• ยินดีต้อนรับ, บุคคลทั่วไป



  • กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก.

    เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

    ตอบ

    Warning: this topic has not been posted in for at least 120 days.
    Unless you're sure you want to reply, please consider starting a new topic.
    ชื่อ:
    อีเมล์:
    หัวข้อ:
    ไอค่อนข้อความ:

    Verification:
    Type the letters shown in the picture
    Listen to the letters / Request another image

    Type the letters shown in the picture:
    ตัวย่อของเมืองหลวงของเรา ๓ ตัว:

    shortcuts: กด alt+s เพื่อตั้งกระทู้ หรือ alt+p แสดงตัวอย่าง


    สรุปหัวข้อ

    ข้อความโดย:
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    hhghuk
    26 พ.ย. 2011 , 01:03:31 น
    ข้อความโดย:
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    ryylkz
    23 พ.ย. 2011 , 22:06:27 น
    ข้อความโดย:
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    edbafy
    4 พ.ย. 2011 , 23:47:10 น
    ข้อความโดย:
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    JlyZpmzR
    10 ส.ค. 2011 , 04:32:14 น
    ข้อความโดย:
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    pOMtuKlA
    1 ก.พ. 2011 , 18:45:40 น
    ข้อความโดย: VWmania
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    ขอบคุณครับ จะลองทำตามคำแนะนำของทุกคนก่อนครับ จะได้ไม่เสียเงินมาก ของผมไม่มีน้ำมันหยดให้เห็นเลยครับ เพราะตรวจดูแคร้งเครื่องก็แห้งดี ถ้าไม่ถึงเวลา overhaul ก็ดีครับ จะได้มี caravelle อีกสักคัน
    11 ก.ย. 2552 , 19:15:08 น
    ข้อความโดย: Caravento
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    Overhaul ? ผมยังคิดว่าไม่จำเป็นนะ   เบื้องต้นลองเช็คยางหมวกวาล์ว ปะเก็น ไ้ส้กรองน้ำมันเครื่อง สวิทช์แรงดันน้ำมันเครื่อง  และที่ใต้อ่างน้ำมันเครื่องดูก่อน   ยังเพิ่งด่วนสรุปว่าเกิดจากเครื่องหลวม    รถผม Vento 94 วิ่งมาแล้ว 412,000 กม.   เคยมีอาการกินน้ำมันเครื่องมาก ๆ เนื่องจากยางหมวกวาล์วแข็ง  ทำให้น้ำมันเครื่องไหลเข้าห้องเผาไหม้  และอีกครั้งก็ปะเก็นฝาครอบวาล์วเสื่อม   พอเปลี่ยนไปแล้วก็ไม่มีการกินน้ำมันเครื่องอีกเลย   ปัจจุบันอัตราเร่งยังถือว่าใช้ได้  วิ่งบูรพาวิถึ หรือ มอเตอร์เวย์ได้เกิน 140/ชม.   แต่ตามคู่มือก็บอกไว้เหมือนกันว่าอาจมีการกินน้ำมันเครื่องบ้างประมาณทุก 5000 กม./ลิตร   ก็ให้ถือเป็นเรื่องปกติครับ
    11 ก.ย. 2552 , 11:21:49 น
    ข้อความโดย: พ่ออันดา
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    ผมนะ  โดนมากะตัวมาแล้ว  น้ำมันเครื่องหาย เดือนเป็นลิตรนะ

    จอดที่ไหน ทิ้งรอยไว้ที่นั้น   วิ่งไปหาช่างแถวสาย 2 (ช่างโฟล์) ตรง ๆๆๆ
    จัดมาให้แล้ว  ซีลข้อเหวี่ยงหลัง  เปลี่ยนไปหนึ่งตัว พร้อมกะปัญหาสำคัญ ฝาปิดท้ายเครื่อง (แตก) ค่าของหมดไป พันเก้า  ค่าแรงยก/ แยก / พิจารณา พันห้า  

    ตอนนี้นิ่งน้ำมันไม่มีให้เห็นสักหยด    ตอนนี้วิ่งได้แรง ๆๆๆ

    ปล. Vento เกียร์ธรรมดา

    11 ก.ย. 2552 , 10:23:59 น
    ข้อความโดย: vento5ฐ5342
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    ขออภัยผมพิมพ์ช้าครับ  โทรมาถามได้ครับ  0817552914   แต่คิดว่าเป็นที่ยางซีลวาวร์ครับ   ลองถอดหัวเทียนทัง 4 หัวดูครับถ้าไม่เฉาะ ก็แน่นอน คุณอาจไม่ต้องเสียเงินหลายหมื่น  แต่เสียแค่หลัก2000ครับ  ผมไม่ใช่ช่างครับแต่มีประสบการณ์กับรถเครื่องนี้  ผมมีอยู่ 5 คันครับ
    11 ก.ย. 2552 , 09:36:20 น
    ข้อความโดย:
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

