• ยินดีต้อนรับ, บุคคลทั่วไป



  • กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก.

    เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

    ตอบ

    Warning: this topic has not been posted in for at least 120 days.
    Unless you're sure you want to reply, please consider starting a new topic.
    ชื่อ:
    อีเมล์:
    หัวข้อ:
    ไอค่อนข้อความ:

    Verification:
    Type the letters shown in the picture
    Listen to the letters / Request another image

    Type the letters shown in the picture:
    ตัวย่อของเมืองหลวงของเรา ๓ ตัว:

    shortcuts: กด alt+s เพื่อตั้งกระทู้ หรือ alt+p แสดงตัวอย่าง


    สรุปหัวข้อ

    ข้อความโดย:
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    omBNeDZ
    18 เม.ย. 2553 , 17:26:48 น
    ข้อความโดย:
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    Hi! ZPyqqUd
    29 ธ.ค. 2552 , 23:09:59 น
    ข้อความโดย: มด
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    โอเคเลยครับ หายสนิท
    7 ต.ค. 2551 , 10:25:19 น
    ข้อความโดย:
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    สุดยอดครับคุณรณชัย ขอชมด้วยความจริงใจ
    วันนี้ผมไปติดแก้ส golfvariant ,มามีปัญหาเหมือนกันเลย ใช้แก้สปกติ ใช้น้ำมันรอบเครื่องสวิง เบาดับ...โชคดีเซฟกระทู้นี้ไว้..พรุ่งนี้จะลองทำเองดู
    ขอบพระคุณอีกครั้งครับ.

