จริงๆ แล้วรูปร่างรถเต่าถือว่าเป็นแบบที่ดีสำหรับเครื่องบินครับ ไม่เหมาะกับรถยนต์ ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น
ลองนึกดูภาพทางข้างของรถนะครับเทียบกับรูปตัดของปีกเครื่องบิน จะมีลักษณะเหมือนกัน คือ ด้านล่างเรียบ ด้านบนนูน !! นึกภาพออกไหมครับ ? แล้วไอ้ลักษณะแบบนี้นะมันมีคุณสมบัติที่ เวลาวิ่งเร็วๆ แรงดันอากาศด้านล่าง(ท้องรถ / ใต้ปีกเครื่องบิน) มันจะมีมากกว่าด้านบน ทำให้เกิกแรงยกตัว ดันให้รถ / ปีกเครื่องบิน ลอยขึ้นไงครับ ยังงงไหมเนี่ย?? 55 ดังนั้นรถเต่าก็เหมือนกันเวลาขับเร็วไ เกิน 100 กม./ชม. ขึ้นไปกรณีที่ไม่ได้ทำช่วงล่างหรือโหลดนะครับ ความสามารถในการเกาะถนนจะลดลงเนื่องจากแรงยกตัว (UP LIFT FORCE) จากอากาศพลศาสตร์ที่มีต่อรูปร่างที่มีหน้าตัดแบบปีกเครื่องบิน วิธีแก้ไขคือพยายามลดกระแสลมไม่ให้เข้าใต้ท้องรถมากขึ้น นั่นก็คือการโหลดด้านหน้าลงเปลี่ยนรูปร่างให้เป็นลิ่มแทน หรือ โหลดทั้งหน้า/หลัง หรือใส่สปอย์เลอร์กั้นลมใต้กันชน (ลิ้นหมา) ไม่ให้ลมเข้าใต้ท้องรถ เป็นต้น หรือเพิ่ม DOWN FORCCE ด้วยการติดสปอย์เลอร์หลัง แบบรถ PORCHE ไงครับ แรงนี้คือแรงที่รถยนต์ต้องการครับ มันจะทำให้เกิดแรงกดรถให้ติดกับถนนครับ จากข้อมูลที่เคยศึกษาจากหนังสือ ตปท. บอกไว่ว่า รถเต่าถ้าวิ่งทางตรงเกิน 75 ไมล์/ชม. ต้องระวังเรื่องรงยกตัว และเวลาวิ่งไปในเส้นทางที่มีลมพัดขวางถนน ควรระวังเป็นอย่างยิ่งเพราะรูปร่างด้านข้างของรถเต่าต้านอากาศมาก เชื่อหรือไม่ ? ว่า... ค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานอากาศของรถเต่ามีมากกว่ารถตู้ !!!! อันนี้เรื่องจริง อ่านพบมานานแล้ว รถตู้มี สปส. 0.38-39 รถเต่ามี สปส. 0.43 จำไม่แม่นเท่าไหร่แต่ประมาณเนี่ยละครับ ยิ่งเลขมากคือต้านอากาศมากครับ
ที่เล่ามายาวเพราะอยากให้คนที่ขับรถเต่าระวังเวลาขับเร็วๆ นะครับ ผมให้ลองดูเวลาขับเต่าเร็ว (กรณี เป็นรถสแตน) ลองจับความรู้สึกว่าพวงมาลัยจะเบาขึ้น นั่นเพราะแรงดังกล่าว ก็ระวังนะครับ ที่เมืองนอกมีสถิติที่รถโดนลมพัดตกถนน โดยเฉพาะรถเต่า มีมาก ครับ ........ ครับ ก็อยากให้ขับกันอย่างมีความสุข ข้อมูลที่ให้ก็ถือว่าเป้นความรู้เล่าสู่กันฟังครับ ผมเองก็ขับเต่าทุกวันและปรับปรุงช่วงล่างเพื่ออากาศพลศาสตร์ที่ดีขึ้น ก็ขับแล้วดีขึ้นครับ โชคดีครับ 4 เม.ย. 2547 , 16:40:45 น