ข้อความโดย: คนรักรถ
« เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
เนื่องจากการนำน้ำจากท่อไปหม้อน้ำมาหล่อเลี้ยงหม้อต้มนั้น น้ำในท่อนี้ จะยังไม่มีความร้อน และไม่เคลื่อนไหว (ไม่ไหลน่ะครับ) หลังสตาร์ทเครื่องใหม่ๆ จนกว่าเครื่องยนต์จะร้อนเพียงพอ วาล์วน้ำจึงจะเปิดให้น้ำร้อนจากเึครื่องยนต์ไหลออกมาทางท่อนี้ น้ำในท่อนี้จึงจะเคลื่อนไหว ดังนั้นถ้าเครื่องยนต์สุขภาพดี วาล์วน้ำปกติ อาจต้องใช้เวลาติดเครื่องยนต์(จากเครื่องเย็น)ประมาณ 1-2 นาที กว่าน้ำในท่อเข้าหม้อน้ำจะร้อน และ ไหล
บอกอย่างนี้แล้วอาจสงสัยว่าทำไมวิ่งไปตั้งไกลแล้ว เครื่องก็ร้อนแล้ว แต่ยังมีอาการที่แจ้งมาอยู่
ประเด็นมีอยู่ว่า เวลาที่แกสเหลวเปลี่ยนสถานะไปเป็นไอนั้น มันต้องการพลังงานนะครับ ในที่นี้ก็คือพลังงานความร้อน (ที่เรียกกันว่า "ความร้อนแฝง") ณ ความดันบรรยากาศเจ้า LPG มันจะเปลี่ยนสถานะเป็นไอ (เดือด) ที่ประมาณ 0 องศาซี จริงๆในตัวมันก็มีพลังงานอยู่นะครับ แต่ไม่พอครับ มันจึงต้องดึงจากภายนอกก็ คือจากหม้อต้มและน้ำที่เลี้ยงอยู่ในหม้อต้มนั่นเอง มาช่วยในการเปลี่ยนสถานะ ถ้าน้ำในหม้อต้มไม่เคลื่อนไหว น้ำจำนวนเล็กน้อยนั้น จะสูญเสียความร้อนในตัว และมีอุณหภูมิลดลงจนถึง 0 องศาซี (ซึ่งเป็นจุดเยือกแข็งของน้ำ) ในเวลาแป๊บเดียว พอน้ำเป็นน้ำแข็ง ก็จะอุดทางเดินน้ำในหม้อต้มซะยังงั้น น้ำร้อนที่จะไหลมาเพิ่มพลังงานความร้อน ก็จะไม่สามารถไหลผ่านหม้อต้มไปได้ ความชื้นในบรรยากาศ จะกลั่นตัวเป็นหยดน้ำ และแข็งตัวเป็นน้ำแข็ง ซึ่งอาจจับตัวหนาอยู่แถวแกนควบคุมวาล์ว/สปริง/ผ้าหม้อต้ม ทำให้อุปกรณ์ดังกล่าวไม่สามารถควบคุมการจ่ายแกสได้ดี มีผลทั้งทำให้แกสไหลออกมามากเกินหรือน้อยเกินไปได้ จนกว่าน้ำแข็งจะละลายมากพอ จึงจะกลับมาทำงานได้ดีอีกครั้งหนึ่งครับ
เพราะว่าเรื่องความร้อนก็ยังไม่ใช่สาเหตุเพียงอย่างเดียวหรอกครับ ยังมีเรื่องการไหลของน้ำควบคู่ไปด้วย วาล์วน้ำยังปิดอยู่ น้ำในท่อเข้าหม้อน้ำนี้ จะหยุดนิ่ง(ไม่ไหล) จนกว่าวาล์วน้ำจะเปิดครับ
ถ้าเราต่อน้ำจากท่อที่มีการไหลตลอดเวลาที่เครื่องยนต์ติด (เช่นท่อฮีตเตอร์ที่ผมว่า) ถึงน้ำจะมีอุณหภูมิไม่สูงมาก เช่น 25 องศาซี แต่มันจะไหลมาแทนที่กันตลอดเวลา ความร้อนจากน้ำที่ถูกดึงออกไป จึงไม่มากพอที่จะทำให้มันแข็งตัวได้ น้ำที่ไหลออกจากหม้อต้ม จะมีอุณหภูมิลดลงมาก แต่ยังไม่แข็งตัว คืออาจเหลือแค่ 10 องศาซีอะไรแบบนี้ หรือ การถอดวาล์วน้ำออก(ซึ่งไม่ควรทำ) จะทำให้น้ำไหลผ่านท่อไปหม้อน้ำได้ทันทีที่ติดเครื่องยนต์ ก็จะมีน้ำที่มีอุณหภูมิ 25 องศาซี (ตามตัวอย่าง) เข้ามาเพิ่มพลังงาน ทำให้สามารถใช้ ขณะเครื่องเย็นได้โดยไม่เกิดการจับตัวของน้ำแข็ง
ส่วนท่อฮีตเตอร์ที่ผมหมายถึงนั้น ก็คือท่อที่ต่อเข้ากับห้องโดยสาร 2 เส้น (ถ้ายังไม่ตัดไปเสียก่อน) อยู่ที่ผนังห้องเครื่องตรงกลางน่ะครับ ท่อน้ำจะออกจากตาน้ำท้ายเครื่องไปเข้าฮีตเตอร์ในห้อโดยสาร แล้วออกมาเข้าที่ท่อ 3ทาง เข้าออยล์เกียร์ (ถ้าเป็นเกียร์ออโต) ครับ
13 ธ.ค. 2551 , 13:22:42 น