• ยินดีต้อนรับ, บุคคลทั่วไป



  • กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก.

    เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

    ตอบ

    Warning: this topic has not been posted in for at least 120 days.
    Unless you're sure you want to reply, please consider starting a new topic.
    ชื่อ:
    อีเมล์:
    หัวข้อ:
    ไอค่อนข้อความ:

    Verification:
    Type the letters shown in the picture
    Listen to the letters / Request another image

    Type the letters shown in the picture:
    ตัวย่อของเมืองหลวงของเรา ๓ ตัว:

    shortcuts: กด alt+s เพื่อตั้งกระทู้ หรือ alt+p แสดงตัวอย่าง


    สรุปหัวข้อ

    ข้อความโดย: Tue
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    รถผมใส่น้ำยาเขียวๆเยอะมากประมาณ 1:4 อะไรประมาณนั้น(ใส่ไป 4 ขวด)เข็มลงมาเห็นๆรถติดอยู่ที่กึ่งกลาง LED แต่พอมีพัดลมก็ลงมาที่ขอบล่างพอออกตัววิ่งก็ประมาณ 1/3 ตอนที่ใส่ขวดเดียวไม่เห็นผลเลยสรุปตอนนี้ทุกคันที่บ้านใส่ 4-5 ขวดต่อคันรู้สึกได้ถึงความดันลดลงน่าจะทำให้ความเสี่ยงเรื่องท่อยางแตกลดตามไปด้วยนะครับ
    10 เม.ย. 2551 , 12:25:39 น
    ข้อความโดย: ชัย
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    ถ้าคิดดู ..แล้วแทนใจคนออกแบบเครื่องยนต์  ในเยอรมัน คงต้องออกแบบให้เครื่องร้อนเร็วที่สุด (มันหนาว)  แต่มาอยู่บ้านเรา
    ผมคิดว่า ทำไงก็ได้ ให้ดึงความร้อนออกจากเครื่องยนต์ให้เร็วที่สุด (มันโคตร....ร้อน) ห้ามสะสม
    ผมเคยทดสอบแล้ว เข็มความร้อน ถ้าอยู่กึ่งกางหลอดไฟ ความร้อนจะประมาณ 98 C
    สงสัยใช่มั้ยว่าทดสอบยังไง  
    ถอดตัวเซ็นเชอร์ ออกมา ต่อสายไฟให้ยาวขึ้น เอาแก๊สปิคนิคตั้งข้างรถ . ต้มน้ำ (ยังกับหมอตำแย) เอาเซ็นเชอร์แช่ลงไป
    เอาปรอทอย่างดี (ที่เขาใช้ดัดแปลงเกจย์ความร้อนในรถรุ่นเก่าๆ) จุ่มลงไปคู่กัน เข็มอยู่ที่ไฟแดงเอียงทางขวานิดๆ น้ำก็เดือดพอดี
    โอเค ภายใต้ความกดดัน น้ำจะเดือดช้าลงเล็กน้อย แต่ ผมว่ามันก็ร้อนเกินไป และความร้อนขนาดนี้ มันมีแรงดัน เครื่องทนไหว
    แต่ส่วนประกอบอื่นมันทรมาน อาทิ สายยางต่างๆ  ที่สำคัญมัน "ทรมานใจยิ่งนัก" แล้ว T3 เนี่ย พังเพราะความร้อนเทบทั้งนั้น
    ใช่มั้ย และในคู่มือ  ....เข็มความร้อนในตำแหน่งนี้ คู่มือก็บอกว่า มัน TOO HOT

    8 เม.ย. 2551 , 12:29:06 น
    ข้อความโดย: กาลามัง
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    ไม่ทราบว่า T3 ที่เป็น CAP จะว่างเครื่องอยู่ส่วนไหนของกระบะอยู่ตำแหน่งเดียวกับ T3 ที่เป็นตู้หรือเปล่า เรียกว่ารุ่นอะไร

    เรียกว่า Double Cap หรือ Doka  เครื่องวางอยู่ที่ท้ายตำแหน่งเดียวกับรถตู้ครับ

    8 เม.ย. 2551 , 10:14:41 น
    ข้อความโดย: กาลามัง
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    หนาวได้แม้อากาศจะร้อนแสนร้อน
    เคยรถเสียอยู่กลางสี่แยก แถวคลองเตย (ตู้โตโยต้า) ตอนรถดับเย็นวาบไปทั้งตัว เหมือนจะเป็นลมอ่ะครับ รถติดสุดๆ คันหลังขับผ่านมองๆ แล้วเหมือนกับจะบอกว่าจะมาเสียอารายตอนนี้ฟะ รถมันยิ่งติดอยู่รู้ไม๊โว้ย

    คัน T3 ดับตอนกำลังขึ้นสะพานอย่างไม่ทราบสาเหตุ ดีที่กำลังจะขึ้นถึงจุดยอดสะพานยังพออาศัยแรงเฉยขึ้นไปได้แล้วปล่อยไหลลงมา หนาวเหมือนกันแต่เหงื่อออกเต็มมือเลยครับ

    8 เม.ย. 2551 , 10:11:44 น
    ข้อความโดย: P51D
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    ยัง งงๆ อยู่ครับช่วงเอารถมาตอนแรก (ที่ซื้อมือสองมา)ก็อยู่ไม่เกินไฟแดง ซ่อมไปซ่อมมา ขึ้นเลยขีดขาวล่างมาหน่อยเดียวเอง ล่าสุดที่ซ่อมมางานนี้ช่างบอกว่าเลยไฟแดงขึ้นมาหน่อยเดียว(ตอนนี้ก็เป็นแบบนั้น)งงงงงงงง....ครับ
    6 เม.ย. 2551 , 09:39:49 น
    ข้อความโดย: โชติ
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    ถ้าเข็มเลยขอบบน LED แล้ว พัดลมจังหวะสอง "ทอร์นาโด" จะต้องทำงานแล้วนะครับ ตรวจดูด้วยครับ
    6 เม.ย. 2551 , 09:16:35 น
    ข้อความโดย: VT3
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    จากข้อความของคุณ P51D    ".....สังเกตุเข็มสยอง(เข็มความร้อน)เลยไฟแดงมาประมาณขอบบนของหลอดไฟ....."

