• ยินดีต้อนรับ, บุคคลทั่วไป



  • กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก.

    เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

    ตอบ

    Warning: this topic has not been posted in for at least 120 days.
    Unless you're sure you want to reply, please consider starting a new topic.
    ชื่อ:
    อีเมล์:
    หัวข้อ:
    ไอค่อนข้อความ:

    Verification:
    Type the letters shown in the picture
    Listen to the letters / Request another image

    Type the letters shown in the picture:
    ตัวย่อของเมืองหลวงของเรา ๓ ตัว:

    shortcuts: กด alt+s เพื่อตั้งกระทู้ หรือ alt+p แสดงตัวอย่าง


    สรุปหัวข้อ

    ข้อความโดย: คนรักรถ
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    ลป. (ลืมไป) ไม่แนะนำให้ซ่อมอู่ที่ไม่ใช่ช่าง VW (Audi/Seat/Skoda) ครับ
    2 ธ.ค. 2551 , 11:09:33 น
    ข้อความโดย: คนรักรถ
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    ท่าน ยุทธ ครับเอาใหม่นะครับ
    1. ก่อนติดแกส เป็นยังไงครับ กินน้ำมันเท่าไหร่ ถ้าไม่ทราบ (ซื้อมาก็เป็นอย่างนี้อยู่แล้ว) ต่อบ้างล่างเลยครับ แต่ถ้าทราบ ตอบมาก่อนครับ แล้วอธิบายนิดนึงว่า ไปทำอะไรมาอีกหรือเปล่าด้วยครับ

    ถ้าเหม็นน้ำมัน ตอนใช้น้ำมัน ก็แสดงว่า ส่วนผสมไอดีมีเชื้อเพลิงมากเกินไป ก็มีสาเหตุดังนี้ครับ
    1. ไม่ได้ตัด O2 เซนเซอร์ (เมื่อก่อนอาการนี้ ฮิตมาก เพราะยังไม่มีประสบการณ์กัน แต่ตอนนี้ไม่น่าเกิด) เวลาใช้แกส และแกสบางไป ทำให้กล่องสั่งเปิดหัวฉีดน้ำมันนาน เพราะนึกว่าจ่ายน้ำมันไม่พอ เอาเข้าจริงเลยหนาไป เหม็น+เปลือง แต่จะเป็นชั่วคราว หมายถึง ใช้น้ำมันไปซักพัก (พักใหญ่หรือพักเล็ก ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาที่เราใช้แกส) จะกลับเข้าที่ ไม่เหม็นละ ค่าตัด น่าจะ 3 หลัก
    2. รูมิกเซอร์เล็กเกินไป (ถ้าซื้อมาปั๊บใส่ปุ๊บ มันจะมีขนาด 24 มม. โดยประมาณ) หรือติดตั้งผิดวิธี (บังทางเดินอากาศมากไป) ถ้าเป็นไปได้ ขอดูรูปการติดตั้ง อาจช่วยในการวิเคราะห์ได้ครับ ไม่น่าเสียตังค์มาก แค่ย้ายมิกเซอร์ หรือ ขยายรู หร้อทจูนแกสใหม่
    3. ตัด O2 เวลาใช้แกส (อ้าว ไม่ตัดก็เป็น ตัดก็เป็น จะเอายังไงแน่) ถ้าตัด O2 เวลาใช้แกส จะทำให้กล่องจ่ายน้ำมัน หนาไปนิดๆ ทำให้ไอเสียเหม็นน้ำมันได้ ตามการโปรแกรมจากโรงงานเมื่อไม่มีสัญญาณจาก O2 เซนเซอร์ (ตอนใช้แกส) แต่พอต่อสัญญาณ O2 เซนเซอร์เข้าปุ๊บ (ตอนใช้น้ำมัน) ต้องรอให้กล่องยอมรับสัญญาณจาก O2 ก่อน ไอเสียจึงจะไม่เหม็นน้ำมัน จะใช้เวลาไม่น่า ไม่น่าเกิน 2 - 3 นาที ไม่ต้องทำอะไร ไม่เสียตังค์
    4. O2 เซนเซอร์ เสื่อม ก็เปลี่ยนสถานเดียว O2 เซนเซอร์เป็นอุปกรณ์ที่ต้องเปลี่ยนเหมือนกับ หัวเทียน ครับ คือเป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าไม่มีชิ้นส่วนเคลื่อนไหว เสื่อมได้ เสียได้ แต่เปลี่ยนของใหม่แล้วใช้ได้นาน (ในสภาวะที่เครื่องยนต์มีสุขภาพดีเป็นปกติ) เปลี่ยนตามเวลาครับ รายการนี้ ปกติรถใหม่ๆจะใช้ได้ แสนโล แต่ถ้าเครื่องยนต์เก่า เครื่องหลวม มีน้ำมันเครื่อง/น้ำยาหม้อน้ำหลุดเข้าเครื่อง ใช้กาวซิลิโคนซ่อมท่ออากาศ จะทำให้อายุการใช้งานลดลง มือสอง(ไม่แนะนำ) 3 หลัก มือหนึ่ง (แนะนำ) 4 หลัก
    5. หัวฉีดรั่ว/หลวม จ่ายน้ำมันมากไปทั้งๆที่สั่งจ่ายนิดเดียว ก็พังแหละครับ ตรวจสอบก็ยาก เปลี่ยนสถานเดียวเหมือนกัน มือหนึ่ง หรือ สอง ก็ 4 หลัก เพราะมาทั้งตัวเรือนและลิ้นทั้งชุด

