• ยินดีต้อนรับ, บุคคลทั่วไป



  • กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก.

    เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

    ตอบ

    Warning: this topic has not been posted in for at least 120 days.
    Unless you're sure you want to reply, please consider starting a new topic.
    ชื่อ:
    อีเมล์:
    หัวข้อ:
    ไอค่อนข้อความ:

    Verification:
    Type the letters shown in the picture
    Listen to the letters / Request another image

    Type the letters shown in the picture:
    ตัวย่อรถที่เราใช้สองตัวเป็นภาษาฝรั่ง:

    shortcuts: กด alt+s เพื่อตั้งกระทู้ หรือ alt+p แสดงตัวอย่าง


    สรุปหัวข้อ

    ข้อความโดย:
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    ยินดีด้วยกะคุณชัช จะกลับเข้าบ้านแบบถาวรแล้ว แต่ก็คงต้องทำใจกับสภาพบ้างนะครับ บ้านก้อยังเป็นบ้านของเราอยู่ ดีที่ไม่โดนน้องน้ำพัดเลื่อนลอยไปด้วย ต้องบอกว่า "แฮ๊ปปี้ โฮม รีเทินนิ่ง" ครับ เวลาไม่อยู่บ้านนานๆ พอเข้ากล้ับมาแล้ว มันมีความสุข มั่นใจจริงๆ แม้ว่าสภาพมันจะไม่เหมือนเก่า  ของผมเข้าบ้านพอได้แล้ว ต้องปีนรั้วเข้าบ้านตัวเอง เพราะประตูไม้มันเบ่งตัวคับวงกบ แล้วเดินลุยน้ำเหนือเข่าเข้าในบ้าน แต่ยังเข้าอยู่ถาวรไม่ได้ บางส่วนเช่นใต้ถุนยังมีน้ำเต็ม อยู่นอกบ้านมองเข้าไปแล้วก้อหดหู่ ต้นหมากรากไม้ ยืนต้นตายโหรงเหรง เีสียดายต้นสัก สายพันธุ์ที่เอามาทำเสาชิงช้าใหม่ รับแจกมา กำลังพุ่งสูงทีเดียว ไม่รอด อยากให้น้ำแห้งเร็วๆ จะได้เริ่มเคลียร์ซะที
    13 ธ.ค. 2011 , 00:51:54 น
    ข้อความโดย:
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    ขอบคุณที่เล่าเรื่อง ผมไม่ได้คิดที่จะอาศัยกระทู้นี้โต้ตอบไม่จบหรอกนะครับ ...เพราะเรื่องเหล่านี้ไม่โดนกับตัวเองไม่รู้ และคนอื่นเตือนคงไม่เชื่อทั้งตัวผมและคุณหะมูที่ผมโดนก่อน และผมอ่านกระทูอื่นคุณหะมูก็ยังให้กำลังผู้อื่นที่โดน และก็มีคนอื่นเตือนคุณหะมูเหมือนกัน แต่ก็โดนจนได้ ขอเล่าเรื่องผมก่อน เมื่อตอนน้ำท่วมสมบัติบุรี จากที่มาจากปทุม อยุธยา ที่หมู่บ้านต้นเดือนตุลาได้ทำกระสอบทรายป้องกัน และผมได้อ่านเวปผู้จัดการมีทีมกรุป ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องน้ำได้ลงแผนที่ แนวที่น้ำจะมาและพื้นที่ที่จะจมน้ำ มีบางใหญ่และที่อื่นๆที่ต้องจมน้ำเช่นบางใหญ่จะจม 2-3 เมตร และที่อื่นๆก็ใหล้เคียงกับความเป็นจริงมาก และวันหน้าถ้าการจัดการน้ำไม่ดีพอ แนวนี้คือแนวที่ต้องโดนน้ำท่วมบ่อยๆหรือเป็นขาประจำไว้ผมเมลข้อความและเรื่องทีมกรุฟไปให้เมล์ส่วนตัวของคุณก็ได้ เรียกว่าแม่นกว่าพวกหมอดูฟันธงมากมาย และผมได้   ก็อปปี้เรื่องผังของน้ำท่วมไปให้ อบต. ประธานหมู่บ้าน เขาหาว่าผมไปเชื่อได้อย่างไร จะเอาน้ำที่ไหนมา ผมแจกเป็นสิบก็อปปี้หลายๆคนว่า " อาจารย์ วันนี้จะมีข่าวอะไรบ้าง " ซึ่งผมทีแรกก็เชื่อว่าจะท่วมขนาดนี้ รีบบอกคนอื่นว่าไปจอดบนชั้นดาษฟ้าคาร์ฟูร์ คือบิกซีวันนี้ จอดจนเป็นเดือนน้ำไม่มา จนคนที่หมู่บ้านผมที่ร่วมกันป้องกันน้ำท่วมตายจากการใช้รถเครนยกฝาท่อระบายน้ำหลุดสลิงไปเกี่ยวกับสายไฟ เลยขับรถมาร่วมงานศพทุกวัน จนเป็นเรื่องที่ลำบายและหมดสิ้นของผม ส่วนเพื่อนบ้านที่รถจอดบนคาร์ฟูร์ที่เชื่อผมที่รอดจากน้ำท่วมว่าลงมาทำไม...เลยตอบไม่ถูกเลย แต่มันทำให้ผมเข้าถึงธรรมชาติในตัวเราบางอย่างที่เรารู้สึกได้ว่ามาอยู่กับครอบครัวพี่น้องแล้วอบอุ่น เช่นลูกผมสองคนไปเรียนที่อู่ทองที่น้องผมเป็นอาจารย์ผู้ปกครองโรงเรียน และลูกอีกคนอยู่ที่ท่าม่วง และผมได้ซื้อที่ๆผมชอบที่มีต้นไม้ใหญ่อยู่ในที่ร่วมกับพี่ชายที่ผมว่าจะขายที่ผมบางส่วนมาทำบ้านพักอยู่ที่นี่ และลูกๆก็ชอบความสงบที่นี่ เพราะที่บางใหญ่ผู้คนมากขึ้น รถติด  วุ่นวาย .......
                  วันนี้ผมมาท่าม่วง เอารถตู้กลับบ้านกับลูกที่ผมกลับบ้านมาสองวัน น้ำยังขนาดหัวเข่า แต่เริ่มลง กรมขลได้ส่งท่อสูบน้ำใหญ่มาช่วย และคงต้องซื้อเครื่องฉีดน้ำตอนขากลับ  ขยะเข้าบ้านมากมาย เห็นของแล้วปลง แต่ไม่เครียดเท่าไร บ้านข้างเคียงก็ปลงเช่นกันมีเรื่องเสียดายมากมาย เช่นรูปภาพเก่าๆ หนังสือที่สะสม อีกมากมาย  ของผมนี่หนังสือเรียนลูกทั้งสามละลายในน้ำเลย รูปภาพเก่าๆที่ผมทำฉากหนัง เล่นหนัง ใบโปสเตอร์หนัง ภาพเขียนสมัยเรียน รูปภาพที่ได้รางวัล ประติมากรรมต้นแบบในรอบยี่สิบปี ผุเสียหายหมด ซึ่งวันนี้ผมอายุมากปั้นและเขียนได้เท่าเก่าไม่ได้แล้ว...ไม่ได้คร่ำครวญแต่หัวอกเดียวกันย่อมรู้ครับ.........
                  และความมืดสนิทนี่ละครับที่พวกหัวขโมยไม่ได้กล้ำกรายมาแถวบ้านอีกเลย เพราะกลางคืนมองไปมันมืดมากๆสนิทจริงๆ ไม่เห็นแม้นแต่หลังคาเลย บรรยากาศแบบนี้ขโมยกลัวผี และสัตว์ร้ายครับ ดีที่อย่างอื่นไม่หายตาม วันนี้มองไปฝั่งตรงข้ามเห็นแสงไฟที่ผู้คนกลับบ้านมาบ้าง มีรถลุยน้ำมาบ้าง จากที่มีเรือพาย เรือหางยาว เจ็ทสกีมาวิ่งบนถนนที่เคยมีรถวิ่งส่งเสียงทั้งวัน ...จะได้จำไว้เล่าให้ลูกหลานฟังต่อไปวันหน้า ถ้ามีน้ำมาแบบนี้ขนของไว้ชั้นสองอย่างเดียว ไม่ปูปาเก้ พื้นล่างต้องเป็นกระเบื้องอย่างเดียว ไม่บิ้วอิน อีกมากมาย............
        พรุ่งนี้เข้าบ้านอีกเช่นกัน และตลอดไป............