    22 ก.ย. 2551 , 00:30:52 น
    ข้อความโดย:
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    ก็ไม่ทราบเหมือนกันครับว่าทำไมอาการหนักขนาดนี้ เจ้าของเก่าคงเคยปล่อยให้น้ำแห้งรึไม่ก็น้ำมันเครื่องขาดเป็นระยะเวลานานล่ะครับ เพราะผมเพิ่งผ่อนมาได้สี่งวดเองก็ดูแลสม่ำเสมอ แต่สงสัยใช้งานหนักไปหน่อย วิ่งเดือนละแปดเก้าพันกิโลก็เลยสำแดงอาการเร็วอิอิ สี่เดือนก็ปาเข้าไปสามหมื่นกว่าโลแล้วครับ เพราะผมต้องวิ่งซ่อมเครื่องมือแพทย์ต่างจังหวัดเกือบทั้งเดือน ส่วนการซ่อมไม่ค่อยแตกต่างจากญี่ปุ่นมากหรอกครับคล้ายๆกัน จะแตกต่างกันบ้างก็เกี่ยวกับเครื่องมือที่ใช้น่ะครับพวกประแจต่างๆ หัวน๊อต หัวสกรู ไม่ค่อยจะเหมือนชาวบ้านเค้า เที่ยวนี้ก็หมดเฉพาะค่าเครื่องมือไปหลายพัน ต้องซื้อใหม่หลายอย่างเพราะไม่คิดว่าชีวิตนี้จะต้องซ่อมรถเองหนักขนาดนี้ อีกอย่างที่แตกต่างกันกับรถญี่ปุ่นอย่างมากมายคือระบบน้ำหล่อเย็นจะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ถ้าจำเป็นต้องเข้าอู่รถญี่ปุ่นต้องระวังให้ดี ประเภทกรอกน้ำเต็มหม้อพักแล้วติดเครื่อง แล้วบอกว่าเรียบร้อยครับพี่ ร้อยละแปดสิบเครื่องฮีทฝาโก่งกันทั้งนั้น ต้องพิถีพิถันในเรื่องการไล่ลมในระบบน้ำหล่อเย็นเป็นพิเศษ แล้วก็อีกอย่างผมเองก็ไม่ได้สุดยอดอะไรหรอกครับ ไม่มีตังค์น่ะตั้งสี่ห้าหมื่นจะไปหาที่ไหนถ้ามีตังค์กะเค้าหน่อยก็ส่งอู่ไปแล้ว ส่วนเรื่องราคาอะไหล่ไม่ได้แพงมากมายครับ ปะเก็นชุดบนทั้งชุด (ฝาครอบวาวล์ ฝาสูบ ตาน้ำ ยางหมวกวาวล์ ท่อร่วมไอดี ไอเสีย ซีลเพลาราวลิ้น) ขายเป็นแพ็คเก็จเลยแค่ 2500 ลูกสูบใหม่เอี่ยมพร้อมแหวนครบชุด 14500 ชาร์ฟอก ชาร์ฟก้าน ปะเก็นอ่างน้ำมันเครื่อง ซีลหน้าเครื่อง ท้ายเครื่อง ราคาหลักร้อย แต่ของผมพอดีเสาะหาไปไปมามาได้ลูกสูบมือสองมาสภาพสวยเนี๊ยบเกิน 90 เปอร์เซ็น สี่ลูกสี่พันห้าก็เลยประหยัดไปได้อีกหลายตังค์ เลยมีเงินเหลือซื้อพวกท่อยางเล็กๆน้อยๆกับแป๊บน้ำฮีทเตอร์ วาวล์น้ำ แล้วก็ยางหุ้มเพลาขับ มาเปลี่ยนไปซะพร้อมกันเลยไหนๆก็เหนื่อยและเน่า(เน่าจริงๆนะนอนคลุกน้ำปนน้ำมันเครื่องอยู่ใต้ท้องรถสามวันสามคืนเลย)ตอนนี้ก็วิ่งสบายแล้วแจ่มกว่าเดิมเยอะ ถ้าให้ผมคิดเป็นค่าแรงออกมาจะคิดสักหมื่นเพราะเหนื่อยและเน่าจริงๆ แต่รู้มั้ยอู่คิดค่าแรงแค่สองพันห้าเองในใบเสนอราคาแต่...พี่น้องครับค่าอะไหล่บวกเท่านึงทุกรายการ บางอย่างเค้าขายมาเป็นแพ็คๆ ก็แกะแพ็คมาขายเราเป็นชิ้นๆซะงั้นแถมบวกราคาต่อชิ้นเข้าไปอีก ครึ่งแสนครับพี่น้องสู้ไม่ไหวจริงๆ แต่ใครมาจ้างผมทำก็ไม่เอานะครับเหนื่อยแล้วก็สกปรก แถมโทรมมากๆโบกแท็กซี่กลับบ้านตอนตีสี่แท็กซี่ยังไม่กล้ารับเลยเลอะเทอะมอมแมมไปทั้งตัว(ยืมพื้นที่หน้าบ้านเพื่อนทำรถเพราะบ้านตัวเองไม่มีที่) อยากบอกว่าตั้งแต่เรียนทฤษฎีจบมาเมื่อสิบปีก่อนก็เพิ่งเคยลงมือทำครั้งแรกในชีวิตก็ครั้งนี้แหละครับ โชคยังดีที่ทำสำเร็จ 55555 แต่ถึงยังไงก็ไม่มีทางเลือกเพราะไม่มีปัญญาหาเงินห้าหมื่นมาซ่อมรถแน่ๆ อ้อค่าแรงขันต่างๆและวิธีถอดประกอบชิ้นส่วนต่างๆผมมีเซอร์วิสแมนนวลเป็นเพื่อนคู่ใจครับ แต่เป็นภาษาอังกฤษครับ เอาไว้ขึ้นเชียงใหม่แล้วจะแวะไปทักทายครับคุณเต้ย
    14 ก.ค. 2551 , 00:13:10 น
    ข้อความโดย:
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    โห..ทำเองเลย.. สุดยอด การเปลี่ยนลูกสูบแบบนี้ต้องใช้เทคนิคพิเศษกว่ารถญี่ปุ่นมั๊ยครับ หรือว่าเปลี่ยนเหมือนๆกัน แล้วพวกสเปคกวดน๊อตขันปอนด์พวกนี้เอามาจากไหนเหรอครับ แสดงว่าอะไหล่พวกนี้ราคาไม่โหดเท่าไหร่ แต่ทำไมเข้าศูนย์บริการทำไมถึงหัวแบะกัน.. เผอิญผมมือใหม่ VW เลยมีข้อสงสัยเยอะหน่อยครับ แล้วทำไมรถคุณรณชัยถึงอาการหนักอย่างนี้ เกิดจากอะไรเหรอครับ.. ว่าจะไม่ถามแล้วเชียว เกรงใจแต่ก็อยากรู้ ว่างๆเล่าให้ฟังด้วยนะครับ ถ้าได้มาเชียงใหม่กริ๊งกร๊างมาได้นะครับ ยินดีต้อนรับเลย
    13 ก.ค. 2551 , 19:53:25 น
    ข้อความโดย:
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    ยินดีด้วยครับที่แก้ปัญหาได้สำเร็จ ช่วงนี้หายไปหลายวันเพราะรถผมเองก็มีปัญหาเหมือนกัน มุดเข้ามุดออกใต้ท้องรถ อยู่สามวันสามคืนเพิ่งจะเสร็จครับ สงสัยเจ้าของคนเก่าทำไว้ซะดีเลย แหวนหัก ลูกสูบแตกไปหนึ่ง ร้าวไปหนึ่ง อีกสองลูกหัวลูกสูบไหม้ เลยต้องยกฝาสูบ เปิดแคร๊งน้ำมันเครื่อง เปลี่ยนลูก เปลี่ยนแหวน ทำฝาสูบ อู่เสนอราคามาร่วมๆห้าหมื่น ก็เลยต้องกัดฟันทำเองช่วงนี้ไม่ค่อยมีสตังค์ครับ หมดค่าอะไหล่ไปประมาณหมื่นห้า 55555 ตอนนี้วิ่งปร๋อเหมือนเดิมแล้ว
    13 ก.ค. 2551 , 02:36:21 น
    ข้อความโดย:
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    ยอดเยี่ยมเลยครับคุณรณชัย ผมได้ลองทำตามที่บอก ปรากฎว่าแก้ปัญหาได้อย่างน่าทึ่ง เพราะอู่ที่ผมไปติดแก๊ส ก็นับว่าเป็นอู่ใหญ่ในเชียงใหม่  ยังไม่รู้เรื่องนี้เลย ถ้าได้มาเชียงใหม่โทรหาผมได้เลยนะครับ 086-6548168 เดี๋ยวผมจะได้พาไปหมูกระทะสุคนธาเอง ผมอยู่ในเมืองครับ ขอบคุณครับทุกท่านในบอร์ดนี้ครับที่ช่วยให้ความรู้มือใหม่ในการใช้ VW ทุกทีเคยใช้แต่รถญี่ปุ่น แต่เห็น Varaint เลยอยากข้ามพันธุ์มาใช้บ้าง ทีแรกก็กลัวเรื่องการซ่อมบำรุงรักษา กลัวๆกล้าๆ แต่ทนความหล่อกับราคามือสองสุดเย้ายวนไม่ไหว สุดท้ายได้เอามาเลี้ยงดูซักที อย่างน้อยยามหมู่บ้าน บ้านเพื่อนที่ทุกทีต้องแลกบัตรเข้าหมู่บ้าน ไม่เก็บบัตรแลกบัตร เป็นครั้งแรก...หุหุ เพราะราศีของVW นี่แหละ
    10 ก.ค. 2551 , 09:12:03 น
    ข้อความโดย:
