• ยินดีต้อนรับ, บุคคลทั่วไป



  • กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก.

    เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

    ตอบ

    Warning: this topic has not been posted in for at least 120 days.
    Unless you're sure you want to reply, please consider starting a new topic.
    ชื่อ:
    อีเมล์:
    หัวข้อ:
    ไอค่อนข้อความ:

    Verification:
    Type the letters shown in the picture
    Listen to the letters / Request another image

    Type the letters shown in the picture:
    ตัวย่อของเมืองหลวงของเรา ๓ ตัว:

    shortcuts: กด alt+s เพื่อตั้งกระทู้ หรือ alt+p แสดงตัวอย่าง


    สรุปหัวข้อ

    ข้อความโดย: วีระ
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    ชอบบทความคุณเล็กมากครับ  ผมเป็นคนชอบศึกษาเรื่องต่างๆถึงรากอยู่แล้ว  อ่านเพลินไปเลยครับ
    15 ต.ค. 2545 , 20:42:42 น
    ข้อความโดย: เล็ก-วลิน
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

     ไฮไลท์ยานยนต์ วันศุกร์ที่ 11 ตุลาคม 2545  
    เรื่องวุ่น ๆ กับชื่อรุ่นโฟล์ก
    ปีนี้เป็นปีที่มีคนพูดถึงการตั้งชื่อรุ่นรถกันมาก สาเหตุมาจากการที่โฟล์กสวาเกนได้ตั้งชื่อรุ่นรถใหม่ราคาแพงว่าPHAETON ซึ่งออกเสียงแบบสำเนียงอังกฤษว่า “แฟ้ทั่น” ชื่อนี้ได้รับการบรรจงคัดเลือกอย่างดี เพื่อสะท้อนถึงการเข้าสู่ยุคใหม่ของโฟล์กฯ ซึ่งต่อไปนี้จะไม่ผลิตแต่รถราคาประหยัด เพราะ PHAETON เป็นชื่อแบบของรถในสมัยแรก ที่สร้างขึ้นเพื่อใช้งานชั้นสูง นอกจากนั้นยังเป็นพระนามของโอรส เพราะสุริยะในเทพนิยายกรีก รวมทั้งชื่อที่มีทั้งความเป็นรถชั้นสูง และคลาสิก
    รายงานว่า นายเฟอร์ดินันด์ เพียค ผู้ซึ่งพ้นจากตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดของโฟล์กฯ เป็นคนเลือกชื่อนี้เอง เพราะถือว่า PHAETON เป็นมรดกชิ้นสำคัญชิ้นหนึ่งที่จะทิ้งไว้เบื้องหลัง
    แต่ตอนนี้กลับเป็นว่า ผู้บริหารโฟล์กฯ อยากจะเปลี่ยนชื่อใจจะขาด เพราะในเทพนิยายดังกล่าว เขียนถึง PHAETON ต่อมาว่า ได้นำราชรถของพระบิดา HELIO ไปซิ่งท่าไหนไม่ทราบ เกิดอุบัติเหตุไฟลุกจนครอกตัวเองตาย และแถมยังลามมาถึงโลก ซึ่งถ้าคิดตามเรื่องราวเช่นนี้ PHAETON จะมีความหมายในเชิงเป็นรถที่มีไฟลุก