    12 ธ.ค. 2011 , 22:17:51 น
    ข้อความโดย:
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    ดูๆ ไปแล้ว ประสพการณ์ของคุณเด็กโฟล์ค คุณชัช และผมนี่สาหัสกันคนและแบบนะครับ (คุณ nuimk 3 ไม่ได้เล่าละเอียด) คุณเด็กโฟล์ค โดนปล่อยเกาะ ยังอยู่ในบ้านได้ รถไม่แช่ แต่ขัดสนเรื่องอาหารการกินบ้าง ของผมไม่ได้อยู่บ้าน เพราะบ้านชั้นเดียว อยู่ไม่ได้ บ้านเสียหาย รถแช่น้ำไปสี่คัน แต่ผมหนีออกมาอยู่ที่แห้งได้ อาหารการกินหาซื้อได้ ยกเว้นเรื่องรถรา แต่คุณชัชนี่ ท่าทางผมว่าหนักกว่าเพื่อน ยิ่งได้ทราบเรื่อง เรื่อยๆ แล้ว ความลำบากของผมนี่เลิกคุยได้เลย แพ้คุณชัชหมด ฟ้ังๆ ดู ครบสูตรทุกอย่าง น้ำ ความเสียหาย ความเป็นอยู่ สัตว์ร้าย ถ้าจัดประกวดล่ะก้อผมว่าเรื่องคุณชัชกินขาด หวังว่าตอนนี้คงจะลดระดับลงบ้างแล้วนะครับ ยังไงซะก้อขอให้ปลอดภัยตลอดนะครับ ผมเอาใจช่วยจริงๆ (นี่ผมเพิ่งทราบข่าวรุ่นน้องคนนึง โดนไฟช๊อตกอดกับภรรยาเสียชีวิตทั้งคู่แถวบางบัวทอง) ตั้งแต่เรื่องเล่ารถตู้ มาจนน้ำท่วมนี่ เป็นวิบากของคุณชัชจริงๆ เลยนะครับ  เอาเป็นว่าถ้าได้พักหายใจ หายคอ เข้าที่เข้าทางแล้ว ค่อยนัดกันนะครับ  พรุ่งนี้ว่าจะเข้าไปดูบ้านอีกรอบนึง น้ำน่าจะลดลงเยอะแล้ว ไม่รู้จะเจออะไรอีก
    11 ธ.ค. 2011 , 05:19:04 น
    ข้อความโดย:
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    คุณเด็กโฟล์กและท่านอื่น...ผมอ่านแล้วเข้าใจและว่าจะไม่เข้ามาตอบอีกแต่คำพูดจากใจคนที่น้ำท่วมจะเป็นอย่างนี้ครับ...เข้าใจความรู้สึกเลย...เช่นที่บ้านผมบางใหญ่กว่าจะเดินลุยน้ำออกไปริมถนนใหญ่คือถนนกาญจนาภิเศกที่มีรถมาแจกของใหม่ๆไปก็มีคนมีมูลนิธิมาแจก...พอคิดว่ายังอยู่ได้ มีน้ำมาแจกทีละครึ่งโหล ปลากระป๋อง มามา ร้านค้าไม่มีมาขาย คิดว่ายังอยู่ที่นี่เถอะ อยู่ได้แต่นานๆเข้า ออกไปตั้งความหวังว่าวันนี้ใครจะมาแจก พอมาแจกก็ลุยน้ำไปถึงหมดแล้ว  และการที่เดินลุยน้ำมาสักสองกิโลเมตร ขาชา มือสั่นขนาดกดตัวเลขบนแป้นมือถือยังกดไม่โดนตัวเลขที่ต้องการเลย มือสั่น คอแห้ง อยากกินน้ำเปปซี่น้ำเปล่าก็ไม่อยากกิน และที่ว่า งูตาย ปลาตาย และสัตว์อื่นตายนี่มันผิดน้ำแน่ๆ งูตายนี่เห็นทุกวัน ที่บ้านข้างๆเลี้ยงปลาคาร์ฟตัวละเป็นหมื่นขนาด .50 ซม ตัวโตๆตายยกฝูงมาติดที่บ้านผมเหม็นทั้งวันต้องกลั้นใจไปเขี่ยให้ลอยไปที่อื่น ....โอ้อนาถ........
             และที่ว่าวันหน้าเรามารวมตัวกัน แบ่งปันความรู้สึก ช่วยเหลือกัน แชร์ความรู้สึกกัน จะได้ไม่รู้สึกว่าโดนคนเดียว ( ของผมมีงานต้นแบบประติมากรรมผนังขนาด 3-6 เมตร ต้นแบบที่หล่อปูนพลาสเตอร์เก็บไว้ยังไม่ได้ทำเป็นชิ้นงาน น้ำท่วมมิดชิ้นงาน ปูนยุบไปกันน้ำเสียหายเฉพาะค่านก้หลายๆแสนบาทแล้ว เพิ่งยุบตัวไปเมื่อ4-5 วันก่อนนี้ หลังจากที่ท่วมมาเมื่อ 18 ตค 54 ) และงานเครื่องหนังที่ส่วนหนึ่งทำทุกวันเครื่องมือเครื่องจักรจมน้ำหมดและหนังอีกหลายสิบมัด  นี่กลับไปคงทำใจไม่ถูกเลย และนัดเจอกัน ร้านอาหารที่ง่ายๆ หวังการพูดคุยกันเป็นส่วนใหญ่ งบเฉลี่ยกินกันไม่น่าเกินคนละ 200 ผมว่าคุ้มนะครับ ร้านที่ส่วนใหญ่ระแวกที่พวกเรารวมกันอยู่เป็นส่วนมาก็ได้ วันหน้าเรามีปัญหาเรื่องรถ เรื่องอื่นๆที่ช่วยเหลือกันได้จะได้ส่งข่าวซึ่งกันและกัน หรือสถานที่อื่นก็ตามแต่นัดครับ............
           และที่ว่าน้ำท่วมมากหรือท่วมน้อย ตอนที่ผมจากบ้านมาน้ำที่บ้านสูงท่วมหัว ผมกระโดดจากระเบียงบ้านชั้นสองลงมาพื้นล่าง ตัวยังไม่จมน้ำถึงพื้นคอนกรีตถนนด้านล่างเลย คิดดูก็แล้วกันเนื่องจากกลัวงูที่เลื้อยไปมาอยู่ในบ้านจะฉกกัดเอา เพราะที่บ้านตัดไฟ ปิดบ้านมันมืด ความหวาดระแวงทำให้เราต้องกระโดดไปแบบนี้ ผมที่กว้างเป็นไร่ น่าจะคล้ายๆคุณหะมู ที่ผู้คนมาหาปลากัน ทีแรกก็มีคนหาปลาแถวหน้าบ้าน พอมีข่าวจรเข้ในบ้านผม และงูเห่ากระโดดฉกหมาผมแพร่ไป เลยไม่มีใครมาหาปลาอีกเลย และที่ที่ผมอยู่ริมสระน้ำมิตรประชา สระกว้างร่วม 30 ไร่       เลยเว้งว้างไปหมด น่ากลัวมาก จากไฟฟ้าดูด และจรเข้กัด ( เมื่อผมมาให้เจ้าหน้าที่ไปจับได้ในบ้านผมหนึ่งตัวและที่อาผมที่เป็นที่ว่างเปล่า 2 ไร่อีกสองตัว )
          และอย่าลืมเรื่องรวมตัวกันนะครับ ผมสนใจมาก ยินดีครับ.............