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    อยู่เชียงใหม่ ในเมืองรึเปล่าครับ ถ้าในเมืองวันหน้าไปทานหมูกะทะที่สุคนธากัน ผมก็ขึ้นไปทำงานเชียงใหม่ประมาณสองเดือนครั้งครับ
    9 ก.ค. 2551 , 11:55:52 น
    ข้อความโดย:
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    เรียนคุณเต้ยครับ อู่ติดแก๊สทั่วไปก็อาจจะไม่รู้รายละเอียดตรงจุดนี้เนื่องจากเป็นอาการซึ่งเกิดจากระบบการทำงานของรถเฉพาะรุ่นเฉพาะยี่ห้อ แม้แต่ VW ด้วยกันเองเครื่องของ Passat ก็ไม่พบปัญหาเหล่านี้เนื่องจากเป็นระบบหัวฉีด Multipoint ซึ่งมีระบบการประมวลผลค่าสัญญาณป้อนกลับจากเซ็นเซอร์ต่างๆแบบ Real Time ซึ่งสามารถสั่งปรับชดเชยการฉีดน้ำมันได้แบบทันทีทันใดจึงไม่มีปัญหาเหมือนกับเครื่องของรถตระกูล Golf/Vento ครับ สำหรับผมเองก็ได้ความรู้เกี่ยวกับรถ VW อย่างมากมายจากบอร์ดนี้ล่ะครับ ไม่ว่าจะเป็นคุณช่างเหอะ คุณหมุกเหล็กไฟ คุณเณร แล้วก็สมาชิกอีกมากมายที่โพสท์ถามตอบเกี่ยวกับปัญหาต่างๆของรถ VW อาศัยว่าผมเองก็เป็นช่าง(อิเล็กทรอนิกส์)ซึ่งสมัยเรียนก็ได้เรียนมาครบเกือบทุกช่างอย่างละนิดอย่างละหน่อยตามหลักสูตร ช่างยนต์ก็ได้เรียนมา 1 คอร์สก็เลยเข้าใจอะไรง่ายหน่อยนึง สามารถนำความรู้ที่ได้จากปรมาจารย์หลายๆท่านในบอร์ดมาบูรณาการแล้วก็ปรับใช้ในการซ่อมรถของตัวเอง บางสิ่งบางอย่างที่ยังไม่รู้ไม่เข้าใจก็อาศัยขอความรู้จากผู้รู้ในบอร์ดนี้แหละครับ
    สำหรับอ๊อกซิเจนเซ็นเซอร์ติดอยู่ที่ท่อไอเสีย บริเวณปลายท่อร่วมไอเสียอยู่ด้านหลังเครื่องยนต์ครับ การถอดปลั๊กของอ๊อกซิเจนเซ็นเซอร์ให้ถอดท่อ Intake ระหว่างหม้อกรองอากาศกับฝาครอบเรือนหัวฉีดออกก่อน แล้วมองลงไปข้างล่างบริเวณใต้หม้อลมเบรกเยื้องขวาเล็กน้อย จะเห็นปลั๊ก(Connector)อยู่ตัวนึงโดดๆขันยึดติดอยู่กับหัวน๊อตแท่นเครื่อง เป็นปลั๊กตัวใหญ่พอสมควรรูปทรงเป็นวงรีแบนๆ มีสายไฟสี่เส้น สามเส้นจะอยู่เรียงกันและมีอีก 1 เส้นจะแยกอยู่เดี่ยวๆ นั่นคือปลั๊กของสายสัญญาณอ๊อกซิเจนเซ็นเซอร์ครับ ลองเอาไฟฉายส่องดูจะเห็นว่ามีล๊อกอยู่ข้างๆทั้งสองด้านให้สอดมือลงไปบีบล๊อกให้สุดแล้วจับโยกๆขยับๆดูปลั๊กก็จะหลุดออกมาได้ครับ เมื่อถอดปลั๊กได้แล้วก็หาวัสดุหุ้มรึปิดหัวปลั๊กไว้เพื่อกันฝุ่นและน้ำ ขั้วไฟฟ้าภายในจะได้ไม่เกิดอ๊อกไซด์ อีกส่วนนึงซึ่งยังถูกยึดติดอยู่กับหัวน๊อตแท่นเครื่องด้านล่างก็ให้หาอะไรไปอุดไว้เพื่อกันฝุ่นกันน้ำเหมือนกันของผมใช้วิธีตัดรองเท้าฟองน้ำเป็นแผ่นบางๆแล้วใช้กรรไกรตัดแต่งให้มีขนาดใกล้เคียงกับปลั๊กแล้วยัดอุดเอาไว้ก็ใช้งานได้ดีครับ ยังไงก็ลองทำดูครับไม่ยากอย่างที่คิด เสร็จแล้วอย่าลืมถอดขั้วแบ็ตรีเซ็ตกล่องอีกครั้งนะครับรับรองว่าคราวนี้สตาร์ทน้ำมันได้ทุกครั้งแน่นอน ไม่มีอาการเบาสั่นดับครับ