    ความจริงมีคนท้วงชื่อ PHAETON มาก่อนหน้านี้เหมือนกัน แต่โฟล์กฯไม่ฟัง นั่นคือ บรรดาดีลเลอร์ในสหรัฐอเมริกาที่ออกมาบ่นว่า เป็นชื่อที่เรียกลำบาก เพราะลิ้นจะพันกันเวลาเรียก นอกจากนั้น ยังเป็นชื่อที่เปิดให้มีการออกเสียงหลายแบบหลายสำเนียง ทำให้ต่อไปรถอาจมีชื่อเรียกต่างกันในแต่ละภูมิภาคของสหรัฐอเมริกา
    ถ้าเรียกชื่อลำบาก และก่อนเรียกยังต้องมามัวคิดวิธีออกเสียง พวกขายรถเหล่านี้บอกว่า อย่าหวังเลยที่คนอเมริกันจะสนใจซื้อ เพราะพวกเขาไม่ชอบอะไรที่เป็นเรื่องง่ายแต่กลับมีคนทำให้เป็นเรื่องยาก ถือว่าจุกจิกโดยใช่เหตุ
    นอกจากบ่นแล้ว บรรดาดีลเลอร์อเมริกันยังสอนมวยโฟล์กฯ อีกว่า มีอย่างที่ไหน ปล่อยให้ชื่อ D1 เป็นเวลานาน จนคนพากันเชื่อว่าตัวรถจะใช้ชื่อนี้ทำตลาด เพราะข่าวคราวรถยนต์ในอเมริกาเผยแพร่ได้รวดเร็ว และเป็นข่าวที่คนพากันให้ความสนใจมาก
    สิ่งที่โฟล์กฯควรทำคือ หลังนำรุ่นต้นแบบไปเปิดตัว และมั่นใจจากปฏิกิริยาตอบรับว่า จะขายได้ ก็ควรรีบเปลี่ยนมาเป็นชื่อที่จะใช้ทำตลาดทันที เพราะถ้าทำเช่นนี้ ก็จะได้รับการประชาสัมพันธ์ล่วงหน้าเพิ่มขึ้น และถ้ามีชื่อไม่ดี อย่างน้อยจะได้รับการแก้ไขได้ทันท่วงที จะได้ไม่เหมือนกรณีของ PHAETON
    ทำยังไงได้ PHAETON ถูกตั้งชื่อไปแล้ว ถ้าแก้ก็คงต้องวุ่นวายกันพิลึก
    อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่รถหรูของโฟล์กฯ รุ่นนี้รุ่นเดียวที่มีปัญหาเรื่องชื่อชนิดพระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรกอะไรทำนองนั้น อีกคัน คือ ออฟโรดที่โฟล์กฯ จะเปิดตัวในเดือนกันยายนในงานปารีส มอเตอร์ โชว์ 2002 ซึ่งโฟล์กฯตั้งชื่อเสียดิบดีว่า Touareg ออกเสียงว่า ทูอาเรก
    คงเคยได้ยินกิตติศัพท์รถรุ่นนี้กันแล้วว่า เป็นรถคู่แฝดของ Porsche Cayenne (ชื่อนี้ก็มีปัญหา) ซึ่งเป็นออฟโรดรุ่นแรกของบริษัทรถสปอร์ตแห่งนี้ นัยว่า ขับได้สนุกมาก เพราะพอร์ชได้เอาฝีมือทางด้านการสร้างรถสปอร์ตไปเสริมหรือแก้ประเด็นที่รถขับเคลื่อน 4 ล้อ บุกป่าเมื่ออยู่บนทางเรียบ แล้วขับได้ไม่มันส์ ได้สำเร็จ

