• ยินดีต้อนรับ, บุคคลทั่วไป



  • กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก.

    เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

    ตอบ

    Warning: this topic has not been posted in for at least 120 days.
    Unless you're sure you want to reply, please consider starting a new topic.
    ชื่อ:
    อีเมล์:
    หัวข้อ:
    ไอค่อนข้อความ:

    Verification:
    Type the letters shown in the picture
    Listen to the letters / Request another image

    Type the letters shown in the picture:
    ตัวย่อของเมืองหลวงของเรา ๓ ตัว:

    shortcuts: กด alt+s เพื่อตั้งกระทู้ หรือ alt+p แสดงตัวอย่าง


    สรุปหัวข้อ

    ข้อความโดย: mai
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    ตอนแรก ๆ ผมก็คิดแล้วคิดอีกอย่างนี้เหมือนกัน ในที่สุดตัดสินใจติด lpg บทสรุปส่วนตัวของผมเกินคุ้มค่าครับ ติดได้ร่วมปีแล้ว จากเคยเติมน้ำมัน ๓ วัน ๑๗๐๐ บาท เมื่อใช้แก๊ส ๕ วันเติม ๔๓๐-๕๐๐ บาท สำหรับผมแล้วพอใจมากครับ เรื่องอื่น ๆ เช่นระบบเครื่องยนต์เอาไว้ทีหลัง เพราะกะว่าถ้าพังเมื่อไหร่แล้วราคาซ่อมใกล้ ๑ แสนบาท ก็จะยกเครื่องใหม่มาใส่แทน คิดถูกหรือผิดไว้อีกทีหนึ่ง อันไหนที่เห็นว่าลดได้ก็เอาไว้ก่อน คิดถึงตอนนี้ก็คุ้มทุนแล้วครับ แต่ข้อเสียที่เห็นชัดเจนคือ แทนที่จะเหยียบซัก ๖๐ เหมือนเมื่อก่อน ตอนนี้ไปไหนถ้าถนนว่างก็ ๑๐๐แหละครับ
    29 เม.ย. 2551 , 13:52:55 น
    ข้อความโดย: เกษตรสมบูรณ์
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    ชัดเจนครับ  ขอบคุณครับพี่โชติ

    บทสรุป(เฉพาะบุคคล)
    ลดการใช้รถ ย้ายที่นอน ย้ายโรงเรียนลูก ได้เรื่องมลภาวะทางอ้อม
    หรือใช้ LPG กู้สถานการณ์เฉพาะหน้า หมดกังวลเรื่องข้างหน้าค่อยไปตัดสินใจอีกที

    พลังงานไม่ว่ายามถูกหรือแพง  ควรใช้แต่จำเป็นอย่างคุ้มค่า  ก่อผลกระทบต่อส่วนรวมให้น้อยที่สุด  ไม่ว่าน้ำมัน หรือก๊าซก็มีผลกระทบ  แต่การที่เปลี่ยนมาใช้ก๊าซโดยที่ราคาถูกกว่าน้ำมัน 3 เท่าแล้วทำให้การใช้รถมากขึ้น 2 เท่า  ก็ไม่ได้แก้ปัญหาตัวเองและสังคมแต่อย่างใด  

    29 เม.ย. 2551 , 10:25:30 น
    ข้อความโดย: โชติ
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    ถ้ามองเงินในกระเป๋าตัวเองเท่านั้น ฟันธงว่าชั่วโมงนี้ยัง LPG อยู่นะครับ

    ทำไมหรือ สำหรับ T4 มันคืนทุนเร็วมากครับ ผมเคยคำนวณ กรณีผมติดแบบ fix คืนทุนใน 3 เดือน ครับ

    ถ้าลงทุนหัวฉีดดีๆหน่อย ระบบหัวฉีดนั้นใช้ได้ทั้ง LPG และ CNG ครับ

    ติด LPG ตอนนี้ เดี๋ยวเดียวคืนทุนแล้ว ไม่ต้องไปรอให้ปั๊ม CNG มันจะมากขึ้นเมื่อไหร่

    ถ้า CNG มาครองตลาดเมื่อไหร่ ปั๊มเกลื่อนเมือง ก็ค่อยเปลี่ยนอุปกรณ์เพิ่มเป็น CNG ครับ