    เข็มความร้อนเท่าของผมเลยครับ...   ง่า คงต้องไล่ดูท่อยางบ่อยๆ แล้วเนี่ย  เข้าใจว่าความร้อนขนาดนี้ น่าจะแตะจุดเดือด 100 องศาไปแล้วนะครับ  มิน่า ห้ามใส่น้ำเปล่าในระบบหล่อเย็นเด็ดขาด

    5 เม.ย. 2551 , 22:37:37 น
    ข้อความโดย: vintage
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    ไม่ทราบว่า T3 ที่เป็น CAP จะว่างเครื่องอยู่ส่วนไหนของกระบะอยู่ตำแหน่งเดียวกับ T3 ที่เป็นตู้หรือเปล่า เรียกว่ารุ่นอะไร
    5 เม.ย. 2551 , 21:27:30 น
    ข้อความโดย: P51D
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    ขอโทษครับอาจารย์ วันนี้จัดการช่าง...เอ๊ย..
    ผมให้ช่างจัดการเปลี่ยนรีบร้อยแต่เป็นของเทียบ..ไม่เทียม..วันนี้ลองของวันแรก..เดี๋ยวจะรายงานเป็นช่วงครับ

    5 เม.ย. 2551 , 19:29:01 น
    ข้อความโดย: โชติ
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    เปลี่ยนหม้อน้ำ ปั๊มน้ำ ไปแล้ว ยังมีท่อยางบวมไม่เปลี่ยนอีกหรือครับ น่าตีมากๆเลยครับ
    5 เม.ย. 2551 , 09:15:48 น
    ข้อความโดย: ฟ้าใส.. Vento 94 ลพบุรี
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    สู้ ๆ ค่ะ....
    5 เม.ย. 2551 , 08:21:38 น
    ข้อความโดย: P51D
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    เมื่อวานตื่นแต่เช้าทำใจสบายๆ..อ้า..วันนี้จะได้ขับรถโฟล์คใหม่...แต่กันเหนียวขับรถอีกคันไปทิ้งไว้ที่อู่ด้วยดีกว่า ไปถึงคุยกับช่างอย่างอารมย์ดี จ่ายไปหนึ่งหมื่นก่อน ขอขับรถไปลองสักวัน สตาร์เครื่อง..แช๊ะติด..นิ่มมาก จากเรียบยด่วนรามอินทราอาจณรงค์ ขึ้นทางด่วนดูอาการ เสียงเครื่องนุ่มนวลอัตราเร่งพอให้รู้สึกได้ดีขึ้น เครื่องสั่นสั่นน้อยลง(เปลี่ยนยางแท่นเครื่องด้วย)แต่อาการออกตัวแล้วสั่นยังมีอยู่เล็กน้อย สังเกตุเข็มสยอง(เข็มความร้อน)เลยไฟแดงมาประมาณขอบบนของหลอดไฟ ลงทางด่วนที่พระรามเก้ามุ่งหน้าดินแดง รถติดฉึกฉักไปเลื่อย..ผ่านอนุสาวรีย์ไปเลี้ยวขวาที่แยกตึกชัยแล้วเลี้ยวซ้ายที่แยกโรงกรองน้ำ ติดแหงะ..นั่งดูรถไฟ...อืมแอร์เย็นแต่ไม่ฉ่ำมาก..โลกนี้มันก็สวยงามดีนะได้ขับรถที่เราชอบ ฟังเพลงเพราะๆในรถที่เรารัก (ช่วงรถติดกระโดดมานั่งที่เบาะกลาง)...ไฟเขียว...ออกตัวโอ้โฮ..กระโดดเลยเกียร์หนึ่ง..ตามเพื่นๆไป ปลายทาง กรมสรรพสามิต ข้ามทางรถไฟไป...........ปุฟู่ฟู่ฟู่..ที่ด้านหน้าซ้ายมือ......คนที่สี่แยกหันมามอง...โลกอันสวยงาม..รถที่..เรารัก..เพลงที่เราชอบ มันละลายไปกับสายน้ำอันเชี่ยวกราด ที่ราดรดลงไปบนพื้นถนน ความหนาวเย็นถูกฉีดจี๊ดขึ้นมาอยู่ที่สันหลังของผมอย่างรวดเร็ว อีกแล้ว..นับหนึ่งถึงร้อยสามสิบ...ตั้งสติ มองซ้าย หาที่จอดรถข้างทาง..ผมมีความรู้สึกว่ามันกลายเป็นสูตรของผมไปแล้วนะเนี่ย...โทรเรียกช่างมาพร้อมกับรถของผมที่จอดทิ้งไว้ที่อู่ ปรากฏว่าท่อยางมันเสื่อมครับเปื่อยเลยเดี๋ยววันี้ค่อยว่ากัน...เฮ้อออออ มา มาสู้กัน...
    [ 5 เม.ย. 2551 , 07:04:38 น