• ยินดีต้อนรับ, บุคคลทั่วไป



  • กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก.

    เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

    ตอบ

    Warning: this topic has not been posted in for at least 120 days.
    Unless you're sure you want to reply, please consider starting a new topic.
    ชื่อ:
    อีเมล์:
    หัวข้อ:
    ไอค่อนข้อความ:

    Verification:
    Type the letters shown in the picture
    Listen to the letters / Request another image

    Type the letters shown in the picture:
    ตัวย่อของเมืองหลวงของเรา ๓ ตัว:

    shortcuts: กด alt+s เพื่อตั้งกระทู้ หรือ alt+p แสดงตัวอย่าง


    สรุปหัวข้อ

    ข้อความโดย: vw สโมสร
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    ขอเตือนว่า ซ่อมรถที่ติดแก๊สมาแล้วเนี่ย

    ถามราคาช่างว่าจบเท่าไหร่ แล้วให้เขารับประกันด้วย

    เพราะเดี๋ยวไม่จบ แล้วงบบานปลาย เกินราคารถ




    9 ส.ค. 2553 , 00:30:27 น
    ข้อความโดย: VIT314
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

     ตัดpump แล้วตัด หัวฉีด ด้วยหรือเปล่า ..
    ตัดpumpกับตัดหัวฉีด  น้ำมันก็ค้างอยู่ในท่อ ..เบนซินในระบบ
    ใช่..เบนซินมันไม่วิ่งผ่าน..แต่ก็ดีกว่าปล่อยให้ทอทางต่างๆ มันแห้ง
    อย่างน้อยเบนซินไม่วิ่งผ่าน  แต่ก็มีแช่ไว้ตลอดเวลา
    เคยเจอมา... AUDI A4 1996  ไม่ติดแก๊ส เจ้าตัว fuel regulator ก็รั่วซึมได้
    เพราะพวก multipoint ใช้แรงดันสูง ไม่เหมือน single point ในgolf vento ใช้แรงดันต่ำกว่ามาก (โอกาสรั่ว ซึม น้อยกว่า)
     ถ้า..จำไม่ผิด B4 ใช้ 3bar  GOLF single point ใช้ แค่ bar เดียว
    อย่าว่าแต่ เจ้าตัวนี้รั่วซึมเลยครับ..  E280 (BENZ) รางหัวฉีด เบนซินรั่ว พุ่งปรี้ด  ก็ยังมีมาแล้ว
     ก็ดูแลกันไปครับ..
    อีกนิด..B4 ท่อเบนซินที่ใช้วัสดุจำพวก พลาสติก (เช่นท่อเบนซินใต้ท้องรถ)
    อย่าลองเอามือไปบีบ..ผมเจอแล้ว  บีบปุ๊บแตกปั๊บ  
    ก็คิดดูกันเอาเองท่าน...ว่าควรจะ ทำไง  กับรถของท่าน...
    แค่ข้อคิดเห็น...ว่าอาจมีประโยนช์    


    8 ส.ค. 2553 , 18:34:34 น
    ข้อความโดย: ชาร์ลี
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    เป็นข้อคิดที่ดีมากครับ
    8 ส.ค. 2553 , 17:18:25 น
    ข้อความโดย: whitePASSAT
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    จากคำเเตือนของคุณเณรที่เคยเตือนไว้กลายเป็นจริงแล้วครับ เพื่อนๆที่ใช้รถแบบไม่ระวังอย่างผมควรอ่านนะครับ

