• ยินดีต้อนรับ, บุคคลทั่วไป



  • กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก.

    เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

    ตอบ

    Warning: this topic has not been posted in for at least 120 days.
    Unless you're sure you want to reply, please consider starting a new topic.
    ชื่อ:
    อีเมล์:
    หัวข้อ:
    ไอค่อนข้อความ:

    Verification:
    Type the letters shown in the picture
    Listen to the letters / Request another image

    Type the letters shown in the picture:
    ตัวย่อรถที่เราใช้สองตัวเป็นภาษาฝรั่ง:

    shortcuts: กด alt+s เพื่อตั้งกระทู้ หรือ alt+p แสดงตัวอย่าง


    สรุปหัวข้อ

    ข้อความโดย: mr.booner
    « เมื่อ: สิงหาคม 12, 2012, 12:20:11 pm »

    ขอบคุณมากสำหรับข้อแนะนำที่ดีๆของช่างเณร  น่าจะเป็นตามข้อ 1 เรื่องความตึงของสายพานครับ เพราะคราวก่อนผมเปลี่ยนแต่รอกไม่ได้เปลี่ยนขากดรอก เพียงแต่เอาขาออกมาช่อมให้มันได้เซ็นเตอร์เหมือนเดิมเท่านั้น แล้วก็ใส่เข้าไป  สังเกตุดูเหมือนกันว่าสปริงมันไม่แข็งมากนักใช้มือง้างดูมันยืดหยุ่นได้  แต่ตอนนี้เพิ่งสั่งซื้อรอกตึงสายพานพร้อมขาตัวใหม่มาเปลี่ยนเมื่อวานก่อน ก่อนใส่ทดลองง้างสปริงดูมันแข็งกว่าเดิมมาก ง้างไม่ออกเลย แสดงว่าขากดตัวเก่าสปริงมันล้าจนนิ่ม ทำให้สปริงอ่อนเกินไปจึงเกิดเสียงที่power steering pump pulley ตอนนี้เสียงเงียบไป3-4วันแล้วครับ  ถ้ามันดังอีกจะลองใช้วิธีของช่างเณร คือถอดสายพานแล้วล้าง pulley ตัวที่ดังให้สะอาดแล้วประกอบเข้าไปใหม่   แล้วจะเรียนให้ทราบอีกที่ในโอกาสต่อไปครับ

    ความจริงมันน่าจะเกิดจากความเสียดายตังค์ของผมที่ตอนแรกช่างบอกให้ซื้อรอกตึงสายพานอย่างเดียวมาเปลี่ยน พอถอดขาออกมาปรากฎว่าขาไม่ค่อยดี ให้ผมสั่งขามาใหม่ ทีนี้ขาอย่าเดียวร้านไม่ขายต้องซื้อใหม่ทั้ชุดหมายถึงรอกตัวเดิมที่เพิ่งซื้อมาก็ต้องทิ้งไป ผมไม่อยากเสียเงินอีกตั้ง 2พันทั้งที่เพิ่งเสียพันหนึ่งไปแล้วเป็นค่ารอก  เลยถอดขาออกมาซ่อมเอง  แต่ก็โอเคนะผ่านมาประมาณ4-5เดือนหายเสียดายตังค์แล้ว จึงซื้อชุดใหม่มาเปลี่ยนซะให้มันจบๆไป   จึงขอเตือนสมาชิก b5 ให้ระวังตอนจะเปลี่ยนรอกตึงสายพานด้วยครับว่า เปลี่ยนทั้งชุดไปเลย ไม่งั้นจะต้องเสียสองต่อเหมือนผม

    ขอบคุณครับ
    ข้อความโดย: เณร
    « เมื่อ: สิงหาคม 12, 2012, 02:26:25 am »

         การเช็คความตีงแบบง่ายๆ     คือระยะกดยุบลงของสายพานจะเท่ากับความหนาของสาย
     พานเส้นนั้น      ถ้ามากกว่าความหนา  =  หย่อนไป         ถ้าน้อยกว่าความหนา = ตึงไป
          ก็คงประมาณนี้ครับ........
    ข้อความโดย: เณร
    « เมื่อ: สิงหาคม 12, 2012, 02:21:36 am »