    9 ธ.ค. 2011 , 07:26:58 น
    ข้อความโดย: เด็กโฟล์ค
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    น้ำเริ่มท่วมไล่เลี่ยกัน ผมเริ่มท่วม 21 ต.ค. เวลาประมาณ 5 โมงเย็น แต่น้ำค่อยๆ มา ไม่พรวดพราดเพราะท่วมก่อนที่จะมีการกั้นน้ำ ท่วมทีละนิดๆ ถึง 2 วันน้ำจึงสูงมาถึงระดับเข่า จากนั้นก็มาเรื่อยๆ ค่อยๆ เต็มพื้นที่ทุกถนนหนทาง น้ำไหลแรงพอควร น่ากลัวเพราะผมอยู่ถนนวิภาวดีต่อพหลโยธิน น้ำเต็มถนนทุกช่อง มองไม่เห็นปูนกั้นเลย มันเวิ้งว้างเหมือนทะเลสาบและน้ำตกบางช่วง วันที่ผมลุยไปซื้อของกินเท่าที่เงินจะมี ตอนนั้นท่วมมาได้ 4 วัน น้ำท่วมเป้ากางเกงพอดี (เย็น...จับใจ) วันที่น้ำท่วมสูงสุดเป็นช่วงวันที่ 1-7 พ.ย. สูงไม่มากครับแค่ 1.65 เมตรโดยเฉลี่ย ที่ถนนพหลโยธิน แต่จุดที่ลึกที่สุดผมเพิ่งไปวัดรอยคราบน้ำมาเมื่อไม่กี่วันมานี้ที่เสาไฟฟ้า ท่วมมิดหัวผมไปพอควรก็ราวสัก 1.80 - 2.00 เมตร ผมจำได้ว่าน้ำท่วมสูงสุดอยู่ราว 10 วัน ก็ค่อยๆ ลดลงวันละ 1 นิ้ว 2 นิ้ว ตอนนี้ที่ผมอยู่ น้ำแห้งได้กว่าสัปดาห์แล้วครับ ท่วมมา 41 วันพอดี นับถึงวันนี้ที่ยังออกไปไหนไม่ได้ก็ 50 วัน เพราะผมอยู่บนที่สูงกว่ารอบข้าง แต่รอบข้างยังท่วมอยู่ ปากทางลำลูกกา ยังกว่า 40 ซม. ไปไหนไม่ได้เหมือนเดิม เอทีเอ็มยังไม่มีให้กดเงิน ร้านสะดวกซื้อเปิดมาได้ 10 วันแล้ว ไม่มีน้ำเปล่าขาย ไม่มีบะหมี่ ปลากระป๋องขาย และไม่ได้เปิด 24 ชม. น่ะครับ เปิดเช้า ปิดค่ำๆ พนักงานใส่กางเกงขาสั้น รองเท้าบู้ท ตลกดี