    ไม่ต้องมองกันยาวเป็นปีๆหรอกครับ ไม่คุ้มค่าเสียเวลาปวดหัวมัวเดาสถานะการณ์

    29 เม.ย. 2551 , 02:04:22 น
    ข้อความโดย: เกษตรสมบูรณ์
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    ฟังข้อมูลและเหตุผลของพี่วีระ  แนวโน้มน่าจะไปทาง NGV  ชึ่งบ้านเราเองมีเยอะ  ส่งขายใครไม่ได้  ก็คงต้องมาสนับสนุนให้ใช้กันเอง  

    ข้อมูลเพิ่มเติม (ทุกวันนี้คุยแต่เรื่องพลังงานทดแทน)  มีคนบอกว่าที่ผ่านมา NGV ขาดตลาด เพราะปตท.ยังตกลงเรื่องผลประโยชน์ไม่ลงตัว   แต่สัปดาห์ที่แล้วญาติผมซึ่งเป็นผู้ค้าน้ำมันของปตท.ทางภาคเหนือเข้ามาประชุมกับปตท.เรื่องการขยายปั้ม CNG ทั่วประเทศ  ถ้ามีปั้มอยู่ทั่วไป แล้วค่าใช้จ่ายในการติดตั้งถูกลง  ก็คงเห็นอนาคตชัดเจนขึ้น

    ส่วนเพื่อนที่เป็นดีลเลอร์ของโตโยต้าบอกว่า Prius Hybrid จะเปิดราคาที่ 9 แสนกว่าๆ  ในขณะที่สถานการณ์น้ำมันและแก๊สยังไม่ลงตัว คาดว่าน่าจะมีลูกค้าสั่งจองรถ Hybrid ไปใช้พลางๆก่อนจำนวนไม่น้อย  ชักไขว้เขวซะแล้วเรา


    28 เม.ย. 2551 , 23:26:29 น
    ข้อความโดย: วีระ (อีกที)
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    เรื่อง แก๊ส
    ผมเห็นตรงกับคุณโชติว่า การเปลี่ยนระบบเชื้อเพลิงเป็นแก๊สยังไม่ได้ตอบโจทย์ชาวโลกเรื่องมลภาวะอย่างสมบูรณ์  ผมไม่ได้รังเกียจระบบแก๊ส ถ้ามันติดตั้งออกมากับรถยนต์จากโรงงาน  ผมแค่ไม่กล้าเสี่ยงกับช่างไทยที่ยังมีหลายมาตรฐาน ( หรือช่างเมืองนอกก็เถอะ..)  เพราะผมไม่มีความรู้ทางช่างมากพอที่จะคอยเฝ้าดูและรู้เห็นสิ่งผิดปกติอย่างทันท่วงที ( แค่เชื้อเพลิงเป็นน้ำมันอย่างเดียว ก็ยังรู้จักมันไม่ครบทุกอาการเลยครับ )

    ผมไม่แน่ใจว่า  รถยนต์ 2 ระบบ (น้ำมันและแก๊ส) ในเมืองไทย  จะเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องไปอีกแค่ไหน  เพราะเมื่อมานั่งนึกย้อนอดีต  ก็จำความได้ว่า เมื่อหลายปีก่อน รถ NGV รุ่นแรกที่วิ่งอยู่บนถนนคือรถเมล์ของ ขสมก. / สอบถามพรรคพวก ได้ความว่า เป็น Project ทดลองของ ปตท. เพื่อตอบสนองนโยบายรัฐบาล(?) ยุคนั้น ให้หาทางเอา ก๊าซธรรมชาติ ที่เรามีเป็นของตนเองในอ่าวไทย มาใช้แทนน้ำมัน  จะได้ลดปริมาณการนำเข้าน้ำมันได้ระดับหนึ่ง  ซึ่งก็นับเป็นนโยบายที่เหมาะควร  //  แต่จะยืนยงแบบกลมเกลียวกันแค่ไหน  เพราะในภาครัฐ คงต้องเชียร์ CNG กันแบบเต็มที่ ก็สั่งให้ ปตท.เขาเดินหน้ามาทางนี้แล้วนี่  /  ขณะที่ภาคเอกชน ก็เชียร์ LPG ตามข้อมูลที่คุณเกษตรฯบอกมา   แล้วผมจะทำอย่างไรดีครับ...  //  สักพัก รัฐบาลก็คงทุบโต๊ะเปรี้ยง..สั่งลอยตัวค่าแก๊ส LPG โดยลากเอาเหตุผลที่เกี่ยวกับแก๊สหุงต้มมาเป็นน้ำหนักช่วย (แบบไหนก็ไม่รู้)  ผู้คนอาจจะเหไปหา CNG สักจำนวนหนึ่ง  รัฐฯได้หน้า  ปตท.ได้เงิน  ผมก็คงได้แต่ร้อง  มอ..มอ..

