• ยินดีต้อนรับ, บุคคลทั่วไป



  • กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก.

    เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

    ตอบ

    Warning: this topic has not been posted in for at least 120 days.
    Unless you're sure you want to reply, please consider starting a new topic.
    ชื่อ:
    อีเมล์:
    หัวข้อ:
    ไอค่อนข้อความ:

    Verification:
    Type the letters shown in the picture
    Listen to the letters / Request another image

    Type the letters shown in the picture:
    ตัวย่อรถที่เราใช้สองตัวเป็นภาษาฝรั่ง:

    shortcuts: กด alt+s เพื่อตั้งกระทู้ หรือ alt+p แสดงตัวอย่าง


    สรุปหัวข้อ

    ข้อความโดย: katie
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    ขอบคุณที่ช่วยกันเข้ามาตอบนะคะ

    คิดว่าไม่น่าจะเป็นที่ผ้าครัทช์เพราะเพิ่งเปลี่ยนตอนออกรถใหม่ๆ (ปลอบใจตัวเอง)

    เลยเข้าข้างตัวเองว่าน่าจะเป็นอย่างที่คุณ POP และคุณรอหน่อยว่ามากกว่าน่ะค่ะ เพราะนึกโดยละเอียดแล้วมันคล้ายๆอย่างนั้น (เลยกลายเป็นว่าเกียร์ไม่ได้สมองเสื่อม แต่มันฉลาดตะหาก)

    ตอนนี้ขับๆไปก็รู้สึกเหมือนกันว่าบางครั้งมันขัดใจเรา แต่บางทีมันก็ได้ดั่งใจมากๆ เพราะอย่างเมื่อคืนก่อน ก็ช่วยเซฟชีวิตเอาไว้กลางสี่แยกพอดี ไม่งั้นโดนเต็มๆกลางคันแน่นอน
    เพราะเรากำลังจะเลี้ยวขวาจากเลนนึงไปฝั่งตรงข้ามตามสัญญาณไฟแท้ๆ อยู่ๆก็รถกระบะบึ่งผ่าไฟแดงสวนมาอย่างแรง นาทีนั้นคิดว่าโดนแน่ๆ แต่สติบอกว่าให้รีบเหยียบไปให้พ้นทาง(มัน)เร็วๆ ถ้าไม่ทันก็แค่โดนท้ายละกัน ... ตอนนั้นไม่รู้ทำไมทั้งๆที่รถเพิ่งออกตัวแท้ๆ แต่เร่งเครื่องได้แบบช่วยเรามากๆ .... เลยยิ่งรักเจ้า A4 มากขึ้นเลยเรา
    สุดท้ายรอดมาแบบเฉียดฉิวมากๆ

    7 ก.ค. 2005 , 21:20:38 น
    ข้อความโดย: vento 97
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    สุดยอดครับ  โดนใจเลย
    7 ก.ค. 2005 , 15:07:12 น
    ข้อความโดย: รอหน่อย
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    นั่น....น่าหาสองแสนห้ามาขับบ้างซะแล้ว

    เกียร์มันจะเรียนรู้ตามเท้า โดยทั่วไปจะพยายามให้เปลี่ยนเกียร์ในโมดรอบต่ำไว้ก่อน พอเจอกระแทกคันเร่งแรงๆ หรือค้างๆ หน่อย มันก็จะปรับไปเปลี่ยนเกียร์ในรอบสูงว่าสามพันห้าไปแล้ว แต่จังหวะนี้ถ้าถอนเท้าเร็ว มันก็จะรียกลับไปยังโมดประหยัดอย่างเดิมโดยเร็ว แรกๆ ไม่เข้าใจ อาจรำคาญ ไหง๋มีอืดไม่ตามเท้าเลย หรือยังกะเกียร์ลื่นๆ