    ผมจำได้ว่าน้ำท่วมแถวบ้านผมก่อนคุณหะมูกว่า 1 สัปดาห์ อีกไม่นานแถวนั้นก็คงแห้ง ตามๆ กันไป ทนมาแล้วนี่ครับก็ต้องทนให้ถึงที่สุด

    ค่าใช้จ่ายคือสิ่งที่เหลือเชื่อครับ สำหรับผมค่าใช้จ่ายช่วงน้ำท่วมหมดไปกับการกินแบบประทังชีวิตอย่างเดียว ไข่ต้ม(ไข่ใบล่ะ 7-9 บาท) บะหมี่แห้ง(ซองล่ะ 7-9 บาท)ปลากระป๋อง (20-25 บาท) ข้าวสาร( 5 กก. ขายสูงกว่าราคาหน้าถุง 50 บาท) พริก น้ำปลา มะนาว(ราคาไม่สูงมาก แต่สูงกว่าปกติ) กล้วยน้ำหว้า (30-45 บาท) ไม่มีอะไรเสิศหรู กินอาหารแจกบางมื้อ ตลอด 30 วัน เหมือนว่าจะได้ข้าวกล่องแจกเพียง 9-10 กล่องเท่านั้น คงพอล่ะน่ะท่าน...แต่ก็ยังดีที่อาหารบางอย่างกินน้อยๆ เก็บไว้กินวันรุ่งขึ้นได้อีกหน่อย ประทังไปได้ ค่าใช้จ่ายอาหารแบบนี้ โดนไป 6 พันกว่าบาท น่าเชื่อไหมครับว่ากินอาหารพื้นๆ แบบนี้ 6 พันบาท อาหารคนจนหรือครับท่าน