    28 เม.ย. 2551 , 21:28:57 น
    ข้อความโดย: วีระ
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    เมื่อจุดยืนต่างกัน  มุมมองย่อมไม่เหมือนกัน ( ฟังเหมือนปรัชญาการเมืองอย่างไรชอบกล )

    เรื่อง hybrid
    วันก่อน ฟังวิทยุรายการหนึ่ง เขาวิเคราะห์ว่า ประเทศที่ไม่มีน้ำมันเป็นของตนเอง ต้องซื้อน้ำมันคนอื่นมาใช้ เช่น ญี่ปุ่น เยอรมัน นั้น  การออกแบบรถยนต์จะหนีออกจากการเป็นเบี้ยล่างน้ำมันเท่าที่เป็นไปได้  โดยญี่ปุ่นจะหนักไปทางไฟฟ้า ( hybrid ) ส่วนเยอรมันกำลังฟาดฟันกับระบบไฮโดรเจน  ซึ่งทั้งสองวิธี-หรืออาจมากกว่านั้น ต่างมีภาพรวมคือ ตอบโจทย์ปัญหาโลกร้อน ที่ชาวโลกกำลังตระหนักว่ากำลังเผชิญกับของจริง  //  ส่วนประเทศที่มีบ่อน้ำมันเป็นของตนเอง เช่น อังกฤษ อเมริกา ยังคงมีทีท่าไม่ยินดียินร้ายกับแหล่งพลังงานอื่นแบบนี้  หรืออาจจะคอยขัดขาด้วยซ้ำ

    เมื่อรถต้นแบบ ( เอาเป็นว่า hybrid อย่างเดียวก็แล้วกัน ) ได้รับการพัฒนาจนออกวางขายในตลาดได้แล้ว  มันจะกลายสภาพเป็น mass product   ซึ่งตามทฤษฎีการตลาด คาดเดาได้ว่า ราคาจะถูกลงไปเรื่อยๆ – ดูตัวอย่างได้จาก โทรศัพท์เคลื่อนที่ 470 , คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค, โทรทัศน์พลาสม่า ฯลฯ  ราคายุคแรกของแต่ละชิ้นกับราคาเดี๋ยวนี้ ต่างกันมหาศาลใช่ไหมครับ

    สิ่งที่คุณเกษตรฯ เป็นห่วง  ว่านานไปรถ hybrid จะแพงขึ้น , คุณจิ๊บเป็นห่วงว่าราคาแบตฯ ยังคงแพงมากและอายุไม่ยาวด้วย , คุณโชติเป็นห่วงว่า เทคโนโลยีการกำจัดวัตถุมีพิษ(แบตฯ) จะทำได้อย่างปลอดภัยสูงสุดหรือเปล่า  เหล่านี้คงจะหาคำตอบได้จากการเป็น mass product และ ความใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม ที่ค่ายรถยนต์เกือบทุกค่ายมุ่งชูประเด็นนี้กันเสมอมา

    ผมว่าอีกสัก 3 ปี ผมคงหาซื้อรถ Alphard Hybrid มือสองได้ในราคา ไม่ถึงล้าน ครับ  ( เอามือสองก่อน อย่าเพิ่งไปจับป้ายแดง )  ขณะเดียวกัน ผมคงพยายามหาเพื่อนรวยๆที่มีนิสัยชอบลองของใหม่และชอบเปลี่ยนรถทุก 3-5 ปี  และเชียร์ให้เขาซื้อรถ hybrid เยอะๆๆๆ  ผมจะได้มีตัวเลือกเยอะๆๆๆ   ฮ่า  ฮ่า  ฮ่า

    28 เม.ย. 2551 , 21:27:03 น
    ข้อความโดย: nine
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    อืม. ผมว่าความสะดวกเรื่องปั้มแก๊สน่าจะเป็น lpg แต่ราคาแพงกว่าNGVนิดนึงในกรุงเทพเองต้องไปต่อคิวแย่งเติมกับแทกซี่บางวันผมเห็นกว่าได้เติม ครึ่งชั่วโมงในต่างจังหวัดLPGมีเกือบทุกที่สะดวกกว่าครับแต่อัตตราการสิ้นเปลืองเท่ากันครับ             ในอนาคตผมว่าNGVก็ไม่น่าจะถูกอย่างนี้นะครับอย่าลืมนะครับว่าเป็นของป.ต.ท.
    ขอให้สนุกกับการขับรถครับ