    "การตัดปั้มติ๊กอาจจะเป็นเรื่องดีแต่ต้องไม่ตัดขาดกันนานๆโดยไม่ค่อยเจอกันเลยเดี๋ยวมันงอนเอาถ้าเป็นระบบหัวฉีดไม่ค่อยมีปัญหาเพราะโปรแกรมมันจะบังคับให้สตาร์ทโดยใช้น้ำมันตอนเครื่องเย็นอยู่แต่ถ้าเป็นมิกมันจะสตาร์ทแก๊สได้ตอนเครื่องเย็นแบบง่ายๆทำให้เราหันไปใช้แก๊สมากๆและนานจนเกินไปบางคนใช้เป็นเดือนโดยไม่ยอมใช้น้ำมันเลยอะไรมันจะเกิดขึ้นบ้างสายน้ำมันเกิดการแห้งและแตกเพราะเคยมีน้ำมันหล่ออยู่พอแห้งนานๆมันจะหมดสภาพอย่างรวดเร็วพอหันมาใช้น้ำมันจะเกิดการรั่วของสายน้ำมันอาจเป็นสาเหตุต้นๆที่ทำให้เกิดไฟไหม้ได้ยางโอริงกันรั่วแถวรางหัวฉีดหดตัวและแห้งกรอบก็ทำให้เกิดการรั่วไดวาล์วควบคุมแรงดันหรือชิ้นส่วนที่มีแผ่นไดอาแฟรมร่วมอยู่จะแห้งกรอบจะเกิดการเสียหายทั้งหมดถ้าสังเกตุให้ดีมันก็คือสิ้นส่วนที่มียางผสมอยู่ทั้งหมดคล้ายเรือที่ทำด้วยไม้อยู่ในน้ำแช่อยู่ไม่เป็นไรพอยกขึ้นบกไม่นานเรือรั่วเพราะไม้หดตัวอะไรประมาณเนี้ยแล้วจะป้องกันได้อย่างไรไม่ให้ชิ้นส่วนที่มีส่วนผสมของยางเสียหายเราต้องให้มันได้รับน้ำมันบ้างยิ่งทุกวันได้ยิ่งดีตอนนี้ที่แนะนำให้ลูกค้าที่อู่ทำถ้ามีการตัดปั้มจะให้ใช้น้ำมันตอนจอดหลังจากที่ไม่ได้ใช้รถในวันนั้นแล้วก่อนจอดให้ใช้น้ำมันสักพักแล้วค่อยดับเครื่องยนต์เพื่อให้มีน้ำมันไปเลี้ยงสายน้ำมันและพวกโอริงหัวฉีดแช่มันไว้อย่างงั้นทั้งคืนส่วนตอนเช้าจะติดเครื่องด้วยก๊าซหรือน้ำมันอันนี้ตามสะดวกไม่บังคับมันจะลดการเสียหายในระบบน้ำมันได้การรั่วที่โอริงของหัวฉีดจะเกิดกับระบบหัวฉีดแบบหลายหัวฉีดมากกว่าพวกหัวฉีดเดี่ยวอย่างพวกบี4ถ้าตัดปั้มและไม่ยอมใช้น้ำมันนานๆพอกลับมาใช้น้ำมันจะรั่วที่โอริงให้เห็นบ่อยๆถ้ารู้ก่อนก็ดีไปแต่ถ้าไม่รู้อะไรจะเกิดขึ้นก้ออยู่ที่ดวงแล้วแหละ"

    ผมใช้แกสมากกว่าน้ำมันและไม่ได้ตัดเป็นน้ำมันก่อนจอดพักรถเป็นเวลานาน จึงทำให้ปัจจุบันนี้เกิดอาการเดินเบาไม่ได้และตรวจพบว่าวาวล์ควบคุมแรงดันหัวฉีดเกิดรั่วมีน้ำมันไหลออกมาตามท่อเข้าไปในห้องไอดีหลังลิ้นผีเสื้อและเจ้าวาวล์ตัวนี้ราคาแพงมาก(ของใหม่ ราคา2200.-บาท) จึงเป็นข้อเตือนใจว่าก่อนดับเครื่องยนต์ควรตัดไปใช้น้ำมันก่อน.ถ้าใครมีแหล่งจำหน่ายของมือสองช่วยบอกด้วยนะครับ.

    [ 8 ส.ค. 2553 , 16:53:01 น