     ถ้าอยากรู้ว่าเครื่องสึกหรอจนถึงเวลาต้องOVERHAULแล้า ลองใช้วิธีPRESSURE LEAK TEST ดูจะรู้ว่าเครื่องสึกหรอจริงหรือไม่  รถวิ่งในเมือง3แสนโล(กทม)ถ้าเทียบกับการใช้ทั่วไปน่าจะเป็น5แสนโลเพราะรถจอดติดเครื่องอยู่กับที่มากกว่าวิ่ง
    11 ก.ย. 2552 , 06:47:38 น
    ข้อความโดย: VWmania
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    แล่นชานเมืองเป็นประจำครับ วันละ ร้อยกว่ากิโล ใช้ปีละสี่หมื่นกว่ากิโล ถ้าจอดทิ้งไว้สักสองสามวัน ควันขาวเพี๊ยบ เคยอ่านจากคุณช่างเหอะว่าส่วนหนึ่งมาจากน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 สงสัยคงต้องวางเครื่องใหม่อะครับ เพิ่งใช้คันนี้มาปีหนึงพอดี
    11 ก.ย. 2552 , 00:33:35 น
    ข้อความโดย: หนึ่ง โคราช b4
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    ระยะทางขนาด 300000 กม ที่ว่าหากวิ่งวนในเมืองรถติดประจำๆ  อาจต้องมองสภาพหัวเทียนเป็นส่วนตัดสินใจ หากว่าแตะดูแล้วแฉะ เยิ้ม ชื้น ดำ มีคราบเหนียว (เอ  เหมือนคล้ายๆผมจะพูดถึงอะไรเนี่ย เฮ่ๆ ) และมองดูมีควันขาว หรือออกสีฟ้าจางๆเวลาเดินเบาจะไม่เรียบมีสั่น หอบ คราง (ไอ๊ย๋า.... ใช่แน่เลย)   บรรดา แหวน ชุดช๊าบ ต่างๆค่าเคลียร์แรนซ์คงมากพอดูอาจเตรียมจองวีซ่ากลับเยอรมันแล้วล่ะมั๊ง  เฉพาะค่าปะเก็นแท้เยอรมันชุดใหญ่กับค่าแรงช่าง ก็เกือบจะได้ค่าเครื่องใหม่แล้ว   ฟันธงเลยเปลี่ยนเครื่องตามคุณเริงยุทธแนะนำจะชัวร์ที่สุดจบง่าย กว่า  ของผมอีกไม่นานก็คงจะใช้วิธีนี้เหมือนกัน  confirm!!

    10 ก.ย. 2552 , 22:51:13 น
    ข้อความโดย: หนึ่ง โคราช b4
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    ระยะทางขนาด 300000 กม ที่ว่าหากวิ่งวนในเมืองรถติดประจำๆ  อาจต้องมองสภาพหัวเทียนเป็นส่วนตัดสินใจ หากว่าแตะดูแล้วแฉะ เยิ้ม ชื้น ดำ มีคราบเหนียว (เอ  เหมือนคล้ายๆผมจะพูดถึงอะไรเนี่ย เฮ่ๆ ) และมองดูมีควันขาว หรือออกสีฟ้าจางๆเวลาเดินเบาจะไม่เรียบมีสั่น หอบ คราง (ไอ๊ย๋า.... ใช่แน่เลย)   บรรดา แหวน ชุดช๊าบ ต่างๆค่าเคลียร์แรนซ์คงมากพอดูอาจเตรียมจองวีซ่ากลับเยอรมันแล้วล่ะมั๊ง  เฉพาะค่าปะเก็นแท้เยอรมันชุดใหญ่กับค่าแรงช่าง ก็เกือบจะได้ค่าเครื่องใหม่แล้ว   ฟันธงเลยเปลี่ยนเครื่องตามคุณเริงยุทธแนะนำจะชัวร์ที่สุดจบง่าย กว่า  ของผมอีกไม่นานก็คงจะใช้วิธีนี้เหมือนกัน  confirm!!

    10 ก.ย. 2552 , 22:50:52 น
    ข้อความโดย: ช่างเหอะ
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    น้ำมันเครื่องหาย
    เช็คดูเหตุก่อน ส่วนใหญ่เป็นเพราะยางตีนวาล์วแข็งกรอบ ค่าใช้จ่ายไม่มากมาย

    10 ก.ย. 2552 , 21:45:28 น
    ข้อความโดย: VWmania
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    ขอบคุณมากเลยครับ ที่ให้คำแนะนำที่ดีมาก เพราะผมกำลังคำนวนค่าใช้จ่าย ช่างที่วางเครื่อง สงสัยคงต้องใช้วิธีนี้เป็นทางออกสุดท้าย เพราะไม่อยากเสียเวลาเสียค่าแรง คิดว่าคงจะทำเองต้นเดือนหน้า เผอิญ มีเพื่อนทำอู่อยู่คงไปขอสถานที่ทำ กับเคนยกเครื่อง เพราะดูแล้วต้องทำหลายอย่างที่ราคามากกว่า ราคาเครื่องใหม่ แค่ยางรองแท่นเครื่อง ตัวคุมรอบ สายหัวเทียน คอมแอร์ก็คุ้มกว่าแล้วผมว่า
    10 ก.ย. 2552 , 21:02:19 น