    9 ก.ค. 2551 , 11:40:45 น
    ข้อความโดย:
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    ขอบคุณ คุณปุ้ยด้วยครับ ที่ให้คำแนะนำดีๆ แต่ว่ารถผมไม่ได้ใช้แลมด้า ไม่รู้ว่าจะแก้ปัญหาแบบเดียวกันได้รึป่าว เห็นด้วยกับการสตาร์ทตอนเช้าด้วยครับ สงสารรถจริงๆ
    8 ก.ค. 2551 , 12:42:53 น
    ข้อความโดย:
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    ขอบคุณครับ คุณรณชัยที่ยอมเสียเวลาตอบคำถาม ความรู้แบบนี้ถ้าทำไมร้านที่ติดแก๊สไม่รู้ เริ่มไม่มั่นใจในร้านติดแก๊สแล้ว ผมอยู่จังหวัดเชียงใหม่  ถามอีกนิดครับ อ๊อกซิเจนเซ็นเซอร์อยู่ตรงไหนครับ แล้วเราทำเองได้มั๊ย

    8 ก.ค. 2551 , 10:51:06 น
    ข้อความโดย: john
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    ขอบคุณครับ....
    8 ก.ค. 2551 , 06:48:40 น
    ข้อความโดย:
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    เพิ่มเติมอีกนิดครับ การใส่รีเลย์เพิ่มก็เพื่อใช้ตัดสัญญาณอ็อกซิเจนเซ็นเซอร์ในขณะใช้แก๊สทำให้กล่องไม่งง เมื่อสวิทช์กลับมาใช้น้ำมันรีเลย์ก็จะต่อสัญญาณอ็อกซิเจนเซ็นเซอร์ให้กล่องเหมือนเดิม โดยใช้สัญญาณไฟคอนโทรลจากโซลินอยวาล์วของระบบแก๊ส มีข้อดีคือถ้าจำเป็นต้องใช้น้ำมันระยะยาวก็จะทำให้รถกินน้ำมันปกติ แต่ถ้าถอดปลั๊กออกเลยแบบที่ผมแนะนำถ้าต้องใช้น้ำมันวิ่งระยะยาวอาจจะทำให้อัตราการบริโภคน้ำมันมากขึ้นเล็กน้อยครับ แล้วก็ถ้าใช้ VAG ตรวจสอบอาจจะเจอรายงานความผิดพลาดเกี่ยวกับอ๊อกซิเจนเซ็นเซอร์ ซึ่งก็ไม่ต้องไปสนใจมันครับ เพราะเราถอดสายออกยังไง VAG ก็ฟ้องแหงๆอยู่แล้ว
    8 ก.ค. 2551 , 01:32:08 น
    ข้อความโดย:
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    ถ้าใช้แก๊สเป็นหลัก ให้ถอดปลั๊กของอ๊อกซิเจนเซ็นเซอร์ออกเลยครับแล้วหาลูกยางอุดปลั๊กทั้งสองข้างไว้กันฝุ่น แล้วถอดขั้วแบ็ตรีเซ็ทสัก 5 นาที รับรองว่าจะไม่มีปัญหาเรื่องเดินเบาน้ำมันไม่ได้มากวนใจอีก นิ่งสนิทครับ เนื่องจากกล่องจะใช้ค่า Default ในการควบคุมการจ่ายน้ำมันแทนสัญญาณป้อนกลับจากอ๊อกซิเจนเซ็นเซอร์ครับ สาเหตุที่เครื่องเดินเบาน้ำมันไม่ได้เพราะขณะใช้แก๊สอัตราส่วนผสมของเชื้อเพลิงไม่นิ่ง หรือไม่พอดี(หนาไป-บางไป)ทำให้กล่องซึ่งรับสัญญาณ Lamda จากอ๊อกซิเจนเซ็นเซอร์พยายามปรับอัตราการจ่ายน้ำมันของหัวฉีดให้พอดี แต่เนื่องจากเราไปตัดการทำงานของหัวฉีดในขณะใช้แก๊สทำให้กล่องพยายามปรับยังไงก็ไม่พอดีซักที เพราะว่าระบบจ่ายแก๊สของเรา(มิกเซอร์)มันไม่ได้ปรับอัตราการจ่ายแก๊สตามความต้องการของกล่อง ผลที่ได้ก็คือเมื่อกลับไปใช้น้ำมันกล่องก็เลยสั่งฉีดน้ำมันได้ไม่พอดีอาจจะหนาไปรึบางไปก็อยู่ที่เราจูนแก๊สไว้บางหรือหนา ทำให้เครื่องยนต์เดินเบาไม่ได้นั่นเอง เพราะว่าระบบหัวฉีดของเครื่องรุ่นนี้กล่องไม่ได้มีการประมวลผลค่าการป้อนกลับจากเซ็นเซอร์ต่างๆแบบ Real Time ทำให้เมื่อเปลี่ยนจากแก๊สเป็นน้ำมันแล้วกล่องยังไม่สามารถปรับอัตราการฉีดน้ำมันของหัวฉีดได้อย่างทันทีทันใด การถอดขั้วแบตก็คือการทำให้กล่องกลับไปใช้ค่าการสั่งฉีดน้ำมันเหมือนเดิมที่ตั้งไว้จากโรงงาน(แบบกลางๆไม่มากไม่น้อย)นั่นเองครับ
    8 ก.ค. 2551 , 01:17:19 น