    27 เม.ย. 2551 , 22:19:36 น
    ข้อความโดย: เกษตรสมบูรณ์
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    ขอบคุณครับพี่วีระ พี่โชติ  พี่คนไม่ชอบแก๊ส พี่จิ๊บ และพี่ nine ตอนนี้ชักมีแนวโน้มจะติดแก๊สเพราะคงลดการใช้รถไม่ได้  ถ้าตัดสินใจไปนอนที่โรงงานก็ต้องย้ายโรงเรียนลูกด้วย (ปัจจุบันโรงเรียนอยู่ใกล้บ้าน  สงสารลูก)  

    เห็นเจ้า Prius แล้วตัวมันนิดเดียวเอง  คงไม่เหมาะกับครอบครัวที่มีพ่อ แม่ ลูกสองคน  คุณย่า และคุณป้าอีกคน  ส่วน Alphard ก็คงไม่มีปัญญา  เงินเติมน้ำมันยังแทบจะแย่

    เพื่อนที่อยู่กระทรวงฯบอกว่ารถโฟล์คตู้ของรัฐมนตรีเองก็ติดแก๊ส NGV  คงไม่ใช่เพราะมุ่งลดค่าใช้จ่ายอย่างเดียว  แต่คงเป็นการนำร่องให้ใช้ NGV ตามที่รณรงค์กันปาวๆ  แต่สมาชิกใน gasthai กลับโหวตให้ LPG ดีกว่าทุกด้าน  บทสรุปเพื่อไม่ให้เสียใจภายหลังอย่างที่คุณ nine แนะนำ  แล้วควรเลือกแก๊สตัวไหนให้กับเจ้า T4 V6 ดีครับ

    27 เม.ย. 2551 , 21:15:53 น
    ข้อความโดย: nine
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    ไม่มีปัญหาหรอกครับผมติดมาตั้งนานแล้วไม่มีปัญหาเลยหาช่างทำจบๆๆครับ ใหวแน่ๆแล้วจะมาเสียใจทีหลังว่าทำไมเพิ่งติด
    27 เม.ย. 2551 , 03:33:31 น
    ข้อความโดย: มอส
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    ของผมT4V6ติดNGVครับพอได้ไหมคับ
    26 เม.ย. 2551 , 22:10:28 น
    ข้อความโดย: โชติ
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    เรื่องติดแก๊ส อยากบอกว่าเทคโนโลยีมันพร้อมมานานแล้ว ปัจจุบันราคาก็ดี(ถูกลงมามาก) เหลืออย่างเดียวคืออู่ ฝีมือช่างที่ติด ซึ่งระบบหัวฉีดที่ดีๆ มันติดไม่ยากครับ แต่ต้องมีความรู้หน่อยจึงจะตรวจงานให้เรียบร้อยได้

    เรื่องเครื่องร้อนเครื่องพัง ถ้าติดถูกต้องแล้ว มีความเสี่ยงเกือบเป็นศูนย์ครับ คือไม่ร้อนด้วยนะครับ ไม่ต้องพูดถึงพังเลย

    แต่..ติดแก๊สมันไม่ได้ตอบโจทย์วิกฤตพลังงานของโลกครับ มันแค่มองเงินในกระเป๋าเราอย่างเดียว ปริมาณคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ที่ปล่อยออก ไม่ได้น้อยลง ปริมาณความร้อนที่เผาผลาญและคายออก ไม่ได้น้อยลง

    วิธีที่ถูกต้องที่สุด ที่พี่วีระค้นพบแล้ว คือ "ลดการใช้รถ" เท่านั้น คือคำตอบสุดท้าย

    ตอนนี้ปิดเทอม ผมไม่ต้องรับส่งลูกไปโรงเรียน แม้ว่าจะมีรถใช้แก๊สอยู่คันหนึ่ง ผมยังไม่อยากเอามาใช้เลยครับ ขึ้นรถเมล์เป็นส่วนมากจริงๆ

