ข้อความโดย: whitePASSAT
« เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
การทำงานของเครื่องยนต์จะเป็นตัวกำหนดอายุของน้ำมันเครื่องยนต์ วิ่งยาวๆความร้อนจากการทำงานจะทำให้สภาพน้ำมันเสื่อมช้ากว่ารถวิ่งในเมืองที่ใช้รอบต่ำ - สูงสลับไปมาการสะสมของความชื้นก็มากกว่าเพราะในน้ำมัน1ลิตรเมื่อเผาไหม้อย่างสมบูรณ์ก็เกิดไอน้ำโผล่มาออกที่ปลายท่อไอเสีย จะสังเกตได้จากการติดเครื่องตอนเช้ามีไอน้ำออกมาพร้อมกับไอเสีย ถ้ารถวิ่งในเมืองแล้วช่วงสั้นๆ ท่อไอเสียก็จะพังเร็วด้วย และอายุของน้ำมันเครื่องที่มีไอน้ำจากการเผาไหม้แล้วรั่วลงมาผสมกันในอ่างน้ำมันเครื่องก็จะทำให้เสื่อมเร็ว เจ้าของรถก็ควรตรวจดูสภาพน้ำมันแล้วกำหนดไว้ในใจว่าน่าจะเปลี่ยนหรือยังโดยทดสอบดูความหนืดของน้ำมันและถ้ามีน้ำลงมาผสมมากๆสีน้ำมันจะเปลี่ยนไปจากปกติ ส่วนความดำของน้ำมันจะเกิดจากการเผาไหม้ในเครื่องยนต์เกิดเป็นเขม่าแล้วผสมกับน้ำมันที่มาหล่อลื่นกระบอกสูบและแหวนกวาดน้ำมันกวาดลงมาในห้องเครื่อง โดยเฉพาะถ้าเครื่องหลวมมากน้ำมันเครื่องก็จะดำเร็ว ขอย้ำว่าไม่ใช่เสื่อมสภาพ ถ้าเสื่อมสภาพจะไม่มีความหนืด ทดสอบโดยใช้ปลายนิ้วชี้กับหัวแม่มือแตะน้ำมันแล้วยืดนิ้วออกจากกันจะรู้สึกถึงความหนืดของน้ำมัน ลองทำดูนะครับแต่อย่าทดสอบเวลาเครื่องร้อนมากๆเดี๋ยวดรรชนีจะไม่ไฉไล(พอง-บวม)ไม่งาม ผมขอเสนอว่าสัก15000กม.ก็น่าจะมากพอแล้วถ้าอยากประหยัดแต่ถ้าวิ่งในเมืองมากๆก็10000กม. และความรู้เรื่องน้ำมันไปหาอ่านได้จากเว็ปแกสไทยได้ครับ
5 พ.ย. 2552 , 20:35:14 น