ข้อความโดย: vw-lkb
« เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
ใช้รถvwให้เป็นขอให้ดูความร้อนของน้ำมันเครื่องด้วยครับ โดยเฉพาะเวลาขึ้นเขาลงเขา
ยิ่งขึ้นภูเขาสูงๆอากาศเย็นมากๆในภาคเหนือ ดูความร้อนของน้ำอย่างเดียวไม่ได้ เข็มความร้อนของน้ำจะตกจนสุด แต่อุณหภูมิของน้ำมันเครื่องจะสูงมาก(ถ้าอัดขึ้นเขาแรงๆ)
สำหรับผมเวลาขับขึ้นเขา ถ้าไม่รีบจะรักษารอบเครื่องให้ต่ำเข้าไว้เท่าที่จะทำได้โดยไม่ให้กำลังตก ซึ่งจะสัมพันธ์กับโหลดที่บรรทุกไป(น้ำหนัก) เพื่อที่เครื่องจะได้ไม่ร้อนเร็วครับ
ปกติถ้ารู้ว่าขึ้นเขาชันๆเช่นอินทนนท์ หรืออ่างขาง ช่วงชันๆจะใช้รอบเครื่องอยู่แค่ 1500ถึง2000รอบ/นาทีเองครับ แล้วควบคุมให้อุณหภูมน้ำมันเครื่องไม่เกิน 110 องศาครับ
สำหรับการใช้เกียร์ปกติก็ใช้ D ในการขับเป็นหลักอยู่แล้ว ยกเว้นพอขึ้นเขาทางชันขึ้น
เหมือนอย่างคุณโชติว่า
<<"ถ้าขึ้นเขาด้วยเกียร์ D จะเห็นว่าความเร็วจะค่อยๆลดลง จนถึงจุดหนึ่งเกียร์จะเปลี่ยนลงมาเอง และรอบเครื่องก็จะสูงขึ้น เพื่อให้มีกำลังที่จะพารถขึ้นไปได้
ตอนที่แช่ D ไว้และความเร็วลดลงเรื่อยๆ ตอนนี้แหละที่เครื่องยนต์และเกียร์ทำงานเต็มที่ หลีกเลี่ยงเสียครับ
ใช้เกียร์ที่มีกำลังเครื่องสำรองไว้ นั่นคือใช้ถูกต้อง
จะรู้ได้อย่างไรว่า "มีกำลังสำรอง" ในเกียร์นั้น ก็ถ้ากดคันเร่งแล้วความเร็วเพิ่ม รอบเครื่องเพิ่ม โดยที่เกียร์ไม่ต้องเปลี่ยน นั่นแหละครับมีกำลังสำรอง ทั้งเครื่องและเกียร์จะไม่ทำงานหนักเกินไป และน้ำมันเกียร์ก็จะไม่ร้อนมากเกินไปครับ">>
ถึงตอนกำลังตกก็จะเชนเกียร์มาตำแหน่ง 3 ซึ่งเกียร์จะทำงานแค่ 3-2-1 และถ้าวิ่งเกียร์สาม
กำลังยังตกอีกก็เชนต่ำลงมาอีก อินทนนท์ หรืออ่างขาง ต้องเชนถึง 1(เวลาเชนไม่ต้องหยุดรถ)แต่จะเชนที่ความเร็วต่ำๆ เวลาเปลี่ยนเกียร์ให้นึกถึงเกียร์ธรรมดาที่ไม่สามารถเปลี่ยนเกียร์หนึ่งที่ความเร็วสูงได้เกียร์มันจะพัง(เกียร์สองเหมือนกันลองเปลี่ยนตอนวิ่งเร็วๆซิพังเหมือนกัน)
เวลาเปลี่ยนก็ต้องถอนคันเร่งเหมือนกัน
เกียร์ออโต้ขับขึ้นเขาสำหรับพวกหัดใหม่ดีกว่าเกียร์ธรรมดาอีก เพราะเกียร์จะตัดสินใจให้เวลากำลังตกไม่ต้องตัดสินใจเอง เวลาลงเขาก็ใช้ 3 หรือ 2 แล้วลงช้าๆใช้เบรคเท่าที่จำเป็นแค่นี้ก็ไปได้แล้วครับ....
ขอให้เที่ยวมีความสุขครับ
27 ธ.ค. 2551 , 10:39:00 น