    ส่วนอาการเบาไม่นิ่งนี่ ไอดีหนาไปก็มีส่วนนะครับ เพราะพอรอบเครื่องต่ำ กล่องจะเร่งเครื่องเองเพื่อให้รอบเป็นปกติ แต่พอเร่งแล้วรอบจะขึ้นเร็วไปนิด (เพราะน้ำมันมากไป) จะเลยจุดที่เหมาะสม กล่องก็จะเบา้เครื่อง ก็เลยรอบขึ้นๆลงๆอยู่นั่น แต่บางทีได้จุดเหมาะๆ ก็เรียบได้ครับ แต่อาจต่ำไปนิดนึง แต่ถ้ารอบเดินเบาขึ้นลงอย่างสม่ำเสมอ (ไม่เคยเรียบเลย) อาจต้องดู TPA หรือมอเตอร์ดันลิ้นปีกผีเสื้อ หรือที่เราเรียกกันว่ามอเตอร์เิดินเบาด้วยนะครับ (ลองฟังเสียดู ถ้ามันทำงานแล้วดัง แกร็กๆๆๆๆๆ ก็แสดงว่าเสียแล้วเหมือนกันครับ) อันนี้ ก็ 4 หลัก

    2 ธ.ค. 2551 , 11:08:15 น
    ข้อความโดย: ยุทธ
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    ลืมบอก มีอาการเกี่ยวกับรอบเครื่องเบาไม่นิ่งด้วย สตาร์ทเครื่อง รอบไม่นิ่ง เข็มวิ่ง 800 - 1000 สะดุด แต่ขับรถไม่มีอาการ แต่ถ้ารถติดนะ เครื่องก็เหมือนทำท่าจะดับ คือปกติไม่ได้ขับแบบรถติดอยู่ ตจว ครับ ช่วยวิเคราะห์หน่อยครับ
    1 ธ.ค. 2551 , 11:47:38 น
    ข้อความโดย: ยุทธ
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    อาจเป็นเรื่องเหม็นกลิ่นน้ำมันครับ แล้วซ่อมที่ศูนย์ คชจ ประมาณเท่าไหร่ทราบไหมครับ ซ่อมข้างนอกได้ไหมครับ
    1 ธ.ค. 2551 , 10:58:45 น
    ข้อความโดย: sa4444
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    ผงดำๆ มาจากผ้าเบรค ครับ เป็นเหมือนกัน ใช้ยี้ห้อ อะไรครับ  แม็กทำสีมาใหม่หรือเปล่าครับ ปูดๆ
    29 พ.ย. 2551 , 21:04:14 น
    ข้อความโดย: FCUKRAPOKE
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    อยากอวดล้อก็บอกดิ อิอิ
    28 พ.ย. 2551 , 15:55:34 น
    ข้อความโดย: คนรักรถ
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    ขออภัยนะครับ ไม่ได้ On บ่อยๆน่ะครับ ไม่ค่อยชอบ(แหะๆๆๆ) รู้สึกว่าไม่ค่อยได้ทำงานเวลา เปิดเอ็ม
    28 พ.ย. 2551 , 15:05:49 น
    ข้อความโดย: มด ขี้ขม
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    ขอบคุณค้าบ เล่นเอ็มมั๊ยครับ ผมออนทุกวัน จันทร์ถึงศุกร์ dpettawee@hotmail.com
    28 พ.ย. 2551 , 14:58:37 น
    ข้อความโดย: คนรักรถ
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    ผงดำๆน่ะ ผ้าเบรคแน่ๆครับ แต่มันก็มีกันได้ทุกคันแฟละครับ ขึ้นอยู่กับชนิดของผ้าเบรคที่ใช้ แล้วมีกลิ่นผ้าเบรคไหม้ไหมครับ? เรียกว่าพอจอดรถดับเครื่องลงมางี้ ได้กลิ่นแบบร้อนๆฉุนๆลอยมาบางๆ (รถทั่วไป แทบจะไม่มีกลิ่นอะไรเลยครับ)

    แต่.....!!!!!!! ไอ้รอยสีปูดที่กลางวงล้อ (ช่วงดุมกลาง + น๊อตล้อ) หน้านี่ซิครับ ที่พอจะบอกได้ว่า มันร้อน..น....น.....ครับ ไม่ได้มีกันทุกคันหรอกนะครับสีปูดน่ะ สีล้อเนี่ยะอาจมีปูดบ้างถ้าเคยโดนน้ำมันเบรคมาบ้าง แต่ถ้าไม่เคย สงสัยเบรคติดนะครับ ลองยกรถแล้วใช้มือหมุนล้อดูนะครับ ว่าหมุนคล่องไหม ถ้าหนืดๆ ก็เช็คเบรคหน้าดูนะครับ