        สายพานของปั๊มเพาเวอร์     จะรับโหลดภาระกับปั๊มน้ำไปด้วยพร้อมกัน       การเกิดเสียง
     ที่ไม่พึงประสงค์ในจุดนั้น     มันเป็นการที่มันพยายามบอกเราว่ามันป่วยไม่สบาย    แต่เราก็
              พยายามที่จะให้มันทำงานจนวาระสุดท้ายของตัวมันเอง      น่าจะรักษามันก่อนดีกว่า
     ไหม       ก่อนที่จะเป็นเรื่องใหญ่แบบปั๊มน้ำแตกกลางทาง       ปั๊มเพาเวอร์ลูกปืนคอปั๊มแตก
      ประมาณนั้น         แต่ถ้าแบบเบาๆก็สายพานหย่อนหรือเนื้อของสายพานแข็งตัวจนไม่เกิด
     ความฝืดกับตัวร่องพลูเลย์ทำให้ลื่นและเกิดเสียงที่ว่ามา.......
             1.  เช็คความตึงของสายพานเส้นของปั๊มน้ำที่เป็นร่อง v
             2.  เช็คความตึงของสายพานไดร์ - เพาเวอร์
       ถ้า 1 -2 ผ่าน
               3.  ถอดสายพาน 1 -2 ออก   เช็คความลื่น  กับ  อาการสะดุด ฝืด  ของปั๊มน้ำและ
                     ปั๊มเพาเวอร์     
       ถ้า 3  ผ่าน
               4.  ใช้เล็บกดลงเนื้อของสายพาน    ว่ายังมีความหยุ่นตัวอยู่หรือไม่ถ้าค่อนข้างแข็ง
                     ก็เปลี่ยนซะ
       การเอาน้ำมันหรือสารหล่อลื่นพ่นหรือทาลงไปที่สายพานไม่ควรทำนะครับ   มันจะทำให้
      สายพานเปื่อย      และลื่นมากกว่าเดิม     เสียงหายแต่เกาะร่องไม่อยู่และทำให้สายพาน
      ถูกับร่องพลูเลย์เกิดความร้อนสูง      กว่าที่ควรจะเป็นในจุดนั้น     ถ้าจะเช็คว่าเกิดจากจุดไหน
      เอาน้ำใส่ขวดน้ำกลั่นฉีดลงไป    ในจุดที่เราสงสัย     ถ้าเสียงเปลี่ยนหรือลดลงก็ใช่จุดนั้น
              และถ้าทาหรือพ่นไปแล้วก่อนใส่สายพานเส้นไหม่ลงไป      ควรล้างร่องพลูเลย์ให้สะอาด
      ไม่มีคราบมันก่อนใส่สายพานเส้นใหม่       ไม่งั้นสายพานกี่เส้นก็ไม่พอครับ.........
    ข้อความโดย: mr.boone
    « เมื่อ: สิงหาคม 10, 2012, 01:18:03 pm »

    ขอบคุณทนายรูปหล่อกับคุณdornที่ช่วยแนะนำ จุดที่เกิดเสียงดังผมทราบอยู่แล้วครับ คือที่พุลเล่ย์ของเพาเวอร์ปั๊มพวงมาลัย เพราะเสียงมันร้องดังจากตรงนั้น พอสเปรย์น้ำยาตรงนั้นเสียงมันจะเงียบทันที แต่มันหายไม่นานก็ดังอีก เคยถามช่างแถวบ้านเขาบอกให้ลองเอากระดาษทรายขัดขอบสายพานออกสักนิดหนึ่ง  แต่ผมไม่กล้าลอง เพราะมันหมุนเร็วกลัวมันดึงมือเข้าไปด้วย ตอนนี้ลองใช้จารบีเหนียวๆทาขอบสายพานดู ปรากฎว่าเสียงเงียบไปวันหนึ่งแล้วครับ จะรอดูซิว่ามันจะเงียบไปได้กี่วัน ถ้าดังอีกค่อยหาวิธีใหม่ ขอบคุณอีกครั้งสำหรับทั้งสองท่านครับ
    ข้อความโดย: dorn
    « เมื่อ: สิงหาคม 10, 2012, 07:37:18 am »

    หาจุดที่มีเสียงดังให้เจอครับแล้วจะรู้ว่าอะไรเสียแล้วแก้ตามจุด ลูกปืนลูกรอกหรือลูกปืนตัวไหนตาย หรือลูกรอกตัวไหนไม่ได้ศูนย์ ก็อาจจะทำให้เสียดสีและมีเสียงดังได้ครับ
    การหาจุดเสียงดังมีหลายวิธีเช่น
    1. ใช้เหล็กยาวหน่อยจิ้มตรงจุดที่คาดว่าจะเสียงดัง แล้วสังเกตุการสะท้านของเสียง
    2. ใช้สายยางด้านหนึ่งจี้ที่จุดเสียงดังและเอาปลายอีกด้านมาแนบหู เพื่อฟังเสียง
    3. ใช้หูฟังเสียง(ไม่ใช้อุปกรณ์ช่วย) ซึ่งไม่ค่อยแน่นนอน เพราะตำแหน่งใก้ลๆกัน
    ทั้ง3ข้อ  หาข้อมูลเบื้องต้นของต้นเสียง
    เมื่อสายพานเสียงดังการใช้สเปรย์เป็นเพียงการแก้ไขปัญหาเบื้องต้น  สปริงดันรอก เสื่อมหรือเปล่า ลองเช็ดดู
    ข้อความโดย: ทนาย รูปหล่อ
    « เมื่อ: สิงหาคม 09, 2012, 10:39:39 pm »

    หาจุดที่มีเสียงดังให้เจอครับแล้วจะรู้ว่าอะไรเสียแล้วแก้ตามจุด ลูกปืนลูกรอกหรือลูกปืนตัวไหนตาย หรือลูกรอกตัวไหนไม่ได้ศูนย์ ก็อาจจะทำให้เสียดสีและมีเสียงดังได้ครับ
    ข้อความโดย: mr.boone
    « เมื่อ: สิงหาคม 09, 2012, 10:41:08 am »

    ตอนสตาร์ทติดปั๊บจะมีเสียงเอี๊ยดๆๆๆๆๆดังมาก ใช้สเปรย์เอนกประสงค์ฉีดทุกเช้าเสียงก็จะหายไปสัก5-10นาที จากนั้นก็จะค่อยๆดังขึ้นอีกแต่เบากว่าตอนแรกหน่อย แต่ก็ยังเอี๊ยดๆตลอด รถก็ดูดีอยู่หรอกแต่เสียงมันไม่รักษาหน้าเจ้าของเลย สายพานก็ยี่ห้อคอนเทคนะใส่ได้ประมาณ5-6เดือนแล้วก็ยังไม่หายดัง รอกตึงสายพานก็เพิ่งเปลี่ยน ทำไงดีครับ ต้องขัดกระดาษทรายรอก หรือเปลี่ยนสายพานใหม่ดีครับ