ข้อความโดย: VentoBoy
« เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am » เมื่อ 3 ปีที่แล้ว
คุณ noname เนี่ยมีลักษณะเหมือนเพื่อนพี่สาวผมคนนึง
บ้านแกมีรถหลายคันส่วนมากจะเป็นรถยุโรปเกือบทั้งนั้น
แกเป็นคนลูกคนสุดท้องใชEVW Passat B5 พี่ชายคนโต A6
พี่สาวใชE523i พี่ชายอีกคนใชE 323i พ่อใชEE280
ประมาณว่าบ้านมีตังคE่างั้นเหอะ ที่บ้านก็อาศัยพี่ชายคนโต
ที่เป็นวิศวกร ช่วยจัดการรถที่บ้านหมดก็เลยไม่มีปัญหาอะไร
จนกระทั่ง Office เพื่อนพี่สาวผมคนนี้ต้องย้ายที่ทำการไปอยู่ฝั่งธน
ซึ่งมันไกลจากบ้านแกมาก ก็เลยไปซื้อคนโดอยู่ใกล้ที่ทำงาน (ก็บอกไปแล้วว่าที่บ้านมีเงิน) เมื่ออยู่คนเดียว รถที่เคยถูกดูแลก็ถูกปล่อยปละละเลย เมื่อปัญหาเล็กEไม่ได้ถูกแก้ไขมันก็ลามไปเรื่อยEจนต้องเข้าออกศูนยEป็นประจำ
จนในที่สุดแกก็เลยตัดสินใจขาย 6.5 แสนบาท กับ B5 อายุ 8 เดือนที่วิ่งไดEหมื่นสามพันกิโล ถูกกว่าตอนออกใหมE8 แสน
พี่สาวผมก็เลยซื้อไว้ใช้เอง แล้วแกก็ยกเวนโต้คันเดิมให้ผม และอาศัยพี่เขยเป็นคนที่รักรถแกก็เลยเอา B5 ไปบิ้ลทEหมE
หมดไปอีก 7 หมื่น ตั้งแต่นั้นมาB5 คันนี้ยังไม่เคยออกอาการเสียที่ต้อง
ใช้เงินเกินสองพันซักครั้ง รวมทั้งหมดก็ยังไม่ถึงหมื่นอยู่ดี
ถ้าไม่นับพวกอะไหล่ที่ต้องเปลี่ยนตามระยะ ส่วนเพื่อนพี่สาวผมคนนั้น
3 ปีแกเปลี่ยนรถแล้ว 3 คัน คันแรก Accord ใช้ไดE5 เดือน หม้อน้ำรั่ว
น้ำแห้ง ฝาสูบโก่ง ซ่อมเสร็จขายทิ้ง คันต่อมา Alfa 156 ใช้ได้ปีนึง
เกียรEังเพราะลืมเปลี่ยนน้ำมันเกียรEั้งที่ศูนยEทรมาเตือนแล้ว 3 รอบ
คันล่าสุด คือ Benz C220 Kom.ใช้จนทุกวันนีE
รู้มั้ยทำไมคันนี้ใช้ได้นานจัง เพราะแกลาออกจากงาน ขายคอนโด
ย้ายกลับมาอยู่บ้าน พี่ชายแกก็ดูแลรถให้เหมือนเดิมก็เลยไม่มีปัญหาอะไร
เจอแกล่าสุดเมื่อกลางเดือน แกก็โทษรถอยู่เหมือนเดิม ไม่เคยดูตัวเอง
ว่าดูแลรถตัวเองหรือเปล่า
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า เมื่อคุณยังไม่รู้จักดูแลรักษารถตัวเอง
มันก็พร้อมที่จะสร้างปัญหาให้คุณตลอดเวลา
ไม่ว่าจะเป็นรถยุโรปราคาหลายสิบล้าน รถญี่ปุ่นเรือนล้าน หรือแม้กระทั่งรถมอไซคEาคาไม่กี่หมื่น มันก็เหมือนกันครับ
มันไม่แยกหรอกครับว่ารวยหรือจน ถ้าเป็นแบบนี้ก็คือพวกเดียวกัน
เป็นพวกที่ไม่รู้จักมองความผิดพลาดของตัวเอง ว่าไงครับ
