• ยินดีต้อนรับ, บุคคลทั่วไป



  • กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก.

    เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

    ตอบ

    Warning: this topic has not been posted in for at least 120 days.
    Unless you're sure you want to reply, please consider starting a new topic.
    ชื่อ:
    อีเมล์:
    หัวข้อ:
    ไอค่อนข้อความ:

    Verification:
    Type the letters shown in the picture
    Listen to the letters / Request another image

    Type the letters shown in the picture:
    ตัวย่อรถที่เราใช้สองตัวเป็นภาษาฝรั่ง:

    shortcuts: กด alt+s เพื่อตั้งกระทู้ หรือ alt+p แสดงตัวอย่าง


    สรุปหัวข้อ

    ข้อความโดย: Parman
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    เพื่อนๆครับจากประสบการณ์ของผม ขอแนะนำว่าหากเกิดเหตุอยางนี้ควรหารถลากตั้งแต่แรก หรือเต็มที่2ครั้งไม่ควรฝืนครับ เดี๋ยวจะเหยียบแสนอย่างผม โฮๆๆๆ    ด้วยความปรารถนาดีครับ
    17 ต.ค. 2005 , 12:54:53 น
    ข้อความโดย: บอมหลุยส์
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    รายงานครึ่งเวลาหลังคับ
    - เปลี่ยนประเก็น จากไฟเบอร์เป็นเหล็ก
    - เปลี่ยนอะไรไม่รู้จำไม่ได้ เป็นแหวนพลาสติกกลมๆอันประมาณ2-3นิ้ว 2 อัน
    - อุดตายฮีตเตอร์
    - รวมค่าของ น้ำมันเครื่อง เล็กๆน้อยๆ+ค่าแรง ช่างบอก ไม่เกิน 3พัน5 มีทอนคับ โล่งไป

    ก็ทำคร่าวๆประมาณนี้คับ นึกว่าเรื่องใหญ่ซะแล้ว ช่างถอดชาร์ปที่สันนิฐานว่าน่าจะละลาย เพราะหลังจากดูเศษในน้ำมันเครื่องไม่เจอ ปรากฎช่างบอก ใหม่กิ้งไม่เป็นไรเลย เครื่องโฟลค์นี่อึดจิงๆนะผมว่า

    พี่ช่างเหอะคับ ช่างผมก็บอกเหมือนพี่ที่ว่าเปลี่ยนฝาไปเลยก็ดี แต่เค้าบอกว่ามันเป็นอลูมิเนียม ค่อนข้างแพง ผมไม่รู้ว่ามันกี่ตังค์ช่างก็ไม่รู้เหมือนกัน ราคามันประมาณเท่าไหร่ ทราบมั๊ยคับ แล้วจะหาได้จากไหนอ่ะคับ

    ก็ฝากเพื่อนๆที่ยังไม่ได้จัดการกับเจ้าฮีตเตอร์ว่า ถ้าไม่ได้ใช้มัน ก็ตัดตอนมันซะคับ หรืออยากเก็บไว้เปิดเวลาขึ้นจากเล่นน้ำทะเล ก็ดูแลมันให้ไม่งอแง ไม่งั้นวันนึงหวยออกอย่างผมแน่ ดีนะคับที่รถไม่เยอะเพราะมันดึก ถ้ารถเยอะๆแย่ะแน่ๆ เพราะมองอะไรไม่เห็นเลย ไอน้ำทั้งคัน ก็ผากไว้คับ ขอบคุณทุกคนคับ

    9 ต.ค. 2005 , 03:23:47 น
    ข้อความโดย: hhh
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    ผมว่าคงไม่ได้ตรวจ สายฮีตเตอร์มานานมากสายเก่า พอขับรถเร็วมากแรงดันในระบบมีสูง ท่อก็เลยแตก ใครไม่เคยตรวจผมว่าให้โอกาสนี้ตรวจเช็คกันเลยก็ดีครับ
    8 ต.ค. 2005 , 22:57:40 น
    ข้อความโดย: moo
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    ขอให้โชคดีเสียแค่สองพันบาทละกันนะครับ
    8 ต.ค. 2005 , 19:13:51 น
    ข้อความโดย: pop
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    ส่วนใหญ่ถ้าVW อายุเยอะๆเข้าจะทำท่อต่อby pass ระบบแอร์ไม่ให้น้ำ มันวนเข้าไปในฮีทเตอร์ครับ
    8 ต.ค. 2005 , 12:50:21 น
    ข้อความโดย: ช่างเหอะ
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    ถ้าฝาโก่ง อย่าไสฝาสูบ ปัญหาตามมาจะทำให้ปวดกบาลไปนาน หาซื้อฝาสูบเก่ามาใส่ลงไปเลยดีกว่า ไม่ต้องบดวาล์วด้วย เฉพาะน่าจะไม่แพงมาก บางทีคนขายอยากให้ยกทั้งตัวเครื่องด้วยซ้ำ
    ที่จริงตัวต้นเหตุไม่ใช่ขับเร็ว ยิ่งขับเร็วหม้อน้ำยิ่งเย็น แต่ฮีทเตอร์นั่นแหละเป็นต้นเหตุที่แท้จริง มันเป็น "กับดัก" ของรถรุ่นนี้