    พอโฟล์กฯประกาศชื่อนี้ออกไป เสียง “เอาอีกแล้ว” ก็ดังขึ้นทันที โดยคราวนี้การพันลิ้นเวลาออกเสียง ไม่ได้จำกัดแค่สหรัฐอเมริกา แต่รวมถึงยุโรป มีอย่างที่ไหน ตั้งชื่อที่มีตัวสระมากถึงขนาดนั้น คือ ถึง 4 ตัว จากจำนวนตัวสะกดทั้งหมด 7 ตัว
    อย่างนี้ถ้าลิ้นไม่พันกัน จะเป็นไปได้หรือ นอกจากนั้น ยังบ่นกันอีกว่า ไม่ชอบเลยที่ไปนำชื่อเผ่าชาวทะเลทรายซาฮาร่ามาใช้ เพราะไม่มีใครเคยได้ยินมาก่อน และไม่ได้มีชื่อเสียงถึงขนาดเคยได้รับการจารึกชื่อไว้ที่ไหน
    ประเด็นนี้ทำให้เกิดปัญหาการจดจำชื่อ รวมทั้งการสร้างชื่อให้รู้จักกว้างขวาง เพราะคนเรามีธรรมชาติอย่างหนึ่ง การจะจำอะไรได้ต้องมีสิ่งที่อ้างอิงถึง อย่างนี้ต้องเรียกว่า นักตั้งชื่อรถของโฟล์กฯ สอบตกวิชาจิตวิทยา ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของวิชาการตลาด
    โฟล์กฯ ยังคงนั่งยันนอนยันว่า ชื่อ Touareg ดีอยู่แล้ว เพราะหมายถึงเผ่าชาวทะเลทรายที่ยึดมั่นในประเพณี รักศักดิ์ศรี และเกียรติ อีกทั้งยังเป็นชาวเผ่าที่สง่า และเฉลียวฉลาด รู้จักปรับตัวเองให้เข้ากับสถานะการณ์ต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี ซึ่งตรงกับคุณสมบัติของ Touareg
    เขียนเรื่องการตั้งชื่อรถของโฟล์กฯเท่านี้คงยังไม่พอ เพราะโฟล์กฯเป็นรถเยอรมนี และขาวเยอรมัน อย่างที่ทราบ ๆ กันดีว่าเป็นชนชาติที่ลึกซึ้ง และทำอะไรมีระเบียบแบบแผน ไม่น่าจะมาตกม้าตายง่าย ๆ เพราะเรื่องนี้
    เดิมทีรถรุ่นแรกของโฟล์กฯมีชื่อ Beetle ซึ่งเป็นชื่อสัตว์ประเภทแมลงปีกแข็งทั้งด้วงและเต่าทอง
    ชื่อนี้เหมาะสมมากในทัศนะของนักวิชาการตั้งชื่อสินค้า เพราะตรงกับรูปร่างของสินค้า ช่วยให้จดจำชื่อสินค้าง่าย เหมาะที่จะนำไปตั้งเป็นชื่อรถ เพราะแสดงถึงความอบอุ่นบวกความสุข ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่รถทุกคันควรจะมีเวลาคนเราจินตนาการถึง
    ครั้งพอถึงปี ค.ศ.1970 หรือ 32 ปีที่แล้ว เมื่อโฟล์กฯเลิกผลิตรถเครื่องยนต์วางท้าย และใช้อากาศระบายความร้อน ชื่อของรถโฟล์กฯนับแต่นั้น ล้วนมีความหมายเกี่ยวกับ “ลม” เพื่อรำลึกว่า ครั้งหนึ่ง เคยเป็นรถเครื่องยนต์อยู่ท้าย และระบายความร้อนด้วยอากาศ
    เริ่มด้วย Passat เปิดตัวออกมาในปีนั้น เดิมตอนเป็นรุ่นต้นแบบใช้ชื่อ K70 และอยู่ในสังกัด NSU พอนำมาทำก็เปลี่ยนมาเป็น Passat ซึ่งหมายถึง Wind of Change หรือ ลมของการเปลี่ยนแปลง และที่เปลี่ยนแปลงก็เพราะ เป็นโฟล์กฯรุ่นแรก ที่มีเครื่องยนต์วางอยู่ด้านหน้า และระบายความร้อนด้วยน้ำ
    นับตั้งแต่นั้นมา รถของโฟล์กฯเลยมีชื่อเกี่ยวกับลมมาตลอด ซึ่งหลังจาก Passat แล้วก็คือ Golf ชื่อนี้ร้อยทั้งร้อย เวลาใครได้ยินชื่อ เป็นต้องนึกถึงกีฬากอล์ฟ และคงสงสัยว่า รถยนต์รุ่นนี้ไปเกี่ยวอะไรกักีฬากอล์ฟด้วย
    ความจริงชื่อ Golf มาจากคำในภาษาเยอรมัน ที่แปลว่า Gulf หรือ อ่าว ซึ่งถ้าเอาไปใช้กับลม หมายถึง Gulf Stream ที่รู้จักกันดี คือ ลมที่พัดน้ำอุ่นจากอ่าวเม็กซิโกไปทวีปยุโรป เวลาอยู่บนเครื่องบินมองลงมา จะเป็นทิวคลื่นสวยงาม
    แต่เอาล่ะ เมื่อคนส่วนใหญ่คิดว่า เป็นกีฬากอล์ฟ โฟล์กฯก็เลยเหมาเช่นนั้น ถึงขนาดบางรุ่นได้ออกแบบให้รถมีหัวคันเกียร์ที่เป็นลูกกอล์ฟ และยังตั้งชื่อ Golf เวอร์ชันปิกอัพว่า Caddy หรือคนเก็บลูกกอล์ฟอย่างนั้นไปเลย รวมทั้งยังตั้งชื่อรถรุ่นหนึ่งว่า Polo หรือกีฬาโปโล และเวอร์ชันซีดานของรุ่นนี้ชื่อ Derby ซึ่งเป็นชื่อถ้วยรางวัลม้าแข่ง

