• ยินดีต้อนรับ, บุคคลทั่วไป



  • กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก.

    เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

    ตอบ

    Warning: this topic has not been posted in for at least 120 days.
    Unless you're sure you want to reply, please consider starting a new topic.
    ชื่อ:
    อีเมล์:
    หัวข้อ:
    ไอค่อนข้อความ:

    Verification:
    Type the letters shown in the picture
    Listen to the letters / Request another image

    Type the letters shown in the picture:
    ตัวย่อของเมืองหลวงของเรา ๓ ตัว:

    shortcuts: กด alt+s เพื่อตั้งกระทู้ หรือ alt+p แสดงตัวอย่าง


    สรุปหัวข้อ

    ข้อความโดย:
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    AKuayP
    18 เม.ย. 2553 , 13:10:07 น
    ข้อความโดย: wut
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    เปลี่ยนตามสถานการณ์ครับ
    หากติดนานก็เปลี่ยนกลับไป N
    หากติดไม่นานแช่ไว้ที่ D
    อย่าคิดมากครับ.....ทุกๆท่าน

    17 พ.ค. 2547 , 17:11:24 น
    ข้อความโดย: แก้ว
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    ผมขับรถขึ้นเขา ต่อเนื่อง นานนับชั่วโมง มีการเชน D-3-2-1 ในบางช่วงทั้งๆที่ก็ไมได้วิ่งเร็วเลย แต่พอลงเขามาซักพัก เกียร์มีการฟรี ทั้งหมดเขาเรียกว่าเกียร์พังครับ ไม่แน่ใจว่าเกิดจากสาเหตุนี้ไหม
    17 พ.ค. 2547 , 13:35:26 น
    ข้อความโดย: ทร
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    ผมเคยใช้เกียร์ 3-2 สำหรับลดระยะการเบรค ซึ่งเพื่อนที่ใช้รถ honda ก้อบอกทำได้ ขับวืธีนี้อยู่หลายเดือนเหมือนกัน จนไฟ abs เริ่มโชว์ก้อให้ช่างแก้ไข ช่างได้เช็คตามอาการที่น่าจะเป็น สวิทย์เซ็นเซอร์ จานจ่าย ฯลฯ แต่ผลที่ออกมาคือ ชาร์ฟละลาย ซึ่งผมก้อได้ถามช่างว่าการขับเนี่ย เครื่อง vw สามารถขับเชนเกียร์ได้หรือไม่ ซึ่งช่างก้อบอกว่าไม่ได้ ทำได้เฉพาะกับรถบางยี่ห้อ  ผมเองก้อไม่แน่ใจเหมือนกันว่าที่ชาร์ฟละลายเป็นเพราะสาเหตุนี้หรือไม่ แต่ที่แน่ใจได้งานนี้หมดไปหมื่นกว่าบาท ทางที่ดีเกียร์ 3-2 ผมคิดว่าควรใช้เฉพาะขึ้นเขาลงเขาจะดีที่สุดครับ
    17 พ.ค. 2547 , 01:54:52 น
    ข้อความโดย: นานาจิต
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    ที่ทราบมาคือ  การเปลี่ยน เกียร์ ไปมาจะเกิดการสึกหรอ (D - N - D - N) ของชุดเกียร์  แน่นอนเป็นที่สุด  หากคาไว้ที่ D จะเกิดการสึกน้อยกว่าการเปลี่ยนไปมาครับผม    แต่จะสึกต่อที่ไหนก็ว่ากันไปนะครับ
    15 พ.ค. 2547 , 21:27:33 น
    ข้อความโดย: ppp
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    ผมใช้Golf 3 อยู่ ลองอ่านดูในคู่มือรถสิครับเขาอธิบายอย่างละเอียดเลย
    15 พ.ค. 2547 , 05:08:49 น
    ข้อความโดย: โจโจ้ KK
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    ผมว่าเกียร์มันไม่พังง่ายขนาดนั้นหรอกครับ
    เวลาติดไฟแดงนานๆ หรือจอดรอนานๆ ผมว่าการ
    เปลี่ยนจาก D  มาเป็น  N หรือ P น่าจะดีกว่า เพราะ
    ว่าที่ N หรือ P เจ้าทอร์คคอนเวอร์เตอร์มันยังหมุนอิสระ หน้าทอร์คยังไม่จับกับชุดเกียร์ เมื่อมันยังไม่ทำงาน มันก็ยังไม่โหลด น้ำมันเกียร์ก็ยังไม่ถูกใช้งานเต็มที่
    เวลา 3-5 นาทีที่คุณหยุดรถ น้ำมันเกียร์ก็ยังมีโอกาส
    ระบายความร้อนจากตัวมันเอง ซัก 1-2 องศาก็ยังดี
    เกียร์ก็ไม่ต้องทำงาน
    ที่เกียร์ D แม้ว่าไม่เหยียบคันเร่งรถรถมันก็เคลื่อนที่ได้อยู่แล้ว แล้วไปดึงเบรคมือก็เหมือนกับเราพยายามไปดึงมันไว้
    มันก็พยายามจะวิ่งไปข้างหน้า แต่แรงสู้เบรคมือไม่ได
    มันเลยหยุดอยู่กับที่ ส่วนที่ N  มันหยุดนิ่งโดยไม่ต้องอาศัยอะไรมาดึงมันไว้ แล้วอันไหนเกียร์ทำงานหนักกว่ากัน  คิดดูครับ ประหยัดน้ำมันด้วย ระยะสั้นไม่ทราบหรอกครับว่าประหยัดแค่ไหน
    ลองขับอย่างละเดือนแล้วเอาค่าน้ำมันมาเทียบกันดู
    ผมก็ขับของผมอย่างนี้มา 2 แสนโล เกียร์ก็ไม่เคยมีปัญหาอะไร  เพียงแต่ตอนออกรถค่อยๆออกตัวก็แล้วกันอย่าเร่งทันทีแล้วเกียร์มันจะรับใช้คุณอีกนานครับ

