• ยินดีต้อนรับ, บุคคลทั่วไป



  • กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก.

    เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

    ตอบ

    Warning: this topic has not been posted in for at least 120 days.
    Unless you're sure you want to reply, please consider starting a new topic.
    ชื่อ:
    อีเมล์:
    หัวข้อ:
    ไอค่อนข้อความ:

    Verification:
    Type the letters shown in the picture
    Listen to the letters / Request another image

    Type the letters shown in the picture:
    ตัวย่อของเมืองหลวงของเรา ๓ ตัว:

    shortcuts: กด alt+s เพื่อตั้งกระทู้ หรือ alt+p แสดงตัวอย่าง


    สรุปหัวข้อ

    ข้อความโดย:
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    ขอบคุณคุณกิมย้งมากนะค่ะ
    4 พ.ค. 2550 , 16:19:04 น
    ข้อความโดย: กิมย้ง
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    อ้อลืมตอบคุณภาเรื่องการจูนครับ  จูนไม่นานสามารถรอได้เลยครับ ถ้าไม่มีอะไรผิดปกติ
    4 พ.ค. 2550 , 12:38:15 น
    ข้อความโดย: น่าอ่านครับ
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    ก๊อปมาจาก gasthai
    " แบคไฟร์ (Back Fire) เป็นอาการที่เกิดจากการสันดาปของเชื้อเพลิงภายนอกกระบอกสูบ เป็นเรื่องที่พบได้ทั้งเครื่องยนต์ที่ใช้แก๊สเป็นเชื้อเพลิง หรือแม้นกระทั่งเครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมันเอง ก็มีบางครั้งที่จะพบเจอะอาการนี้ อาการเบื้องต้นที่เจอะจะมีการระเบิดย้อนภายในท่อร่วมไอดี อาจทำให้ระบบควบคุมประจุไอดีชำรุดได้ จำพวกมาตรวัดอากาศ (Air Flow) หรือลิ้นปีกผีเสื้อ

    การเกิดแบคไฟร์ได้นั้นมีองค์ประกอบคือ เชื้อเพลิง และอ็อกซิเจนในอากาศ การเกิดแบคไฟร์ส่วนใหญ่จะเกิดในกรณีที่ส่วนผสมบางเกินไป จะเกิดในช่วงเวลาสั้นๆและจะเผาไหม้เชื้อเพลิงที่ตกค้างอยู่ภายในท่อร่วมไอดี ส่วนผสมของเชื้อเพลิงกับอากาศที่บางเกินไปจะมีค่าอ็อกซิเจนอยู่ในส่วนผสมมาก ส่วนผสมที่บางจะสันดาปตัวเองได้ง่ายเมื่อมีอุณหภูมิถึงจุดสันดาป โดยไม่ต้องพึ่งพาเปลวไฟจากเขี้ยวหัวเทียน การเกิดแบคไฟร์นั้นอาจเกิดได้ในเครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิง เกิดในกรณีเดียวกันแทบทุกอย่าง แต่การฉีดเชื้อเพลิงในเครื่องยนต์เบ็นซินนั้นการฉีดจะบางได้มีอยู่ไม่กี่กรณี คือ ปั๊มเชื้อเพลิงแรงดันตก หัวฉีดเชื้อเพลิงทำงานผิดปกติ หรือ มาตรวัดอากาศประมวลผลผิด (เร่งเครื่องแต่จับสัญญาณการไหลของอากาศได้ต่ำกว่าความจริง) ถ้าในกรณีเครื่องยนต์ที่ใช้คาร์บูเรเตอร์จะเกิดจากการใช้ขนาดนมหนูน้ำมันที่ไม่เหมาะสม จากอาการข้างต้น การที่เราจะเอาระบบแก๊ส ไม่ว่าจะเป็น LPG หรือ NGV มาใช้ในรถยนต์นั้นองค์ประกอบที่เหมาะสมถึงจะแก้ไขปัญหาได้ ในระบบดูด ( Mixer ) ระบบพื้นฐานคล้ายคาร์บูเรเตอร์ ปากผสมจึงเป็นจุดหลักของอาการแบคไฟร์ และ มีหม้อต้ม เป็นตัวเสริมที่บ่งบอกว่าขนาดปากผสมนั้นเหมาะสมกันหรือไม่

    ทำไมเครื่องยนต์สมัยใหม่เมื่อนำไปใส่ระบบดูดที่สามารถใช้กับเครื่องยนต์ที่มีความจุเท่ากัน แต่ยังเกิดอาการแบคไฟร์อยู่ การเกิดอาการแบคไฟร์ในระบบดูดที่ใช้กับเครื่องยนต์สมัยใหม่นั้น ส่วนใหญ่มักมีปัญหาจากระบบแปรผันวาวล์ไอดี ซึ่งเมื่อระบบนี้ทำงานจะทำให้ค่าการไหลของอากาศมากขึ้นโดยเฉียบพลัน ปกติการทำงานของระบบแปรผันวาวล์ถูกออกแบบมาให้เครื่องยนต์มีอัตราเร่งที่ดี แต่การเกิดแบคไฟร์ในเครื่องยนต์ทั่วๆไปนั้นก็มีความเสี่ยงในขณะที่ส่งคันเร่งเร็วๆในกรณีเร่งแซง แต่เมื่อถูกผนวกไปกับการปรับค่าการเปิดวาวล์ที่นานขึ้นทำให้ปริมาณอากาศที่ไหลผ่านมากขึ้นตามไปด้วยโดยที่หม้อต้มไม่สามารถที่จะชดเชยได้ทันก็จะเกิดอาการแบคไฟร์ได้โดยง่าย เรียกได้ว่าถ้าระบบเครื่องยนต์ที่มีการประจุไอดีที่ซับซ้อน ระบบดูดจึงไม่ใช้ทางเลือกที่ดีนัก