    ยังคิดว่าเดี๋ยวเปิดเทอมจะจัดการกะมันอย่างไร แต่คงหาทางใช้รถให้น้อยที่สุดครับ

    รถเมล์เดี๋ยวนี้ดีขึ้นมากจริงๆนะครับ สมัยก่อนตอนเป็นนักเรียน ขึ้นรถเมล์ต้องฟุตเวิร์คดี วิ่งตามมัน เวลาลงก็ต้องวิ่ง เพราะมันไม่เคยจอดสนิท ไม่รู้มันจะรีบไปหาห..อกอะไร แต่เดี๋ยวนี้มีประตูปิดเรียบร้อย การขับก็ดีขึ้นมาก พนักงานก็มารยาทดีขึ้นเยอะ นี่พูดกันโดยเฉลี่ยนะครับ

    ไฮบริดจ์ ดีตรงที่ประสิทธิภาพในการใช้พลังงาน คือใช้น้อย และคายพิษก็น้อย แต่เจ้าแบตเตอรี่มันนี่น่าเป็นห่วงครับ ไม่ใช่เฉพาะราคา แต่ภาระต่อสิ่งแวดล้อมในการกำจัดหรือรีไซเคิ้ลมัน น่าจะเป็นเรื่องใหญ่นะครับ

    ผมคิดไม่ค่อยเหมือนใคร และผมคิดว่าถ้าเราพอจะเดาว่าน้ำมันจะขึ้นไปถึง 50 บาท (เมื่อก่อนมีกี่คนที่จะคิดว่าน้ำมันจะมีราคาเกิน 30 บาทบ้าง) ถ้าผมเจือกเป็นผู้นำประเทศขึ้นมา ผมจะขึ้นราคาน้ำมันไปรอที่ 50 บาทโดยไม่ต้องรอโอเปคเฮงซวยนั่นเลยครับ ให้มันช๊อคกันไป แล้วก็ปรับตัวดิ้นรนให้หลุดจากการเป็นทาสน้ำมันไปเลย ทำได้ก่อนชาติอื่น มันคืออนาคตที่สดใสกว่าในภายหลังครับ หุ หุ

    26 เม.ย. 2551 , 19:36:29 น
    ข้อความโดย: จิ๊บ
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    เคยอ่านพบว่า ไฮบริด ของ โตโยต้า แบตเตอรี่ ใช้ได้ 3 ปี เสีย หมดประกันพอดี ราคาแบต หนึ่งในสาม ของราคารถ แล้วจะไหวเหรอครับ ผมว่าใช้น้ำมันอย่างเดียวถูกตังกว่านะครับ คุณวีระ
    26 เม.ย. 2551 , 10:03:05 น
    ข้อความโดย: คนไม่ชอบแก๊ส
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    ก่อนนี้ ผมก้อเหมือนกันแหล่ะครับ ศึกษาเรื่องแก๊สอยู่ปีนึง ไปดูงานติดตั้งรถชาวบ้านทีพรศักดิ์ แถวปทุมวัน  ดูงานต่อสายไฟหัวฉีด เขาปอกสายแล้วใช้มือบิดๆๆแล้วพันเทป ดูแล้วผมรับไม่ได้ เลยตัดสินใจซื้ออุปกรณ์มาติดตั้งเอง ติดแบบฟิกครับ ตอนนี้ใช้มาสองปีแล้ว ไม่เหนมันมีปัญหาใดๆเลย ผมใช้bmw520i24valve รีบติดแก๊สเถอะครับ ยังไงก้ออยู่ไม่ถึงร้อยปีแน่นอน ผมคิดของผมง่ายๆอย่างงี้แหล่ะครับ เอิ๊กกกกกก
    26 เม.ย. 2551 , 00:08:45 น
    ข้อความโดย: แม่เฉาก๊วย
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    แอบมาเก็บข้อมูล
    เพราะทุกวันนี้ เติม 500 ขับแปปเดียวหมดแล้ว

    แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่ได้ติดแก๊ส
    เสียดายรถ เฮ้ออออออ ><

    25 เม.ย. 2551 , 22:39:07 น
    ข้อความโดย: แม่เฉาก๊วย
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    แอบมาเก็บข้อมูล
    เพราะทุกวันนี้ เติม 500 ขับแปปเดียวหมดแล้ว

    แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่ได้ติดแก๊ส
    เสียดายรถ เฮ้ออออออ ><

    25 เม.ย. 2551 , 22:39:00 น