    น้ำแห้งแล้วก็ใช่ว่าจะกลับสู่ภาวะปกติทันที ถนนจะเต็มไปด้วยขยะ ปลาตาย มีงูตายด้วย ตะไคร่น้ำ ขี้โคลน เละเทะไปหมด น้ำมันเครื่องไหลเจิ่งนองจากรถที่เข็นขึ้นมาจากน้ำ ผมเดินไปสำรวจมาแล้วเกือบทุกวัน เหม็นมากครับ ปล่าเน่า งูเน่า ตัววรนุช วิ่งกันให้พล่าน มองเผินๆ คิดว่าจระเ้ข้ อย่างน้อยต้องอีก 2 สัปดาห์จึงจะเข้าสู่ภาวะที่สัญจรได้ปกติ

    เอาไว้น้ำลดหมดนัดมาเจอกันก็ได้ครับ เล่าความทุกข์ระทมของแต่ละท่านออกมาจะได้ระบายมันออกไป ไม่เป็นโรคเครียด ไม่อึดอัด มีเพื่อนร่วมชะตาเดียวกัน

    น้ำท่วมเป็นภัยธรรมชาติ แต่น้ำขังอยู่นาน เป็นภัยที่มนุษย์ทำให้มันเป็นครับ ไม่ว่าจะอย่างไรผมก็ยังเชื่อแบบนั้น

    8 ธ.ค. 2011 , 23:30:58 น
    ข้อความโดย:
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    อีกครั้งนะครับ ดูในหน้าเฟชบุคของผมก็ได้ เรื่องที่ผมลงช่วยดู   " โพสก่อนหน้า" เรื่องต้นๆตอนที่ผมยังติดอยู่ที่บ้านโพสไว้ ท่านที่ดูหน้านี้จะได้รู้จักผมกว่านี้ ..........
    และท่านใดมเล่นเฟชบุคเรามาสมัครเป็นเพื่อนกันดีกว่า ...เดิมทีผมไม่ได้ใช้ประโยชน์จากเฟชบุคเลย จนเมื่อน้ำท่วมนี่ละที่ได้ใช้และรู้ประโยชน์ของมัน และผู้ที่เราพบปะบอกเรื่องราวของตัวเราตัวเขา ทำให้ไม่เหงา ตอนที่มาอยู่ท่าม่วงก็ได้ใช้ประโยชน์ตรงนี้ยางเหงา คิดมาก ดูหน้าต้นๆนะครับ ผมได้มีรูปรถ การเคลื่อนย้าย ประวัติเรื่องราว  อื่นๆ และหน้าตาผม และรถผมด้วย วันหน้าพบปะกลางทางจะไดทักทายกันถูก เข้ามาทำความรู้จักกันนะครับ.........

    http://www.facebook.com/profile.php?id=100000245452022&ref=tn_tnmn

    และเวปประจำตัวผม ตอนนี้ปรับปรุงข้อมูลนะครับ...........