    28 พ.ย. 2551 , 13:18:39 น
    ข้อความโดย: มด ขี้ขม
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    ส่วนนี้รูปล้อหลังครับ ไม่มีเขม่า

    " alt="" class="bbc_img" />

    28 พ.ย. 2551 , 12:28:06 น
    ข้อความโดย: มด ขี้ขม
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    ครับผม คุณคนรักรถครับ ล้อหน้าทั้งสองข้างของผม มีขี้เขม่าดำๆจับเต็มทั้งสองล้อ พอล้างเสร็จวิ่งสักสองอาทิตย์ก้อจับเต็มอีกแล้วครับ เป็นไปได้มั้ยที่ว่าเบรกติด

    " alt="" class="bbc_img" />

    28 พ.ย. 2551 , 12:26:57 น
    ข้อความโดย: คนรักรถ
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    ทั้งท่าน ยุทธ และท่าน มด ขี้ขม ครับ เป็นเกียร์ออโต ใช่ไหมครับ แล้วเพิ่งไปทำอะไรกับเกียร์มาหรือเปล่าครับ แล้ว ลองดูและดมท่อไอเสียดูหรือยังครับ ว่า มีเขม่าดำเกาะในท่อและเหม็นน้ำมัน หรือไม่ ส่วนอาการของท่าน ยุทธ ข้อ 2. ดูเหมือนระบบน้ำมันจะปกติดีนะครับ ถ้าท่อดำและเหม็น(น้ำมัน) ก็คงเป็นที่ระบบควบคุมส่วนผสมเชื้อเพลิง

    แต่ถ้าไม่ดำและไม่เหม็น แสดงว่าเป็นที่อื่นเช่น
    เกียร์ออโต -> เติมน้ำมันเกียร์มากเกินไป
    เบรค -> ติด เบรคมือค้าง (น่าจะได้กลิ่นผ้าเบรคไหม้ประกอบด้วย)
    ศูนย์ล้อ -> เพี้ยนอย่างหนัก จะมีอาการกินยาง + กลิ่นยางไหม้อ่อนๆ เวลาวิ่งเร็วๆและ/หรือวิ่งไกลๆ
    หรือผสมกันมากกว่า 1 อย่าง

    นอกจากศูนย์ล้อ+ถ่วงยางแล้ว ไม่ควรให้ช่างทั่วไปดูเลยซักอย่างครับ ช่าง VW เองยังมีผิดมีพลาดเลยครับ ถ้าเป็นช่างทั่วไป มีหวัง เอาอาการยี่ห้อที่ถนัดมาวิเคราะห์ VW มันจะออกทะเลเอานาครับ

    28 พ.ย. 2551 , 10:56:47 น
    ข้อความโดย: ช่างเหอะ
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    1.ถอดชุด Mixer แก๊สออกรึยัง? ถ้ายังไม่ถอดก็เป็นไปได้ว่า Mixer มันรูเล็กอุดจมูกไว้
    2.ดูสภาพกรองอากาศ
    3.เช็คตั้งไฟใหม่ อันที่จริงระบบอิเล็คทรอนิคส์น่าจะตั้งครั้งเดียวจบ แต่ VW Golf7Vento นี่เจอว่ามันค่อยๆไฟอ่อนเอง ไม่รู้เป็นไร.... และตอนเอาไปตั้งไฟด้วย VAG ให้ตั้งตอนใช้น้ำมันเท่านั้น ถ้าตั้งตอนใช้แก๊สจะมีปัญหาไม่ถูกที่

    28 พ.ย. 2551 , 10:51:03 น
    ข้อความโดย: มด ขี้ขม
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    ของผมเวนโต้97 พอกันเลยครับ ไม่ถึงห้าโล/ลิตร กินแก็สโลละสองบาท ถ้าน้าไปเช็คแล้วได้ผลประการใด โทรบอกหรือเมล์มาหาผมหน่อยนะครับ 08-9289-8605 dpettawee@hotmail.com ขอบคุณครับ
    28 พ.ย. 2551 , 10:19:51 น
    ข้อความโดย: ตี๋
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    1 จากที่ผมเคยใช้นะ หากเติม 95 แก๊สโซฮอล์ อยู่ที่ 5 กม./ลิตร ก็น่าจะมากไปหน่อย ติดแก๊สแล้ว กิน 2 บาท/กม. เป็นระบบดูดหรือหัวฉีดหล่ะ แต่ก็ยังมากอยู่ คงต้องให้ช่างตรวจเช็คทั้งระบบน้ำมันให้สมบูรณ์ก่อนว่าเป็นเพราะอะไร แล้วจึงไปจูนแก๊สใหม่
    2 รอบเครื่องน่าจะปกติครับ หากรอบไม่สวิงขึ้นลง

    28 พ.ย. 2551 , 09:25:01 น