ข้อความโดย: รักแล้วรอหน่อย
« เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »
ปริงอย่างที่สามคือ ปริงเดิมโรงงาน แต่มีมือดีไปจับมันมาตัดให้ความสูงสั้นลง แล้วใส่เข้าไปที่เดิม ปริงสั้นขึ้นก็แข็งขึ้น ความเป็นสปริงก็หายไป หรือถ้าเจอความร้อนจากการตัดอย่างง่าย ค่าความให้ตัวของสปริงก็จะเหลือเพียงเหล็กวงๆ อันนี้ดูภายนอกกูสีดำๆ เก่าๆ แต่ที่วงล้อจะมีขนาดพอดีกับขอบบนของบังโคลนล้อ ถ้ามือดีหัวใส เอามาใช้ร่วมกับสปริงเดิม ก็จะได้หน้าสูงท้ายต่ำหน้าต่ำท้ายสูง หน้าแข็งเป๊กหลังนุ่มยวบยาบ เป็นได้ รถโฟลค์พาสสาท กอล์ฟ แวนโต้ ยุคนั้นจะให้ล้อยางไซค์รถเล็กจ่ายกับข้าว ยางหน้าแคบแค่ไม่ลื่นง่ายก็พอ เมื่อมันอยู่ในที่ของมันกับสปริงช๊อกเดิมๆ จะมีระยะห่างระหว่างล้อกับขอบซุ้มบังโคลนใกล้เคียงกันทั้งหน้าและหลัง ไม่บรรทุกของก็จะไม่รู้สึกขนาดว่าท้ายสูงเอาซะเลยเว้นถอดยางอะไหล่ หรือบรรทุกเต็มที่ ท้ายจะต่ำลงแน่นอนครับ อยากรู้ว่ารถเราท้ายสูงหน้าสูงปกติไหม ลองขับรถไปจอดเทียบกับรุ่นเดียวกันสภาพเดิมๆ ไม่ได้แต่งดู ตามลานจอดรถ(ถ้าเจอ) หรือในศูนย์บริการ แบบที่จอดเรียบๆ ก็จะรู้สึกได้ โดยทั่วไปปริงช๊อกแตนดาทจะไม่ต่ำลงเกินระดับผิดสังเกต ยกเว้นการบรรทุกของหนัก หรือเปลี่ยนเครื่องที่มีน้ำหนักมากกว่าของเดิม เช่นเครื่องพันหก ช๊อก-สปริงก็ต้องใช้ของรุ่นนี้ เครื่องวีหก ช๊อก-สปริงก็จะต้องออกแบบสำหรับรุ่นเช่นกัน ทั้งของแต่งทั้งของโรงงาน ถ้าใส่ผิดรุ่น ก็จะมีผลเรื่องหัวทิ่มได้เหมือนกันเพราะมันออกแบบมาสำหรับน้ำหนักต่างกัน
ไหนๆ จะก้มดูแล้ว ถ้าเจอช๊อกกะสปริงอีกรูปแบบคือเบ้าล่างของสปริงตรงจุดยึดกับช๊อก ถ้ามันมีโลหะอีกชิ้นครอบช๊อกไว้ มีลักษณะเป็นเกลียวแหวนล๊อคไว้ รูปแบบนี้เรียกชุดสตัทปรับได้ เจ้าวงแหวนล๊อคตัวนี้สามารถหมุนเลื่อนปรับความสูงต่ำของเบ้าล่างรองรับสปริง สตัทปรับเกลียวสามารถปรับหน้าหลังสูงต่ำได้ตามต้องการ โดยที่ค่าความแข็งของสปริงจะเลือกได้ทั้งของแต่งหรือของแตนดาท ค่าความหนืดก็ตามเรื่องของช๊อกที่จะเลือกแบบสปอร์ทหรือแตนดาท มันเป็นการปรับความสูงต่ำของเบ้ารองรับสปริงให้มันสูงต่ำได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องยกรถขึ้นแล้วจึงหมุนปรับความสูง จากนั้นก็ต้องมีการเช็คปรับค่าความเบี่ยงเบนของศูนย์ล้อทั้งหมดอีกด้วย
สำหรับชิ้นช่วงล่างที่จะทำให้รถท้ายสูงหน้าทิ่ม คงเป็นส่วนน้อย เพราะถ้ามันเสื่อม มันจะโวยวายสั่นคลอนซะมากกว่าระยะสูง
9 ก.ค. 2005 , 15:17:56 น