    อาการเกียร์หมดคือกดแล้วรถไม่วิ่งไปไหนเข็นได้เลยน่ะ แผ่นคลัชเปียกในตำแหน่งเกียร์ต่างๆ มันลื่นไม่จับกันนั่นเอง การลื่นคือการสึกหรอ ย่อมมีชิ้นส่วนที่สึกหรอไหลวนไปทั่วระบบแน่นอน ซึ่งจะก่อให้เกิดความเสียหาต่อชิ้นส่วนอื่นตามมา กรณีนี้ไม่เข้าแก๊บนะ

    ลองๆ หาจังหวะให้เคยชินแบบปรับตัวเข้าหารถอีกสักพัก ก็จะเข้าขากันขึ้น  เกียร์เครื่อง ๑.๘ จะเป็นสี่จังหวะธรรมดาๆ การควบคุมจังหวะมันออกแบบให้ทำงานแทนเรา มีการรอดูใจเราว่าจะเอาแบบไหนจะได้จัดให้
    ถ้าเป็นตัว ๒.๔ จะเป็นห้าจังหวะมีบวกลบให้สับ การคุมจังหวะเรียกพลังด้วยเซ็นเซอร์มือซ้ายจะรวดเร็วขึ้นกว่าระบบมันคิดเองน่ะ

    อย่างเรื่องอาการอืดเวลาออกตัวเนี่ย ลองสังเกตุดูนะ เกียร์รถแทบทุกแบบ การออกตัวเมื่อขยับคันเกียร์จากเอ็นมาดี จะออกตัวด้วยเกียร์ ๑ สังเกตุจังหวะเปลี่ยนเกียร์สองและสามที่สี่สิบ สี่ที่หกสิบ อันนี้คือระยะทั่วไปของรถเดินหน้า ๔ จังหวะ  พอรถความเร็วต่ำกว่าสี่สิบ เกียร์จะลดเป็นจังหวะที่สาม และสองประมาณยี่สิบเศษๆ แล้วมันจะทรงตัวอยู่แบบนี้ ไม่ว่าจะหยุดรถ หรือชะลอคลานเอื่อยๆ มันก็จะออกแบบให้วิ่งด้วยจังหวะที่สอง พอเราต้องการไต่ขึ้นไป จังหวะของเกียรสองนี้จะอื่ดสักหน่อยเพราะรอบมันต่ำ และจะไม่ให้เรารู้สึกว่าจะหวะเกียร์จะเปลี่ยนจนความเร็วสี่สิบแล้วถึงจะยอมเลื่อนไปจังหวะสามและสี่ให้ ถ้าการเปลี่ยนเกียร์ราบเรียบไปหน่อยไม่รู้สึกกระตุกเล็กๆ ก็ให้ชำเลืองดูวัดรอบขึ้นลงได้  การหยุดรถแล้วไม่เลื่อนคันเกียร์ต้องหยุดสักระยะนึง แล้วออกตัวจึงจะไล่ระดับจากจังหวะหนึ่งไปสองปกติ ถ้าหยุดแป๊บเดียว หรือค่อยๆ เลี้ยงเบรคนิดหน่อย จะคาอยู่ที่สอง ข้อดีที่เค้าออกแบบไว้แบบนี้คือ ป้องกันการกระจาก กระตุกไปตำคันหน้าเวลารถค่อยๆ ไป เพราะความเร็วต่ำคลานๆ กดคันเร่งพลาดนิดเดียวรถกระโจนได้เลย  ส่วนถ้ารู้สึกอืดไปตอนคลานด้วยเกียร์จังหวะสองก็เพียงกดคิกดาวน์คือกดค้างย่ำคันเร่งลงไป เกียร์ก็จะลดให้หนึ่งจังหวะ เรี่ยวแรงก็จะมา เพราะความเร็วเดียวกัน เกียร์ที่ต่ำกว่าจะใช้รอบสูงกว่า รอบเครื่องที่สูงกว่าแรงบิดแรงม้าก็จะมากกว่า ตอบสนองได้กระฉับกระเฉงกว่านั่นเอง