    อย่างไรก็ตาม ขอให้สังเกตเวลาโฟล์กฯนำ Golf ไปขายที่สหรัฐอเมริกา โฟล์กฯ เปลี่ยนชื่อเป็น Rabbit หรือกระต่าย ซึ่งเหตุผลคงเป็นเพราะ สหรัฐอเมริกาอยู่ติดกับอ่าวเม็กซิโก และมีคนอเมริกันจำนวนไม่น้อยทราบดีว่า ชื่อของรถมาจาก Gulf Stream ขืนยังใช้ชื่อ Golf คงมีการทะเลาะกันถึงตาย ระหว่างคนที่รู้กับไม่รู้
    หลังจากนั้น โฟล์กฯ ยังออกรถที่ใช้ชื่อลมมาเรื่อย ๆ คือ Scirocco ซึ่งต้องยอมรับว่าชื่อนี้ไพเราะมาก และเป็นชื่อที่ดีที่สุด Scirocco เป็นลมทะเลทราย ที่พัดจากแอฟริกาเหนือไปยุโรปใต้ ทุก ๆ ฤดูร้อน ใครที่เติบโตแถวนั้น หรือเคยพบเห็น เป็นต้องจำแบบไม่มีวันลืม
    นอกจากนั้น ยังมี Santana, Jetta, Corrado และVento ซึ่งพอถึงชื่อสุดท้ายนี้ โฟล์กฯ ต้องเจอปัญหาในการตั้งชื่อเป็นครั้งแรก เนื่องจากในยุโรปบางประเทศ คนไปนึกถึงลมที่ผายออกมาจากตัวคน จนโฟล์กฯ ต้องเปลี่ยนชื่อเป็น Bora ในเวลาต่อมา เมื่อรู้อย่างนี้ อย่าเที่ยวไปพนันเป็นอันขาด โฟล์กฯ จะไม่เปลี่ยนชื่อ Phaeton เป็นอย่างอื่น
    จากการเปลี่ยนชื่อเป็น Bora ชั้ให้เห็นว่า ต่อไปนี้ โฟล์กฯ คงเลิกตั้งชื่อรุ่นตามชื่อลมอีกแล้ว เพราะเมื่อเปลี่ยนชื่อจาก Vento เป็นBora โฟล์กฯ ต้องนำเงินไปให้มาเซราติ เนื่องจากมาเซราติ เคยตั้งชื่อรุ่นตามชื่อลมเหมือนกัน และมีรถยนต์ของมาเซราติรุ่นหนึ่งที่ใช้ชื่อ Bora
    แสดงว่า ชื่อลมสำหรับที่เหมาะนำมาตั้งชื่อรถคงไม่มีเหลืออีกแล้ว (ชื่อของมาเซราติรุ่นอื่น ๆ ที่เป็นชื่อลม คือ Mistral, Ghibli และKhamsin)
    แล้วต่อไปนนี้โฟล์กฯ จะตั้งชื่อรุ่นตามชื่ออะไรต่อไปล่ะ… ก็มีข้อสังเกตเกี่ยวกับคำถามนี้ว่า เมื่อไม่นานมานี้ คราวที่โฟล์กฯได้ตั้งชื่อรถยนต์นั่งคันหนึ่งของตนว่า Lupo รถรุ่นนี้มีความทันสมัยมาก มีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง 3 ลิตร ต่อ 100 กิโลเมตร
    Lupo เป็นคำที่มีความหมายในประเทศแถบยุโรปว่า Wolf หรือ สุนัขป่า ทำให้คนพากันคิดว่า โฟล์กฯ ได้ตั้งชื่อนี้เพื่อเป็นเกียรติเมืองที่ตั้งบริษัทนั่นคือ Wolfburg
    จะใช่หรือไม่ก็ไม่ทราบได้ แต่มีข้อสังเกตเหมือนกัน ชื่อนี้เป็นชื่อสัตว์ และเท่าที่ผ่านมา รถโฟล์กฯ ใช้ชื่อสัตว์มีเพียง 2 รุ่น คือ Beetle และRabbit
    ดังนั้น จึงอาจสรุปได้ว่า ต่อไป โฟล์กฯอาจจะใช้ชื่อสัตว์เป็นชื่อรุ่นรถอีก สำหรับรถที่มีความทันสมัย แต่ถ้าเป็นรถระดับเศรษฐี ก็จะใช้ชื่อเทพเจ้ากรีก ตราบใดที่ยังยึดมั่น และไม่เลิกใช้ชื่อ Phaeton ซึ่งเป็นชื่อรถแนวนี้รุ่นแรก

    [ 14 ต.ค. 2545 , 11:14:17 น