    แต่อย่างไรก็ตามการเกิดแบค์ไฟร์นั้นอาจมีข้อปลีกย่อยจากตัวเครื่องยนต์เองอีกส่วนนึง อาการจากสายหัวเทียนรั่ว หรือ คอย์จุดระเบิดรั่ว(ในรถที่ใช้คอย์แยก) หรือแม้นแต่กระทั่งเขี้ยวหัวเทียนที่ห่าง ก็สามารถที่จะทำให้เกิดอาการแบคไฟร์ได้ "

    4 พ.ค. 2550 , 11:01:22 น
    ข้อความโดย: กิมย้ง
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    อันนี้ผมรบกวนคุณภา Post ถามคุณเณรได้เลยครับเพราะพี่เค้าจะให้ความรู้กับคุณภาได้ดีกว่าผมมากครับ
    4 พ.ค. 2550 , 10:08:21 น
    ข้อความโดย:
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    ถามคุณกิมยังค่ะ  ว่าการจูนนะต้องใช้เวลาเท่าไหร่ค่ะ  ต้องทิ้งรถไว้ทั้งวันหรือป่าวค่ะแล้วอันตรายกว่าหัวฉีดมั๊ยค่ะถ้าเป็นระบบแบบ FIX  MIXER
    4 พ.ค. 2550 , 09:37:34 น
    ข้อความโดย: กิมย้ง
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    ผมcนะนำติดแบบระบบ MIXER ดีกว่าครับ ถูกกว่าระบบหัวฉีดตั้งเท่าตัว MIXER ราคา 16,000 - 17,000 บ. แต่หัวฉีดราคา 34,000 บ. ต่างกันก็เฉพาะจูนบ่อยกว่าชนิดหัวฉีด  แต่โอกาสจูนก็อย่างตำถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดก็น่าจะประมาณ 6 เดือนถึงจะจูนทีนึงแต่ส่วนมากมักไม่ค่อยจะเป็นอะไร ก็ลอง + - * / เองก้แล้วกันแต่ถ้าเป้นผมติดแบบ FIX MIXER ชัวร์ เย้ ลองศึกษาจากผู้รู้หลายๆคนก็ได้นะครับเพราะว่าบางที่ของแพงมันก็อาจจะไม่ดีเสมอไปนะครับ

    3 พ.ค. 2550 , 18:19:50 น
    ข้อความโดย: แหวน
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    ขอบคุณมากนะคะ
    ที่ช่วยแนะนํา

    3 พ.ค. 2550 , 13:39:11 น
    ข้อความโดย:
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    ตอบคุณ โอ๋ vento ก็ไปให้รที่อู่เดิมที่คุณไปติดมาทำให้ก็ได้ครับแค่เปลี่ยนตัวมิกเซอร์เองส่วนราคานั้นผมไม่แน่ใจ แต่ถ้ากระเป๋าหนักจะใช้แบบหัวฉีดแบบที่คุณปานบอกก็ได้ครับเพราะจะดีกว่าแต่ก็แพงครับลองหาอู่ที่ทำเก่งและดีจิงๆ
    3 พ.ค. 2550 , 10:57:15 น
    ข้อความโดย:
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    ถ้าb4(ปี95-97)ก็ระบบmix+lamdaก็น่าจะพอครับ แต่ถ้าb5(ปี98-2***)แนะนำระบบหัวฉีดครับ เมื่อวานเอารถไปล่างหม้อต้มเห็นมีb5เข้าติดระบบหัวฉีด ลองเค้าไปดูเค้าติดก่อนก็ได้ครับ เป็นอู่เล็กๆเจ้าของทำเองเกือบหมดทุกขั้นตอน เบอร์ติดต่อช่าง0863915340 เค้าไปดูงาน คุยราคาก่อนตัดสินใจครับ
    3 พ.ค. 2550 , 10:33:38 น
    ข้อความโดย: โอ๋ Vento
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    ...มิกเซอร์แปรผันมีลักษธนะอย่างไรครับ  ผมใช้ฟิกซ์มิกเซอร์อยู่  จะเปลี่ยนเป็นแบบแปรผันได้หรือเปล่า  ราครเท่าไหร่ครับ...
    3 พ.ค. 2550 , 08:44:08 น
    ข้อความโดย:
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    เชียให้ติดครับน้ำมันตอนนี้ 30บาทกว่าแก็ส9บาทกว่าราคาต่างกันเยอะครับถึงแม้ว่าแก็สจะกินมากกว่าน้ำมัน10-20%ก็ตาม เลือกเอาครับว่าจะใช้แบบไหน แบบ Fix หรือแบบ มิกเซอร์แปรผันถ้ากลัวว่าจะเกิดอาการแบกไฟส์ทีหลังก็ใช้มิกเซอร์แบบแปรผันครับไม่มีการแบกไฟส์แน่นอน หาอู่ที่ดูไว้ใจได้และช่างมีฝีมือหน่อยครับจะได้สบายใจ
    2 พ.ค. 2550 , 23:35:30 น
    ข้อความโดย: หนุ่ม
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    บอกได้คำเดียวระบบหัวฉีด ปัญหาน้อย ยิ่งไม่รู้เรื่องรถมากยิ่งสบายใจ จมูกไวๆหน่อยใช้ได้ แพงนิดแต่ระยะยาวดีกว่า
    2 พ.ค. 2550 , 23:34:54 น
    ข้อความโดย: แหวน
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

     Passat จะติด LPG
    แนะนําด้วยคะ ขอบคุณมากคะ

    [ 2 พ.ค. 2550 , 22:15:16 น