    http://www.chachhuta.com/

    เชิญเข้ามาดูนะครับ....ขอบคุณครับ


    8 ธ.ค. 2011 , 07:37:10 น
    ข้อความโดย:
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    ดีใจนะครับที่เพื่อนร่วมชะตากรรมยังสมารถติดต่อได้ และท่านอื่นๆที่ช่วยแชร์ความรู้สึกของผู้ศูยน์เสีย  บ้านผมอยู่หมู่บ้านมิตรประชาติดกับบางใหญ่ตอนที่ผมมาท่าม่วงหลังจากที่ส่งลูกเมียมาก่อนหลังจากทนอยู่กับน้ำทั้งครอบครัวร่วมสิบวัน ดูว่าจะไม่ลดแล้วเมื่อน้ำไปท่วมที่อื่นทางผู้ที่มาช่วยเหลือประกาศวา ให้ผู้ที่อยู่ในบ้านไปอาศัยศูยน์อพยพ หรือที่อื่นที่ปลอดภัย ถ้าท่านอยู่ในบ้านวันหน้าอาหารการกินจะไม่มีใครเอามาให้เพราะน้ำได้ไปท่วมที่อื่นกำลังผู้ที่มาช่วยคงไม่สามารถนำอาหารการกินมาให้ท่านได้ทุกวัน เพราะน้ำกำลังมาเรื่อยๆไม่รู้ว่าวันใดจะลดลง ขอให้เข้าใจตามนี้ พรุ่งนี้พวกเราจะมาเป็นวันสุดท้ายเละจะขนย้ายพ่อแม่พี่น้องไปขึ้นรถทหารที่มาช่วยเหลือ เลยคิดได้ให้ครอบครัวไปก่อน กะว่าจะอยู่คนเดียวเฝ้าบ้านให้พี่ชายซื้อเรือแต่หาไม่ได้ ลำละ 8000 แต่ไม่มีของ ทนอยู่น้ำไฟไม่มี กว่าจะจ่ายไฟและน้ำอีกร่วมสิบวัน และมันน่ากลัวขึ้นเรื่อยๆ จากมีงูเข้าบ้าน จรเข้เข้าบ้าน โจรคอยเรียกกลางคินว่าอยู่ไหม ดีที่บ้านข้างๆมีลูกน้องอยู่และสาดไฟสปอร์ไลฟ์เลยไม่มีใครกล้าผ่าน นานๆเข้าพี่ชายสั่งเลยว่าให้ออกมาเถอะ อย่าไปเสียดายของ เอาชีวิตไว้ เหลือเท่าไรช่างมัน ถึงคราวทำให้คิดได้ และรถที่จอดไว้ที่บางใหญ่ ทำท่าจะจมน้ำไปอีกคัน จึงพยายามมาครับ ตอนนี้อยู่ท่าม่วง กาญจนบุรี ..
      ผมไปบ้านประมาณสิบวันครั้ง ตั้งแต่ออกมาเมื่อ 23 ตุลาคม 54 นี่จะสองเดือนแล้ว เอาอาหารไก่ไปให้มัน และดูน้ำด้วย ตอนนี้ที่บางใหญ่ซิตี้คึกคักแล้ว เข้าสู่ปกติ มีบางจุดที่น้ำท่วมขัง ตอนที่ผมกลับไปก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 30 พย ขาไปยังไปยืมเรือพายไปได้ ขากลับเขาเริ่มสูบน้ำเริ่มแห้งมาเรื่อยๆ....จนทั่วบางใหญ่ แต่ที่หมู่บ้านผมต่ำกว่าบางใหญ่ร่วม80-90 ซ.ม เพราะเป็นหมู่บ้านที่เกิดก่อนบางใหญ่ เช่นเดียวกับคูณหะมู จึงท่วมขังนาน และถนนตรงคลองถนนที่ปากทางมีปั้มเจทน้ำในคลองยังล้นถนนอยู่ หมู่บ้านบัวทองก็ยังท่วมร่วมเมตร นี่โรงเรียนประกาศเปิดเรียนวันที่ 13 ไม่ทราบว่าจะไปอย่างไร และหมู่บ้านข้างในนี้มีเป็นสามสิบหมู่บ้านเดินทางลำบากกว่าผมอีกมาก....
