• ยินดีต้อนรับ, บุคคลทั่วไป



  • กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก.

    เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

    ตอบ

    Warning: this topic has not been posted in for at least 120 days.
    Unless you're sure you want to reply, please consider starting a new topic.
    ชื่อ:
    อีเมล์:
    หัวข้อ:
    ไอค่อนข้อความ:

    Verification:
    Type the letters shown in the picture
    Listen to the letters / Request another image

    Type the letters shown in the picture:
    ตัวย่อของเมืองหลวงของเรา ๓ ตัว:

    shortcuts: กด alt+s เพื่อตั้งกระทู้ หรือ alt+p แสดงตัวอย่าง


    สรุปหัวข้อ

    ข้อความโดย: จิตติ
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    น้ำยาหล่อเย็น  G11 ( สีฟ้า ) หรือ G12  ( สีชมพู )  แม้ว่าจะไม่รั่วไหลเลย  ก็ควรเปลี่ยนถ่ายทุกE2 หรือ 3 ปี  ถ้าเปลี่ยนถ่ายหมดทั้งระบบโดยการถอดท่อน้ำหลังปัE  2 ท่อ ใต้ปัE 1 ท่อ  น้ำจะไหลออกมาจนหมด  ให้ใช้น้ำยาใหมE 2 ขวด  ขวดละ 250 บาท  จุขวดละลิตรครึ่งสองขวดรวมเป็น 3 ลิตร  เอามาผสมน้ำกลั่นให้ได้ปริมาตรรวม  5 ลิตร  จะได้ความเข้มข้น 60%  แล้วกรอกเข้าไปทางหม้อพัก  กรอกไป  บีบท่อยางเส้นบนไล่ลมไป  5 ลิตรจะเต็มระบบพอดี  ถ้าขาดนิดหน่อยก็เติมน้ำกลั่นผสม  อย่าใช้น้ำประปาเพราะจะเป็นตะกรันที่เทอรEมสตัท  ในหนังสือคู่มือติดรถ  แนะนำให้ใช้ความเข้มข้นไม่ต่ำกว่า 40 %  แต่ไม่ควรเกิน 60 %  ครับ
    5 มี.ค. 2544 , 20:45:29 น
    ข้อความโดย:
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    ผมใช้รถกอลEปี 96  โดยปกติแล้วเรามีวิธีสังเกตได้อย่างไรว่า น้ำยาหล่อหม้อน้ำ(หล่อเย็น) ยังมีสภาพใช้งานได้อยูEไม่เจือจางเกินไป ผมเพิ่งไปเปลี่ยนพัดลมไฟฟ้ามา ช่างทำท่อหม้อน้ำหลุด น้ำยาไหลออกไปบางส่วน ช่างเติมน้ำเปล่าลงไป หลังจากนั้นเป็นต้นมา ตอนเช้าเวลาอุ่นเครื่อง ใช้เวลาน้อยกว่าเดิม  แต่ไม่เคยฮีท  อยากทราบว่า ควรจะไปเติมน้ำยาอีกหรือไมEให้ช่างดูแล้วช่างบอกว่า น้ำยายังคงเข้มข้นอยูEสียังไม่เจือจางมาก แต่ผมไม่ค่อยแน่ใจ โดยปกติรถเก่าในการเติมน้ำยาแต่ละครั้งใช้กี่ขวดครับ ครั้งที่แล้วช่างผมใชE2 ขวด แล้วจึงตามด้วยน้ำ ขอบคุณครับ
    [ 2 มี.ค. 2544 , 13:34:37 น