    15 พ.ค. 2547 , 03:17:10 น
    ข้อความโดย: วีระ
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    ผมขับรถแบบนี้นะครับ..(แค่เล่าให้ฟัง ไม่ได้ยืนยันว่าเป็นวิธีที่ดีหรือไม่)
    ตั้งแต่สตาร์ทเครื่องจนก่อนดับเครื่อง เกียร์จะอยู่ที่ D ตลอด
    เมื่อติดไฟแดง ใช้เบรคเท้าจนรถหยุดนิ่ง แล้วขึ้นเบรคมือไว้ ถอนเบรคเท้า
    เมื่อออกตัวใหม่ เหยียบเบรคเท้า ปลดเบรคมือ เหยียบคันเร่ง
    เกียร์ 3 - 2 ใช้ตอนที่ต้องการให้เครื่องยนต์ช่วยเบรค ลดระยะหยุดรถให้สั้นลงโดยเบรคเท้าไม่ทำงานหนัก(สึกหรอ)เกินไป  และใช้ตอนขึ้นลงทางลาดชัน-ภูเขา(3) ทางลาดชันมาก(2) และทางขรุขระระยะยาว(3,2)

    แนวความคิดคือ เกียร์ออโต ถูกออกแบบมาให้ลดจำนวนครั้งของการเปลี่ยนเกียร์กลับไปกลับมาระหว่างการใช้งานในเมือง ดังนั้นควรใช้งานมันให้ถึงสมรรถะสูงสุดจึงจะสมราคา
    เหตุผลสนับสนุนคือ เกียร์ D + ขึ้นเบรคมือ เทียบกับ เกียร์ N  รอบเดินเบาไม่ได้ต่างกันเลย(รถผมนะ) จึงไม่ได้ทำให้การสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงต่างกันด้วย
    เอวัง..

    14 พ.ค. 2547 , 23:01:45 น
    ข้อความโดย: ช่างเหอะ
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    เพิ่มเติม...
    เกียร์ 3 2 1 เอาไว้ใช้เวลาลงเนินลงเขาเพื่อให้เครื่องดึงความเร็วรถเหมือนกับเีกียร์ธรรมดา ไม่งั้นเบรคทำงานหนักจะเกิดอาการเบรคแตกได้...อันตราย

    14 พ.ค. 2547 , 22:31:53 น
    ข้อความโดย: ฤทธิ์
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    ได้ครับ
    เกียร์ ออโต้สามารถขับเหมือนเกียร์ธรรมดาได้ครับ
    ใส่ใล่ได้เลยตั้งแต่ 1,2,3 D
    แต่ไม่ค่อยทีใครเขาทำกัน
    อย่างเวลาจะแซงบางทีคิ๊กดาว์นแล้วเกียร์ไม่เปลี่ยน เราอาจจะเปลี่ยนเองเลยก็ได้ แต่อย่าลืมเปลี่ยนกลับนะครับ ไม่งั้นกินน้ำมันแย่

    14 พ.ค. 2547 , 18:16:27 น
    ข้อความโดย: เด็กต่างจังหวัด
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    แล้วถ้าระหว่างวิ่งอยู่ เปลี่ยนจาก D เป็น 3 , 2 ได้ไหม
    14 พ.ค. 2547 , 15:56:40 น
    ข้อความโดย: สน
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    เปลี่ยนไปเถอะครับไม่พังง่ายๆหรอก รถผม 10 ปีแล้ว ไฟแดงเปลี่ยนตลอด เหยียบๆนานๆเดี๋ยวต้องเปลี่ยนลูกสะบ้านะครับ ฮิฮิ
    14 พ.ค. 2547 , 14:09:54 น
    ข้อความโดย: อ่อนหัด
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    เคยได้ยินมาว่าเกียร์ออโต้ไม่ควรเปลี่ยนเกียร์บ่อย เช่นเวลาติดไฟแดงให้เหยียบเบรคไว้แทนที่จะเปลี่ยนเป็นPหรือN เพราะจะทำให้คลัชท์เสียอะไรเทือกนี้ จริงเท็จเป็นอย่างไรครับ แล้วทำไมต้องเป็นเช่นนั้นครับ
    [ 14 พ.ค. 2547 , 12:49:16 น