• ยินดีต้อนรับ, บุคคลทั่วไป



  • กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก.

    เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

    ตอบ

    Warning: this topic has not been posted in for at least 120 days.
    Unless you're sure you want to reply, please consider starting a new topic.
    ชื่อ:
    อีเมล์:
    หัวข้อ:
    ไอค่อนข้อความ:

    Verification:
    Type the letters shown in the picture
    Listen to the letters / Request another image

    Type the letters shown in the picture:
    ตัวย่อรถที่เราใช้สองตัวเป็นภาษาฝรั่ง:

    shortcuts: กด alt+s เพื่อตั้งกระทู้ หรือ alt+p แสดงตัวอย่าง


    สรุปหัวข้อ

    ข้อความโดย: Lucifer
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    ฝร่งมันไม่คิดจะหาวิธีดับไฟหรอกครับ คิดหาวิธีไม่ให้ไฟติดยังฟังดูเข้าท่ากว่า แล้วน้ำแค่4ลิตรไม่สามารถดับไฟที่ใหม้ในห้องเครื่องได้หรอกครับ
    18 มิ.ย. 2553 , 21:35:44 น
    ข้อความโดย: se
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    เป็นไปได้แฮะเคยขับจนท่อน้ำไปฮีตเตอร์ขาดน้ำยาสีฟ้าละเลงซะทั่วห้องเครื่องเลย
    ส่วนกรณีล่าสุดไฟใหม้b4ที่ชลบุรีโชคร้ายที่เป็นรถจอดดับเครื่องไม่งั้นตาน้ำพลาสติกดังแน่ๆ

    15 มิ.ย. 2553 , 22:32:27 น
    ข้อความโดย: ต.จ.จ
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    ยอมแพ้ครับ
    14 มิ.ย. 2553 , 23:25:06 น
    ข้อความโดย: พอลล่า
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    ผมว่าคำตอบพี่ช่างเหอะ น่าจะตรงจุดสุด 55.....

    ถ้าทำดีฝรั่งมันก็พลาดเหมือนทำรถเต่าไง รถอะไร อายุก็รุ่นปู่ ยังวิ่งป๋อบนถนน
    เพราะงั้น ก็ต้องทำอะไหล่ให้มันหัดพังซะมั่ง เดี๋ยวรถจะเกลื่อนโลก

    14 มิ.ย. 2553 , 17:57:53 น
    ข้อความโดย: ช่างเหอะ
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    ช่างคิด...
    ฝรั่งมันคิดหลายชั้น
    ชั้นแรก ลดต้นทุนให้มาก
    ชั้นถัดมา ทำให้อายุสั้นจะได้ขายอะไหล่
    ชั้นสุดท้าย หาเหตุผลดีๆมาอธิบายให้ลูกค้า

    14 มิ.ย. 2553 , 08:49:58 น
    ข้อความโดย: eak vento 94
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    ที่ทำเป็นพลาสติกก็เพราะ เป็นอุปกรณ์นิรภัยกรณีเกิดไฟไหม้ในห้องเครื่อง พลาสติกจะแตก และขาดออกจากกันทำให้น้ำหน้าเครื่องและข้างเครื่องเกิดการกระจายตัวเพื่อดับไฟกรณีที่เราไม่สามารถใช้มือสอดใต้ฝากระโปรงเพื่อเปิดฝากระโปรงออกได้ทัน ถามต่อไปว่าอ้าวแล้วท่อยางมันไม่ละลาย ก่อนที่ตาน้ำจะแตกเหรอ อันนี้ผมก็ไม่รู้นะแต่เท่าที่จำได้เคยเปลี่ยนตาน้ำมาสองครั้งแล้วท่อยางยังไม่เคยเปลี่ยนเลย ช่างขี้เมาบ้านนอกบอกผมก่อนเปลี่ยนตาน้ำครั้งที่สองให้ ไม่รู้อำเรารึเปล่า
    13 มิ.ย. 2553 , 22:55:35 น
    ข้อความโดย: ต.จ.ว
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    เดาเอานะครับคนออกแบบอาจจะคิดว่าเอาไว้เปลี่ยนถ่ายสิ่งสกปรกที่ตกค้างในโพรงภายในก็ได้ เพราะตาน้ำเป็นแค่ฝาปิดช่องที่เขาเอาเศษแม่พิมพ์ที่หล่อออกแล้วก็ทำฝาปิดไว้เฉยๆ ขนาดของเบนส์ยังเป็นฝาเกรียวเลย ถอดเปลี่ยนก็ง่าย เพราะตอนที่ผมยังทำงานชั่งอยู่ เวลาเปลี่ยนตาน้ำรอบเครื่องก็อาศัยเจ้าช่องนี้แหละทำความสะอาด ขูดขี้ตระกอนภายในออก เพื่อให้เครื่องเบาบางจะได้ระบายความร้อนดี แต่สมัยนี้เห็นช่างทั่วไปเวลาทำเครื่องโอเวอร์ฮอนใหม่ ไม่มีใครถอดล้างภายใน พอมีปัญหาความร้อนก็เพิ่มช่องหม้อน้ำเพื่อจะได้น้ำที่เยอะขึ้นแทนที่สิ่งสกปรกที่ตกค้างในเสื้อสูบตัวนี้แหละเป็นสิ่งที่ทำให้เครื่องร้อนช้าและถ้าร้อนแล้วก็ระบายช้าด้วยหรือไม่ก็ร้อนเร็วระบายช้า  ไม่แน่ใจนะครับ   เพราะเป็นความคิดส่วนตัวของผมนะครับ
    13 มิ.ย. 2553 , 11:43:25 น
    ข้อความโดย: ช่างเหอะ
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    อ้าว...นึกว่าเป็นประโยคคำถาม
    13 มิ.ย. 2553 , 10:48:01 น
    ข้อความโดย: eak vento 94
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    เพราะอะไร โฟล์คจึงออกแบบตาน้ำเป็นพลาสติก เดี๋ยวจะมาคุยต่อ
    [ 12 มิ.ย. 2553 , 22:36:49 น