    8 ต.ค. 2005 , 11:04:50 น
    ข้อความโดย: บอมหลุยส์ -
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    จะเล่าให้ฟังคับ ชื่อเรื่อง "บอมหลุยส์แอนเดอะช็อตโกแลตร้อน แฟคคูตี้"คืนก่อน ตี 2 ผมขับgolfคันเก่งจากวิภาจะกลับบ้านแถวอ่อนนุช ด้วยความที่ว่า ถนนโล่งมาก เลยอัดซะ 160 ยอมรับขับมาหลายคัน แต่ golf ขับสนุกสุด แต่พอเข้าถนนดินแดง(ตั้งชื่อเองภายหลังว่าถนนไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เหอๆ)เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น !!! โปรดติดตามต่ออาทิตย์หน้า (ไม่ดีๆนานไปร่ายเลยดีกว่า)

    ตอนนั้นความเร็วเหลือประมาณ 120 เจ้าแอร์ก็กลายเป็นควันไอน้ำเลยครับ พุ่งเต็มห้องโดยสารเลย นรกก็เกิดคับ ผมรีบปิดแอร์ เปิดหน้าต่าง ชิดซ้าย เพราะมองอะไรไม่เห็นเลยคับ ไอน้ำเกาะกระจกทุกบาน ชิดซ้ายได้เปิดฝากระโปรง ก้มดู งงคับงง น้ำมันไปไหลตรงกลางรถ ก็งงว่ามันไปได้ไง

    ก็รอจนเครื่องเย็นผมก็เติมน้ำ แล้วก็วิ่งต่อไปได้ครับ เหตุการณืเหมือนจะปกติแต่ไม่คับ น้ำร้อนมากๆไหลมาพรมเท้าผมทั้งสองข้าง เกือบสุกครับ ขับไม่ได้ต้องชิดซ้ายอีกครั้ง รอเย็น เติมน้ำ โฮ่

    จากตี 2 มาถึง ตี 5 แล้วคับ เติมน้ำไป 3 รอบ แพ้น็อกที่ทางลงพระราม9ตัดใหม่ ไม่ไหวคับ รถสตาทร์ติดแต่น้ำร้อนไหลต่อเนื่อง เท้าสุกกินได้เลย จ้างรถลากไปอู่ที่ซ.บ้านดีก่า ถึงบ้าน 7 โมงพอดี

    ตื่นเช้ามา เติมน้ำจะขับไปอู่ที่หน้าปากซ. ทำใจไว้แล้วว่างานนี้มีโก่งแน่ๆ เพราะโก่งไปแล้วรอบนึง ได้แต่ภาวนาว่าขอแค่สูบมันโก่งแล้วไสใหม่อย่างเดียว ชักเหล็กวัดน้ำมันเครื่อง กลายเป็นช็อกโกแลตไปแล้วครับ สีสันน่ากินอย่างแรง เฮ้อ ตัดภาพไปอู่เลยครับ

    ถึงอู่ช่างประจำถามอาการ ดูนู่นดูนี่ ได้ความว่า
    -ขับเร็วเกินแถมไม่ได้เช็คน้ำมา 4 วัน รถเลยร้อนจัด ฮีตเตอร์ทนความร้อนไม่ไหวก็เลยลาก่อนคับ แตกเลย น้ำมันก็เลยร้อนเข้าไปห้องโดยสารลวกเท้าผม
    -พอน้ำมันรั่วออกเรื่อยๆตรงฮีตเตอร์ เครื่องยนต์ก็ไม่มีน้ำมาหล่อเลี้ยงเลย พัดลมก็ไม่ทำงาน เพราะน้ำไม่ผ่านเซ็นเซอร์ รถก็ไปต่อไม่ได้ครับ น้ำหมดรถ

    -แล้วอาการช็อกโกแลตก็คือ น้ำอยากเห็นหน้าน้ำมันเครื่องมากเลยไหลผ่านซีลวาวล์หรืออะไรซักอย่างจำไม่ค่อยได้ ผสมรวมตัวกันกลายเป็นน้ำช็อกโกแลต

    -เช็คอาการทั้งหมดคร่าวๆ ทุกอย่างภายนอกปกติดีทุกอย่าง อุดท่อฮีตเอตร์ทิ้งซะ ช่างบอกว่างานนี้ มีฝาสูบ ชาร์ป ซีลวาวล์ แล้วอะไรเล็กๆอีก 2-3 อย่าง กลับบ้านเก่าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และคาดว่าเปิดออกมาคงไม่เห็นฝาสูบแตก เพราะเรื่องใหญ่ แพง

    -ช่างเช็คคร่าวๆเพราะยังไม่ได้เปิดฝาเครื่องมาดู คงเปิดวันนี้ก็คงรู้อาการแน่ชัด ประเมินราคาไว้แบบหนักสุดๆก็ 2 หมื่น เบาสุดๆก็ 2 พัน โอ้ว  2 เหมือนกันแต่หน่วยต่างกันจังเลย ช่างถามว่า อมฮอล์มั๊ยล่ะ ผมก็ถามว่าเม็ดเท่าไหร่ถ้าจะอม อิอิ เค้าก็บอกคร่าวๆมาว่าไม่เกิน 2หมื่น5 น่าจะได้ ผมก็เลยบอกว่าอย่าให้ต้องถึงกับอมฮอล์เลย เดี๋ยวฟันผุ รู้ว่าอมฮอล์แล้วชื่นใจ แต่ไม่มีตังค์กินข้าวแน่ๆ  อิอิ ชิ้นไหนเสียค่อยเปลี่ยนๆไป ม่ายรีบร้อน

    -เดี๋ยวเปิดฝาแล้วจะมารายงานให้ทราบนะครับว่า อะไรต้องเปลี่ยนบ้าง  เฮ้อ...เหนื่อย

    -รักแล้วต้องยอมทุกอย่าง ใช้กับผมในตอนนี้ได้ดีที่สุด


    ขอบคุณทุกคนที่อ่านจนจบครับ

    [ 8 ต.ค. 2005 , 08:42:09 น