ข้อความโดย: วีระ
« เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
เมื่อจุดยืนต่างกัน มุมมองย่อมไม่เหมือนกัน ( ฟังเหมือนปรัชญาการเมืองอย่างไรชอบกล )
เรื่อง hybrid
วันก่อน ฟังวิทยุรายการหนึ่ง เขาวิเคราะห์ว่า ประเทศที่ไม่มีน้ำมันเป็นของตนเอง ต้องซื้อน้ำมันคนอื่นมาใช้ เช่น ญี่ปุ่น เยอรมัน นั้น การออกแบบรถยนต์จะหนีออกจากการเป็นเบี้ยล่างน้ำมันเท่าที่เป็นไปได้ โดยญี่ปุ่นจะหนักไปทางไฟฟ้า ( hybrid ) ส่วนเยอรมันกำลังฟาดฟันกับระบบไฮโดรเจน ซึ่งทั้งสองวิธี-หรืออาจมากกว่านั้น ต่างมีภาพรวมคือ ตอบโจทย์ปัญหาโลกร้อน ที่ชาวโลกกำลังตระหนักว่ากำลังเผชิญกับของจริง // ส่วนประเทศที่มีบ่อน้ำมันเป็นของตนเอง เช่น อังกฤษ อเมริกา ยังคงมีทีท่าไม่ยินดียินร้ายกับแหล่งพลังงานอื่นแบบนี้ หรืออาจจะคอยขัดขาด้วยซ้ำ
เมื่อรถต้นแบบ ( เอาเป็นว่า hybrid อย่างเดียวก็แล้วกัน ) ได้รับการพัฒนาจนออกวางขายในตลาดได้แล้ว มันจะกลายสภาพเป็น mass product ซึ่งตามทฤษฎีการตลาด คาดเดาได้ว่า ราคาจะถูกลงไปเรื่อยๆ ดูตัวอย่างได้จาก โทรศัพท์เคลื่อนที่ 470 , คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค, โทรทัศน์พลาสม่า ฯลฯ ราคายุคแรกของแต่ละชิ้นกับราคาเดี๋ยวนี้ ต่างกันมหาศาลใช่ไหมครับ
สิ่งที่คุณเกษตรฯ เป็นห่วง ว่านานไปรถ hybrid จะแพงขึ้น , คุณจิ๊บเป็นห่วงว่าราคาแบตฯ ยังคงแพงมากและอายุไม่ยาวด้วย , คุณโชติเป็นห่วงว่า เทคโนโลยีการกำจัดวัตถุมีพิษ(แบตฯ) จะทำได้อย่างปลอดภัยสูงสุดหรือเปล่า เหล่านี้คงจะหาคำตอบได้จากการเป็น mass product และ ความใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม ที่ค่ายรถยนต์เกือบทุกค่ายมุ่งชูประเด็นนี้กันเสมอมา
ผมว่าอีกสัก 3 ปี ผมคงหาซื้อรถ Alphard Hybrid มือสองได้ในราคา ไม่ถึงล้าน ครับ ( เอามือสองก่อน อย่าเพิ่งไปจับป้ายแดง ) ขณะเดียวกัน ผมคงพยายามหาเพื่อนรวยๆที่มีนิสัยชอบลองของใหม่และชอบเปลี่ยนรถทุก 3-5 ปี และเชียร์ให้เขาซื้อรถ hybrid เยอะๆๆๆ ผมจะได้มีตัวเลือกเยอะๆๆๆ ฮ่า ฮ่า ฮ่า
28 เม.ย. 2551 , 21:27:03 น