ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้คำชี้แนะ โดยเฉพาะที่ได้คุยกับพี่ช่างเหอะ ได้ความรู้และข้อคิดดีค่ะ
ไหนๆ ก็ตัดสินใจผิดมาตั้งแต่แรก..แล้วจะให้ผิดต่อไปเรื่อยๆ ก็เพราะ เราไม่มีพื้นฐานในการตรวจสอบการแนะนำของช่างน่ะค่ะ
ครั้นจะบอกชื่ออู่ ก็อยากจะบอกแต่ขอแจ้งทางโทรศัพท์ดีไหมคะ เพราะ กลัวว่า แค่เขาทำพลาดกับเราคนเดียว..แต่ถูกทุบหม้อข้าว..มันบาปน่ะค่ะ..เพราะถ้าโดนกันมาหลายเจ้าป่านนี้ก็น่าจะโดนประจานไปแล้วค่ะ..ว่าแล้วก็จะเล่า เป็นบทวิเคราะห์นะคะ คือ
ปี 2543 4ปี ผ่านไปวิ่งมาได้ 80000 กม.เปลี่ยนคอมแอร์ ที่ร้าน โต ปากซอยลาซาน แนะนำโดยผู้จัดการขายรถเซียท 9000.- ดีมากค่ะ ช่างใจเย็น แนะนำวิธีการถนอมอย่างดี ในขณะที่เพื่อนไปเปลี่ยนแถวห้วยขวาง จ่ายไป 30000.- เขาดีใจบอกว่าถูกว่าศูนย์ห้างตั้ง 50 % เราเลยเงียบๆ ไม่อยากให้เขาเสียใจ แต่มาบอกภายหลัง เพราะเขาอยากรู้ว่าเราทำที่ไหน...
ส่วนใหญ่จะให้ช่างแถวบ้าน เพื่อนของน้องชายช่วยดูอาการต่างๆ มาตลอด จนมาหนักมากปี 2546
ปี 2546 เดือนตุลาคม มีอาการรถติด เครื่องยนต์ร้อน ดับ เจ้าของนิตยสารเกี่ยวกับรถยนต์แนะนำให้ไปหาช่างเล็ก บุญมา ประชาชื่น เข้าอู่ 4 วัน อาการยังไม่ดีขึ้น ผ่านไปสองสัปดาห์ ช่างแนะนำให้เปลี่ยนจากหัวฉีดเป็นคาร์บูเรเตอร์ อ้างว่าจะช่วยประหยัดน้ำมันและติดง่าย ดับยากกว่า ก็จ่ายไป 13000.-
พอผ่านไปข้ามปีใหม่ เดือนมกราคม 2546 วิ่ง ๆ ไปก็ดับอยู่เรื่อย วันละ 5 เวลา (เหงื่อตกเลยค่ะ) น้องชายช่วยแก้ไขเปลี่ยนสายยางกรองเบนซิน ทนใช้มาได้ถึงเดือน มิถุนายน ก็ไปที่อู่ไดมอนด์ ช่างพรทวีตรวจอาการ เปลี่ยนคอยด์จุดระเบิด 4240.-(+ค่าลากรถ 535.- บริการของศูนย์ยนตรกิจค่ะ)
เดือน กรกฏาคม เปลี่ยนปั๊มติ๊ก 2000.- ซ่อมประตู 1200.-
เดือนสิงหาคม ยางแตกที่นครปฐม เปลี่ยนยางใหม่ 4 เส้น (นี่แหละใช้เป็นอย่างเดียวลืมดูแล..เกือบได้กินข้าวลิงข้งทาง..ที่สำคัญทุกครั้งที่มีปัญหาต้องเป็นวันอาทิตย์น่ะซิคะ..เลือกวันเสียซะด้วย
เดือน มกราคม 2547 เพื่อนแนะนำช่างสุชาติ(หมอรถ-เขาเรียกกันค่ะ) แถวแยกพงษ์เพชร วางเครื่องใหม่เอา Exior ลง จ่ายไปอีก 38000.-
เดือนมีนาคม กลับไปถามว่า ไหนบอกว่าประหยัดน้ำมันกว่าเครื่องเดิม ทำไมกินน้ำมันเหมือนเดิมที่ไม่ได้เปลี่ยนเลย 6.5 กม/ลิตร ช่างบอกว่า เครื่องมันเก่าแล้วครับ ก็เป็นอย่างนี้ล่ะ แล้วล้อด้านขวามีเสียงดัง เหมือนล้อใกล้จะหลุด ช่างก็แก้ไขให้ ปรากฎว่า เปลี่ยนไปดังที่ล้อซ้ายแทน..เสียงดังเพราะ เพลาของเซียท ไม่เหมือนกับโตโยต้าครับ ไม่ต้องกลัว วิ่งได้คร๊าบบบ
เดือนมิถุนายน 2546 เปลี่นเพลาหน้า ยางหุ้มแรค แบตเตอรี่ สายท่อลมเบรค อีก 6000.-
เดือนกรกฏาคม ซ่อมแอร์ 1500.-
เดือนพฤศจิกายน เปลี่ยนไดชาร์ท 2800.-
เดือนกุมภาพันธ์ 2548 เปลี่ยนยางหุ้มโช้ค+ลูกปืน 1900.-
เดือนมีนาคม ช่างพงษ์การไฟฟ้า เปลี่ยนสวิช์แอร์+เติมน้ำยา 2100.-อีก 7 วันมาเปลี่ยนสายท่อแอร์ เพระน้ำยารั่วออกหมดจ่ายเพิ่มอีก 650.-.....จุกจิกไปเรื่อยๆในเดือนเมษายน อีก 2400.-
เดือนสิงหาคม 2548 ซ่อมช่วงล่าง เบรค แรค 14220.-
เดือนกันยายน 2548 ซ่อมเพลา 2000.-(น้องชาย)
ซ่อมแอร์ 6500.- ร้านพงษ์การไฟฟ้า
เปลี่ยนเดือยกุญแจประตูที่ศูนย์ 1102.-
เดือนมกราคม 2549 เปลี่ยนฝาหม้อน้ำ 450.-..
