• ยินดีต้อนรับ, บุคคลทั่วไป



  • กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก.

    เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

    ตอบ

    Warning: this topic has not been posted in for at least 120 days.
    Unless you're sure you want to reply, please consider starting a new topic.
    ชื่อ:
    อีเมล์:
    หัวข้อ:
    ไอค่อนข้อความ:

    Verification:
    Type the letters shown in the picture
    Listen to the letters / Request another image

    Type the letters shown in the picture:
    ตัวย่อรถที่เราใช้สองตัวเป็นภาษาฝรั่ง:

    shortcuts: กด alt+s เพื่อตั้งกระทู้ หรือ alt+p แสดงตัวอย่าง


    สรุปหัวข้อ

    ข้อความโดย: Passat B4 ลพ
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    ผมใช้ B4 ปี 96 ใช้ฟิกซ์มิก ก็ไม่มีปัญหา ใช้ดีครับ ยังไม่เคยมี Back Fire เคยคิดจะไปเปลี่ยนเป็นแบบหัวฉีด คุยกับช่างที่ติดแก๊สที่เป็นรุ่นน้อง ให้ความเห็นไว้ว่า เครื่องรุ่นนี้พื้นที่บริเวณท่อไอดีมีจำกัด และท่อไอเสียอยู่ใต้ท่อไอดีพอดีทำให้มีไอร้อนขึ้นมามาก บริเวณท่อไอดีจะร้อนมาก การติดแก๊สแบบหัวฉีดจะมีปัญหาเมื่อใช้ไปได้สักพักเพราะอุปกรณ์อยู่ในที่ร้อนมากทำให้เสื่อมสภาพเร็วติดแบบฟิกซ์มิกดีแล้วก็เลยไม่ได้เปลี่ยนครับ
    4 เม.ย. 2552 , 00:34:59 น
    ข้อความโดย: sor
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    B4 ปี 95 ใช้ฟิกซ์มิกมา 5 หมื่นกว่าโลล่ะ
    เป็นรุ่นที่คุณช่างฯ บอกว่า "มีไม่มาก" ไม่เคยเกิดแบ๊คไฟร์
    ติดกะคุณช่างฯ ค่ะ

    3 เม.ย. 2552 , 16:36:00 น
    ข้อความโดย: โน๊ตตี้จ้า
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    ผมก็ ฟิกซ์มิกเซอร์ครับ เท่าที่เห็นก็ไม่มีปัญหาอะไรครับ
    เคยแบ็คไฟ 2 ที เพราะเปลี่ยนกรองอากาศเป็นแบบสแตนเลส เลยทำให้แก๊สบาง
    แบ็คไฟไป 2 ไปที ท่ออากาศแตกเลยครับ เอาเทปดำพันๆเอา เหอะๆ
    พอไปจูนแก๊สใหม่ ก็ไม่เป็นอีกเลย จนทุกวันนี้ จะไม่ได้ซื้ออากาศใหม่เลย พันอยู่แบบนั้นแหละ เหอะๆ

    3 เม.ย. 2552 , 16:12:03 น
    ข้อความโดย: ป๊อก
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    ติดได้ทั้ง 2 แบบนั่นแหละครับ  เท่าที่เห็นหรือได้รับทราบมา  ส่วนมากก็เป็นฟิกซ์มิกเซอร์ครับ  เพราะค่าใช้จ่ายในการติดตั้งถูกกว่า  ดูแลรักษาง่ายกว่า  ฯลฯ  (ถ้าอยากทราบข้อดีข้อเสียของแต่ละแบบ  ลองหาข้อมูลเก่าๆ ดูครับ  มีเยอะพอสมควร)  

    ส่วนจะมีแลมด้า(แก๊ส) หรือปล่าว  จะติดรีลีสวาล์ว หรือตัวระบายแรงดัน หรือตัวกันแบ๊คไฟร์ (ตัวเดียวกันแล้วแต่ว่าใครจะเรียกอะไร  และจริงๆ แล้วมันไม่ได้ช่วยป้องกันการแบ๊คไฟร์เลย  เพียงแต่ช่วยระบายแรงดันจากการแบ็คไฟร์ออกมา  เพื่อลดความเสียหายเท่านั้น)  ก็แล้วแต่ออฟชั่นและราคาที่จะเลือกครับ

    B4  ผมก็ใช้ฟิกซ์มิก  มา 2 ปีแล้วครับ  ไม่เคยแบ๊คไฟร์  ไม่เคยมีปัญหาอะไร  ผมว่ามันขึ้นอยู่กับว่า "ใคร"  เป็นคนทำ (ติดตั้ง) มากกว่าครับ  

    3 เม.ย. 2552 , 15:21:03 น
    ข้อความโดย: ช่างเหอะ
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    B4 มีเครื่อง 2 รุ่น
    ปี 95 ที่เป็นเกียร์ออโต 096 มีเหล็กวัดระดับน้ำมันเกียร์เป็นเครื่อง L-Jet มีแอร์โฟลมิเตอร์ รถรุ่นนี้มีไม่มาก
    ปี 96-97 เป็นเครื่อง D-Jet ไม่มีแอร์โฟลฯ แต่ใช้ตัววัดอุณหภูมิอากาศ 2 ตัวอยู่ในท่อโล่งๆ เพื่อวัดปริมาณอากาศ ส่วนใหญ่เป็นรุ่นนี้
    จะติดแก๊สแบบไหนก็ได้ ถ้าทำเป็น+ขับเป็นก็ไม่ค่อยจะมีแบ๊คไฟร์ ใส่วาล์ว(กันจาม)ตัวใหญ่ๆฝังเข้าที่ท่อยางซักตัว
    ขับรถติดแก๊สแบบใช้มิกเซอร์ต้องไม่เหยียบคันเร็วพรวดพราด แรงดูดตกเฉียบพลันแก๊สไม่พอจะเกิดแบ๊คไฟร์ได้

    3 เม.ย. 2552 , 15:18:39 น
    ข้อความโดย: โปเต้
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    มีโครงการจะติด LPG ให้เจ้า B4 ครับแต่ฟังหลายท่านแล้วงง บางคนบอกว่าต้องติดระบบหัวฉีดอย่างเดียวไม่งั้นเวลาแบ๊คไฟร์แล้ว แอร์โฟล์จะพัง ไม่คุ้ม แต่บางท่านก็ว่าติดธรรมดาได้ ถ้ากลัวแอร์โฟล์พังก็ติดตัวกันได้  ขอความรู้จากท่านผู้รู้หน่อยครับหรือท่านใดใช้อยู่ กรุณาแบ่งปันประสพการณ์หน่อยครับ
    [ 3 เม.ย. 2552 , 14:24:49 น