ข้อความโดย: โชติ
« เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
แผงคอยล์ร้อนที่หน้ารถยังมีอยู่ แต่คำถามคือ มันยังใช้งานอยู่หรือเปล่า คือมีน้ำยาแอร์เข้าไปหรือเปล่า ตรวจดูโดยเอามือแตะท่อทางเข้า(ส่วนที่เป็นโลหะ)จะร้อนกว่าตอนไม่เปิดแอร์
พัดลมที่ว่าทำงานจังหวะสองเลย เสียงจะดังมาก ธรรมดาเปิดแอร์จะทำจังหวะหนึ่งพอเครื่องร้อนมากจึงทำจังหวะสอง แต่จงใจต่อให้ทำจังหวะสองเลยก็ได้ คำถามคือเปิดแอร์แล้วพัดลมทำงานเลยใช่ไหม
ยังเหลือฮีทเตอร์ ถ้ายังปล่อยให้น้ำร้อนเข้าตู้หน้า ต้องตรวจดูว่าลิ้นแบ่งลมไม่เอาลมร้อนจากฮีทเตอร์ออกมา ผมก็ไม่เคยรื้อดูตรงนี้เลยแนะนำไม่ได้ แต่ทางที่ดีก็อย่าให้น้ำร้อนเข้าตู้เลยดีกว่า
มีฮีทเตอร์หลังอีกตัวที่อยู่ใต้พื้นช่วงกลางรถ มีมอเตอร์โบล์วเออร์ต่างหาก ตัวนี้ก็ไม่ควรทำงาน
อาการเหมือนน้ำยาแอร์ขาด แต่น้ำยาไม่ขาด อาจเป็นได้อีกสาเหตุคือมีความชื้นในระบบ คือมีน้ำปนในน้ำยาแอร์นั่นเอง เกิดจากเวลาเปิดระบบซ่อมแอร์แล้วไม่แวคคั่มให้ระบบเป็นสูญญากาศนานพอก่อนจะเติมน้ำยา หรือแวคแล้วแต่ยังไม่เป็นสูญญากาศจริงซึ่งอาจมีสาเหตุมาจากระบบรั่ว จึงแวคไม่ลง การแวคต้องแวคจนมีค่าสูญญากาศ 28 นิ้วปรอทเป็นอย่างต่ำจึงจะสามารถดึงน้ำออกจากระบบได้หมด
น้ำที่ค้างอยู่ในระบบจะกลายเป็นน้ำแข็งบริเวณ expansion valve (ภายในท่อแอร์) ทำให้แอร์ไม่เย็นที่รอบสูง เมื่อรอบต่ำลงน้ำแข็งนี้ละลายก็จะกลับมาเย็นใหม่
ช่างแอร์ที่ชำนาญควรวิเคราะห์อาการนี้ได้จากการอ่านเกจ์วัดความดันในระบบแอร์
หรือถ้าไล่อย่างอื่นหมดแล้วยังไม่เป็นผล ก็ลองแวคคั่มเพื่อเติมน้ำยาใหม่ ตอนแวคก็จะรู้ด้วยว่าระบบรั่วหรือเปล่า
เกียร์มีกระตุกบ้างนิดหน่อยยังถือว่าธรรมดาครับ เกียร์ไม่เคยทำเลยก็อาจกระตุกบ้างนิดหน่อย การทำเกียร์ในราคานี้เป็นไปไม่ได้ว่าจะเปลี่ยนอะไหล่ให้ใหม่ทั้งหมด อะไหล่บางตัวเบิกห้างก็ไม่มีต้องควานหาของเก่าเอา อยู่ที่วิทยายุทธ์ในการหาวัตถุหายากของช่างและเครือข่ายที่มี และก็อยู่ที่ความขยันในการหาของช่างด้วย และก็อยู่ที่จังหวะด้วย (บางทีขยันแต่จังหวะนั้นหาของไม่ได้)
กลับมาที่คำตอบฟันธง คือทำเกียร์แล้วก็ไม่ควรกระตุกครับ แต่กระตุกบางอาการก็อาจจะรับได้ครับ ถ้าไม่แน่ใจเอากลับไปให้ช่างดูครับ(ถ้ายังคิดว่าไว้ใจได้)
24 ส.ค. 2006 , 01:22:59 น