห์(น่าจะราวเดือน-2 เดือน) ก็รวมมาเท่าที่จำได้ ไว้รวมได้อีกจะมาเล่าต่ออีกคัรบ

    [ 22 ส.ค. 2553 , 00:38:21 น