• ยินดีต้อนรับ, บุคคลทั่วไป



  • กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก.

    เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

    ตอบ

    Warning: this topic has not been posted in for at least 120 days.
    Unless you're sure you want to reply, please consider starting a new topic.
    ชื่อ:
    อีเมล์:
    หัวข้อ:
    ไอค่อนข้อความ:

    Verification:
    Type the letters shown in the picture
    Listen to the letters / Request another image

    Type the letters shown in the picture:
    ตัวย่อรถที่เราใช้สองตัวเป็นภาษาฝรั่ง:

    shortcuts: กด alt+s เพื่อตั้งกระทู้ หรือ alt+p แสดงตัวอย่าง


    สรุปหัวข้อ

    ข้อความโดย: วีระ
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    ประสบการณ์อันมีค่า  คารวะพี่มนตรี 1 จอก
    1 ส.ค. 2551 , 17:13:27 น
    ข้อความโดย: ชาติ
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    ขอบคุณครับ ถ้ารวนมาเมื่อไหร่ผมจะจัดการสายไฟก่อน อย่างอื่นว่ากันทีหลัง
    1 ส.ค. 2551 , 15:39:05 น
    ข้อความโดย: Montri95 -
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    ใช้รถ T4 มาแต่ปี 2000 เป็นรถปี 92-93 ช่วงสั้น เครื่อง 2000 เกียรธรรมดา ตู้แอร์ สองตู้ หน้าหลัง รถเลยกินไฟมากๆ
    แรกๆ ก็ยังไม่มีปัญหาเท่าใด พอวิ่งไปๆ เครื่องร้อน สตาร์ทไม่ติด คือ บิดกุญแจแล้ว แก๊ก เงียบ แก๊ก เงียบ ต้องรอให้เครื่องเย็น หรือรอสักพักหนึ่ง
    ต่อมาก็เริ่มซ่อม ไดสตาร์ท ช่างไท ริมทาง ดัดแปลงให้ วิ่งได้ไปพัก ก็เริ่มอาการเดิม
    ก็เปลี่ยนแบตเตอรี่ เพราะก็ใกล้เวลาแล้วด้วย ปีกว่าๆ เกือบสองปี (ต่อจากนั้น เปลี่ยนแบตทุก ปีกว่า แล้วก็ ปีเดียว แล้วก็ หกเดือน)
    แล้วก็เป็นอีก เปลี่ยนไดชาร์ท เป็น 90 แอมป์
    รถผมกินไฟเยอะครับ มี พัดลมหน้ารถ 2 ตัว พัดลมใต้ท้อง 2 ตัว(ต่อมาลดลงเหลือตัวเดียว) มอเตอร์ตู้แอร์หน้า 2 ตัว หลังอีก 2 ตัว ช่างหลายคนบอก ไม่พอ เกือบไม่พอ ถ้าเปิดแอร์ เปิดไฟ แย่แน่  ยิ่งเปิดแอร์แรงๆ ก็แย่ กลางคืนฝนตก เปิดที่ปัดน้ำฝนอีก ตายเลย ดับเครื่องทีก็ต้องเข็นกันที
    ต่อมาเปลี่ยน แบต เป็น 100 แอมป์ ไดชาร์ท 110 แอมป์ แล้วก็ซ่อม ไดสตาร์ท อีก 2 ครั้ง
    ก่อนหน้านั้น เปลี่ยน คอยล์ และจานจ่ายมาแล้ว
    สายหัวเทียนก็เปลี่ยน 2 ครั้ง
    จนถึงปี 2008 ตามแก้มาเป็นระยะ จนเมื่อซ่อมไดสตาร์ทครั้งสุดท้าย แล้วกลับมาสตาร์ท ไม่ติด เหมือนเดิมที่อู่ ที่เพิ่งซ่อมไปพอดี
    ช่างใหญ่จึงลอง บิดกุญแจสตาร์ท สัก 10-15 ครั้ง แล้วไปจับสายไปจากขั้ว บวก ลบ ที่แบตดู ปรากฎว่าร้อนมาก จึงสั่งให้ช่างเปลี่ยนใหม่
    รถผมติดเกย์วัดระดับไฟแบตอยู่ด้วย เดิม เวลาสตาร์ทเครื่อง จะอยู่ที่ 14v เปิดแอร์ใหม่ๆ จะอยู่ที่ 13v วิ่งไปๆ ลดลงมาที่ 12v หรือต่ำกว่านิดๆ
    เปลี่ยนสายไฟแล้ว สิบสี่ตลอด ไม่เปิดแอร์เกิน 14v นิดๆ วิ่งมาเกือบเดือนแล้ว ยังไม่พบปัญหา
    ที่เปลี่ยนไปมากคือ ไฟชาร์ท ไม่ตกต่ำกว่า 12v กว่าๆ เกือบ 13v เลยครับ
    ก็เลยนำมาเล่าสู่กันฟัง คิดว่าบางท่านอาจจะเจอปัญหาคล้ายๆ กันบ้าง แต่วิธีการแก้ไขต่างกันไป
    ปัญหาก็เป็นเสมือนประสบการณ์ ที่ผ่านไปแล้ว นำไปใช้ประโยชน์
    สำหรับผมเกือบจะเลิกใช้แล้ว แต่ก็ใจยังรัก และปัญหานี้ก็อาจจะเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นได้ทั่วไป กับรถทุกยี่ห้อ จึงน่าจะเกิดประโยชน์บ้างถ้านำมาลงให้ได้อ่านเล่นกันลืม มองข้ามสิ่งเล็กน้อยที่ไม่เล็กครับ เป็นสายเลือดสำคัญของรถเราเลย
    ช่างใหญ่ไม่คิดเงินค่าสายด้วยครับ

    [ 1 ส.ค. 2551 , 13:21:15 น