เดือนกันยายน 2549 ซ่อมเพลา..xxxx.-
ซ่อมเกียร์ 9700.-
เดือนตุลาคม ซ่อมกล่อง CBU 1800.- เปลี่ยนยาง 4 เส้น 8000.-
เดือนธันวาคม ซ่อมไฟหน้า รีเรย์สตาร์ท 1500.-
ปี 2550 เดือนกุมภาพันธ์ ช่างพงษ์การไฟฟ้าเปลี่ยนแบตเตอรี่ ล้างมอเตอร์สตาร์ท+ใส่ถ่านใหม่ เปลี่ยนแป้นสวิทช์เกียร์ รีเรย์สตาร์ท+ค่าแรง 4500.- เติมน้ำยาแอร์ 400.-
เดือน กรกฏาคม 2550 รถนอนที่อู่ ว. เจริญยนต์/สวนสยาม อีก 20 วัน(15-3/8) ก่อนเข้าอู่เติมน้ำมัน 800.- ไปรับรถ ไมล์เพิ่มไป 100 กม. น้ำมันหมดถังเลย เขาบอกว่าต้องขับลองรถหลายรอบ รายการซ่อม
ชุดซ่อมแล๊คพวงมาลัย 2850.-
น้ำมันพาวเวอร์ 2 กป. 260.-
ยางกันฝุ่นแล๊ค 960.-
ยางหุ้มเพลา 290.-
จารบี 80.-
แว๊คน้ำยาแอร์ 600.-
เดินระบบไฟสวิชท์ ติ๊ก 800.-
สไลด์แกนรูโช๊คอัพ 1000.-
ติดตั้งแวคคูอัมแอร์ 1000.-
ตั้งศูนย์ล้อ 200.-
ค่าแรง 2000.-
หลงโจ๊ง..10000.-ถ้วนละกัน...
ตอนแรกให้ช่างเอารถมาส่งถึงบ้าน ก่อนจ่ายเงินก็ต้องลองขับ..โอ๊ย.ทำไมพวงมาลัยหนักเหมือนไม่มีพาวเวอร์เลยอ่ะ โหนตัวไหล่แทบทรุด..ช่างดันตอบมาได้ว่า มันก็หนักอย่างนี้ล่ะครับ รถยุโรปนี่...เถียงกันหลายเรื่อง ตั้งแต่ ใช้น้ำมันหมดถัง วิ่งไปไหน 100 กม. แล้วมาบอกว่าพวงมาลัยหนักปกติ..จะบ้าแล้วมั๊ง..รีบไปแก้ไขมาเลย..พอวันไปรับรถ ก็ตอบว่า สายส่งน้ำมันพาวเวอร์มันบิด น้ำมันเลยไม่มาหล่อเลี้ยง แก้ให้หายแล้วครับ...
ตอนแรกทำไมตอบชุ่ย ๆ
ช่างยังสรุปอีกว่า ยังต้องทำอีกสามรายการนะครับ
ตั้งศูนย์เครื่องยนต์ใหม่ ทำเพลาใหม่ เปลี่ยนคอมแอร์ใหม่(มือสอง) ประมาณ 15000.-
......ขอตัวไปหาเงินก่อนนะคะ แล้วค่อยว่ากันใหม่...
ใครจะกล้ากลับไปให้ยำอีกเนี่ย...
ขนาดที่เรียกว่าบันทึก การเติมน้ำมัน การซ่อมทุกครั้ง ที่เล่ามาก็แค่งานจ่ายหนัก ๆ จุกจิกตามสภาพอีกมาก ตอนนี้กินน้ำมันเหลือหลาย เติม 800.- วิ่งได้ 150 กม. วิ่งแบบตื้อๆด้วย พอเติม 600.- วิ่งได้ 70 กม.
พอได้ฟังความเห็นจามพี่ช่างเหอะ..แล้วถึงรู้ว่า จะต้องทนแก้ไปถึงไหน...ขายไปดีก่า
เพราะมันไม่มีทางประหยัดได้ แต่ประสาทจะกินก่อนแน่ๆ ...ตอนนี้แทบจะไม่ต้องใช้รถยนต์ ย้ายบ้านมาใกล้ไปรษณีย์ ก็เลยใช้จักรยานแทน ทำงานแค่รับออเดอร์+ส่งของ EMS เท่านั้น อยู่อย่างพอเพียงจริงๆ เลยค่ะ
ขอบคุณทุกท่านจากใจอีกครั้งค่ะ ว่าอย่างน้อยมีเพื่อนร่วมทุกข์จากชมรมจริงๆ ...
งานเยอะ+ปัญหาเยอะ รับเงินน้อย ช่างก็อยู่ไม่ได้...
เก็บเงินลูกค้าเยอะ..แพงไป ก็ไม่มาทำอีก...
เข้าใจช่างเลยค่ะ ว่าหากินลำบากจริง ๆ...
หมดกรรม วาระก็เปลี่ยนไป..ตอนนี้ทำใจอย่างเดียวเลยค่ะ
14 ส.ค. 2550 , 12:22:46 น