• ยินดีต้อนรับ, บุคคลทั่วไป



  • กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก.

    เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

    ตอบ

    Warning: this topic has not been posted in for at least 120 days.
    Unless you're sure you want to reply, please consider starting a new topic.
    ชื่อ:
    อีเมล์:
    หัวข้อ:
    ไอค่อนข้อความ:

    Verification:
    Type the letters shown in the picture
    Listen to the letters / Request another image

    Type the letters shown in the picture:
    ตัวย่อของเมืองหลวงของเรา ๓ ตัว:

    shortcuts: กด alt+s เพื่อตั้งกระทู้ หรือ alt+p แสดงตัวอย่าง


    สรุปหัวข้อ

    ข้อความโดย: germany
    « เมื่อ: พฤษภาคม 10, 2012, 03:03:43 am »

    เท่าที่อ่าน
    จะเป็นแค่ตัวถังเท่านั่นไม่ครับที่ห้าม  ดังนั้นเพื่อไม่ให้กระทบต่อผู้ใช้รถยนต์และรถจักรยานยนต์โดยทั่วไป จึงเห็นควรกำหนดห้ามเฉพาะตัวถังรถยนต์ที่ใช้แล้วและโครงรถจักรยานยนต์ที่ใช้ แล้วเท่านั้น
    การเปลียนเครือง และ การนำเข้าเครื่องยังทำได้เหมือนเดิมไหม

    ]http://www.dailynews.co.th/businesss/2270] วันนี้ ( 17 เม.ย.)



    นายชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมครม.ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบห้ามไม่ให้นำเข้าตัวถังรถยนต์นั่งใช้แล้วและโครงรถจักรยานยนต์ใช้แล้ว เข้ามาในราชอาณาจักร ตามที่กระทรวงพาณิชย์เสนอ โดยออกเป็นร่างประกาศกระทรวงพาณิชย์เรื่อง กำหนดให้ตัวถังของรถยนต์ที่ใช้แล้วและโครงรถจักรยานยนต์ที่ใช้แล้ว เป็นสินค้าต้องห้ามในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร รวมทั้งเห็นชอบไม่ให้มีการรับจดทะเบียนรถยนต์ที่ประกอบจากชิ้นส่วนอุปกรณ์ ของรถยนต์ที่ใช้แล้วทั่วประเทศ ตามที่กระทรวงคมนาคม เสนอ โดยครอบคลุมรถยนต์ 4 ประเภทคือ รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน, รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7คนแต่ไม่เกิน 12 คน, รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลและรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล


    ทั้ง นี้กระทรวงพาณิชย์ชี้แจงว่าปัจจุบันมีประกาศกระทรวงพาณิชย์ว่าด้วยการนำ สินค้าเข้ามาในราชอาณาจักรและประกาศกระทรวงพาณิชย์เรื่องการนำเสินค้าเข้ามา ในราชอาณาจักร เพื่อควบคุมการนำเข้าอยู่แล้วแต่ไม่ควบคุมถึงการนำเข้าชิ้นส่วนและโครงรถ ยนต์และรถจักรยานยนต์ที่ใช้แล้ว ทำให้มีการนำเข้ามาเพื่อหลีกเลี่ยงภาษีกันมาก ขณะเดียวกันหากกำหนดมาตรการห้ามนำเข้าชิ้นส่วนรถยนต์ที่ใช้แล้วหรือชิ้นส่วน ของรถจักรยานยนต์ที่ใช้แล้ว อาจส่งผลกระทบต่อผู้ใช้รถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่ต้องการนำเข้าชิ้นส่วนมาทด แทนส่วนที่ชำรุดหรือเสียหาย ทำให้มีค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมสูงขึ้นไปอีก ดังนั้นเพื่อไม่ให้กระทบต่อผู้ใช้รถยนต์และรถจักรยานยนต์โดยทั่วไป จึงเห็นควรกำหนดห้ามเฉพาะตัวถังรถยนต์ที่ใช้แล้วและโครงรถจักรยานยนต์ที่ใช้ แล้วเท่านั้น รวมทั้งไม่รวมถึงกรณีที่นำเข้ามาเพื่อเป็นต้นแบบในการผลิตหรือศึกษาวิจัยใน ปริมาณเท่าที่จำเป็นด้วย


    นายชลิตรัตน์ กล่าวด้วยว่า ส่วนกระทรวงคมนาคมชี้แจงว่า  ได้ หารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเห็นชอบร่วมกันให้ระงับการจดทะเบียนรถ ที่ประกอบจากชิ้นส่วนอุปกรณ์รถเก่าตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์เฉพาะรถยนต์นั่ง ส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คนและรถจักรยานยนต์ และมอบหมายให้กรมการขนส่งทางบกพิจารณาข้อกฎหมายและรถยนต์ประเภทอื่นที่ระงับ การจดทะเบียนรถดังกล่าวโดยไม่บังคับกับรถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก ซึ่งกำหนดไว้ 4 ประเภท


    ทั้งนี้ครม.ได้มีมติเมื่อวันที่ 27 ธ.ค .54 มอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงคมนาคม เ ซึ่งเห็นชอบตามที่นายกรัฐมนตรีเสนอเกี่ยวกับปัญหาการนำชิ้นส่วนและโครงรถ ยนต์ที่ใช้แล้วเข้ามาประกอบในประเทศ ที่พบว่ามีการนำเข้ามาเพื่อประกอบหรือดัดแปลงเป็นรถยนต์ใหม่ในประเทศ ซึ่งเป็นการใช้ช่องว่างของกฎหมายเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ต้องชำระภาษีอากรที่ เกี่ยวข้อง จึงมอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์เร่งดำเนินการห้ามนำเข้าชิ้นส่วนและโครงรถยนต์ ที่ใช้แล้วและให้กระทรวงคมนาคมระงับการจดทะเบียนรถยนต์ที่ใช้ชิ้นส่วนและ โครงรถยนต์เข้ามาประกอบหรือดัดแปลงเป็นรถยนต์ใหม่โดยเร็วที่สุด เพราะปัจจุบันมีการจดทะเบียนรถยนต์ประเภทนี้ถึงปีละ 4,000 คัน ทำให้รัฐบาลสูญเสียรายได้จำนวนมาก ขณะเดียวกันทำความเดือดร้อนให้กับผู้ประกอบการรถยนต์ด้วย