    7 ก.ค. 2005 , 04:44:58 น
    ข้อความโดย: โจโจ้ KK
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    น่าจะเป็นที่ตัวผ้าคลัทช์มันหมดมากกว่านะครับ
    ถ้าเร่งไม่ขึ้นอย่าไปฝืนเหยียบมันครับ ระวังสปริงหม้อคลัทช์จะตามไปอีกตัว
    คราวนี้แหละครับไม่อยากจะขู่เลยว่าเรื่องมันยาว
    ตอนนี้มี A4 คันนึงจอดอยู่อู่ของเพื่อนผม
    ไม่รู้ว่าใครย้อมแมวขายให้ท่านปลัดเมืองหมอแคน
    (ไม่อยากสาธยาย...กลัวแกเป็นลม เพราะแกเข้าใจว่าแกซื้อมาได้ในราคา
    สองแสนเก้า โอนรถเสร็จขับกลับมาจากกรุงเทพเลย
    หลังจากนั้นอาทิตย์เดียวอาการออกเลยครับ)
    อาการเดียวกันแล้วพี่ท่านฝืนเหยียบ สรุปผลออกมาสปริงหม้อคลัทช์เละ
    เศษสปริงทำความเสียหายกับห้องเกียร์มากพอสมควร รอรื้ออยู่
    ขอเวลาข้ามไปฝั่งลาวซัก 2 วัน แล้วจะมารายงานให้ทราบว่า
    ต้องทำอะไรบ้าง
    ตอนนี้ ลองให้ช่างถอดอ่างน้ำมันเกียร์ออกมาดูครับว่ามีเศษสปริง
    หรืออะไรที่แปลกปลอมปนอยู่บ้างแล้วค่อยวิเคราะห์กันอีกทีครับ

    7 ก.ค. 2005 , 03:05:01 น
    ข้อความโดย: katie
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    ไม่ได้เข้าเว็ปมาหลายวัน พอดีไปอ่านเจอกระทู้ที่ 14696- การดูแลรักษาสมองเกียร์ vw ที่คุณรัก ของคุณ Golffy เข้า
    เลยสงสัยว่าจะเข้าตัวรึปล่าว เพราะมีอาการบางอย่างที่คล้ายๆกันกับเจ้า A4 ที่ขับอยู่เลยค่ะ เช่น
    บางครั้งดูเหมือนไม่มีแรงเวลาออกตัว แต่บางครั้งเวลาเข้าเกียร์ N ตอนติดไฟแดง แล้วเปลี่ยนเป็น D เนี่ย รถแทบจะกระชากตัวออกไปเลย
    และหลังๆ เวลาขับออกจากที่จอดรถซักพักนึง จะรู้สึกว่าเครื่องอืด รอบเครื่องสูงแต่เกียร์ไม่เปลี่ยน รู้สึกได้จากเสียงอืดดดดด
    แต่ความเร็วก็ทำได้ถึง 100 นะคะ  แต่อาการนี้จะหายไปเมื่อมีการเหยียบเบรคจริงๆครั้งแรกเกิดขึ้น (ไม่ใช่แตะเบรคนะคะ)
    และจากนั้นเครื่องก็จะไหลลื่นเป็นปกติ มีการเปลี่ยนเกียร์เวลารอบเครื่องสูง และเสียงอืดดดดด ก็หายไปด้วย
    ก็เลยไม่แน่ใจว่าจะเป็นที่สมองเกียร์รึปล่าว

    แต่แรกๆเลยที่ได้รถมา ก็มีอาการวิ่งแล้ว รอบเครื่องไม่สามารถไปได้เกิน 2500 รอบ และเกียร์ก็ไม่เปลี่ยน + มีการกระตุกของเครื่องยนต์เวลารถติดๆ ซึ่งก็ได้ทำการรีเซ็ทเกียร์เอง + เปลี่ยนมาใช้น้ำมัน 95 ตามคำแนะนำของหลายๆท่านในเว็ป ซึ่งอาการที่ว่านี้ก็หายไป แต่หลังๆเริ่มมีอาการที่บอกข้างต้นขึ้นมาแทนน่ะค่ะ เลยกลุ้มๆว่าจะเป็นที่สมองเกียร์รึปล่าว

    [ 7 ก.ค. 2005 , 02:11:34 น