4 มิ.ย. 2005 , 02:56:13 น
คุณ noname เนี่ยมีลักษณะเหมือนเพื่อนพี่สาวผมคนนึง
บ้านแกมีรถหลายคันส่วนมากจะเป็นรถยุโรปเกือบทั้งนั้น
แกเป็นคนลูกคนสุดท้องใชEVW Passat B5 พี่ชายคนโต A6
พี่สาวใชE523i พี่ชายอีกคนใชE 323i พ่อใชEE280
ประมาณว่าบ้านมีตังคE่างั้นเหอะ ที่บ้านก็อาศัยพี่ชายคนโต
ที่เป็นวิศวกร ช่วยจัดการรถที่บ้านหมดก็เลยไม่มีปัญหาอะไร
จนกระทั่ง Office เพื่อนพี่สาวผมคนนี้ต้องย้ายที่ทำการไปอยู่ฝั่งธน
ซึ่งมันไกลจากบ้านแกมาก ก็เลยไปซื้อคนโดอยู่ใกล้ที่ทำงาน (ก็บอกไปแล้วว่าที่บ้านมีเงิน) เมื่ออยู่คนเดียว รถที่เคยถูกดูแลก็ถูกปล่อยปละละเลย เมื่อปัญหาเล็กEไม่ได้ถูกแก้ไขมันก็ลามไปเรื่อยEจนต้องเข้าออกศูนยEป็นประจำ
จนในที่สุดแกก็เลยตัดสินใจขาย 6.5 แสนบาท กับ B5 อายุ 8 เดือนที่วิ่งไดEหมื่นสามพันกิโล ถูกกว่าตอนออกใหมE8 แสน
พี่สาวผมก็เลยซื้อไว้ใช้เอง แล้วแกก็ยกเวนโต้คันเดิมให้ผม และอาศัยพี่เขยเป็นคนที่รักรถแกก็เลยเอา B5 ไปบิ้ลทEหมE
หมดไปอีก 7 หมื่น ตั้งแต่นั้นมาB5 คันนี้ยังไม่เคยออกอาการเสียที่ต้อง
ใช้เงินเกินสองพันซักครั้ง รวมทั้งหมดก็ยังไม่ถึงหมื่นอยู่ดี
ถ้าไม่นับพวกอะไหล่ที่ต้องเปลี่ยนตามระยะ ส่วนเพื่อนพี่สาวผมคนนั้น
3 ปีแกเปลี่ยนรถแล้ว 3 คัน คันแรก Accord ใช้ไดE5 เดือน หม้อน้ำรั่ว
น้ำแห้ง ฝาสูบโก่ง ซ่อมเสร็จขายทิ้ง คันต่อมา Alfa 156 ใช้ได้ปีนึง
เกียรEังเพราะลืมเปลี่ยนน้ำมันเกียรEั้งที่ศูนยEทรมาเตือนแล้ว 3 รอบ
คันล่าสุด คือ Benz C220 Kom.ใช้จนทุกวันนีE
รู้มั้ยทำไมคันนี้ใช้ได้นานจัง เพราะแกลาออกจากงาน ขายคอนโด
ย้ายกลับมาอยู่บ้าน พี่ชายแกก็ดูแลรถให้เหมือนเดิมก็เลยไม่มีปัญหาอะไร
เจอแกล่าสุดเมื่อกลางเดือน แกก็โทษรถอยู่เหมือนเดิม ไม่เคยดูตัวเอง
ว่าดูแลรถตัวเองหรือเปล่า
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า เมื่อคุณยังไม่รู้จักดูแลรักษารถตัวเอง
มันก็พร้อมที่จะสร้างปัญหาให้คุณตลอดเวลา
ไม่ว่าจะเป็นรถยุโรปราคาหลายสิบล้าน รถญี่ปุ่นเรือนล้าน หรือแม้กระทั่งรถมอไซคEาคาไม่กี่หมื่น มันก็เหมือนกันครับ
มันไม่แยกหรอกครับว่ารวยหรือจน ถ้าเป็นแบบนี้ก็คือพวกเดียวกัน
เป็นพวกที่ไม่รู้จักมองความผิดพลาดของตัวเอง ว่าไงครับ
4 มิ.ย. 2005 , 02:56:13 น