          เมื่อวานไปแล้วกลับมาที่ขนส่งสายใต้ มาท่าม่วง รถเมืองกาญจน์วิ่งอย่างที่เคยวิ่งมาพุทธมณฑล สาย 4-สาย 5 น้ำยังท่วมอยู่มากตลอดทาง แต่รถใหญ่วิ่งได้สบายเพราะน้ำมีแต่ลด และยังมีรถกะบะและเก๋งที่ใจสู้วิ่งได้ครับ คงไม่น่าจะเกินปีใหม่น้ำน่าจะแห้งหมดครับ ...ไม่ใช่การจัดการน้ำเท่าไร อยู่ที่การเปิดประตูระบายน้ำให้กว้างขึ้นครับ บ้านเดิมผมอยู่ริมคลองบางกอกน้อยเมื่อเด็กๆน้ำท่วมทุกปีจากที่น้ำจะหลากในเดือนตุลา จนพย น้ำจึงลด น้ำท่วมประจำจำไว้ว่าขีดด้วยสีไว้ที่ข้างบ้านว่าปีไหนน้ำมากเท่าใดก็ขีดไว้ บางปีก็เขียนไว้ว่าปีนี้น้ำไม่ท่วม เพราะผมอยู่บ้านที่น้ำท่วมจนระอา ส่วน น้าผมอายุร่วม 90 ยังอยู่ริมคลองบางกอกน้อยวันนี้แปลกไหมที่บ้านอยู่ริมคลองน้ำไม่ท่วมครับ ทั้งๆที่ผมคิดว่าน้ำน่าจะท่วมชั้นล่างไปหมดแล้ว...นี่เป็นผมจากการจัดการน้ำ ..
                  คุณGolf 3 Van บอกว่าอย่าโกรธสายน้ำ ผมไม่โกรธครับ แต่ผมโกรธรัฐบาลที่ไม่บอกความจริงที่ถูกต้อง ถ้าน้ำมาขนาดนี้ท่วมมิดหัวคน บอกให้รีบเก็บของให้ปลอดภัย แล้วรีบเตรียมตัวย้ายดีกว่าบอกความจริงและขอโทษประชาชนเรื่องจัดการน้ำผิดพลาด ผมจะไม่โกรธเลย นี่สุขภาพจิตเสียไปหมด หวาดระแวงเกิดขึ้น ใครน้ำไม่ท่วมบ้านไม่รู้ครับ ต้องโดนด้วยตัวเอง ทีแรกผมยังไม่คิดว่ามันจะมากขนาดนี้เพราะฝนตกก็เฉลี่ยใกล้เคียงกันทุกปีโดยรวม ( ดูจากสถิติฝนตกจากกรมชลประทาน และไฟฟ้า และคณะที่เชี่ยวชาญการจัดการเรื่องน้ำ ไม่ใช่สถิติข้อมูลเสื้อแดงที่มาอ้างนะครับ )
      และขอขอบคุณท่านอื่นด้วยที่มาเล่า ให้กำลังใจ ความรู้สึก เขียนมาแชร์ลงอีกก็ได้นะครับ เป็นความเอื้ออาทรที่เรามีต่อกัน ที่เราที่ไม่รู้จักหน้ากันในบอร์ดโพสนี้ที่มีความรู้สึกเป็นห่วงซึ่งกันและกัน และชะตากรรมเดียวกัน ...ขอบคุณครับ....

    8 ธ.ค. 2011 , 07:19:57 น
    ข้อความโดย: Golf 3 Van
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    เมื่อวันก่อนผมดูประกาศตัวหนึ่ง ประมาณว่าเราอยู่กับสายน้ำตั้งแต่เกิดจนตาย

    ตอนเด็ก โกนผมไฟ ก็เอาผมไฟไปลอยกับสายน้ำ

    ตอนตาย เข้าเตาไฟ ก็เอากระดูกไปลอยอังคารกับสายน้ำ

    แม้ว่าบางที สายน้ำจะพลัดพรากสิ่งสำคัญไปจากเรา แต่หลายครั้ง สายน้ำก็นำสิ่งสำคัญมาให้เรา

    ขอให้เราอย่าโกรธสายน้ำ แต่ขอให้อยู่ร่วมกับสายน้ำอย่างเป็นธรรมชาติ

    เป็นกำลังใจให้ทุกคนนะครับ

    8 ธ.ค. 2011 , 05:29:43 น
    ข้อความโดย:
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    ขอบคุณคุณชัช ที่ยังติดตามข่าวคราว สถานะการณ์ด้านอ้อมน้อยของผมก็ยังคล้ายกับของคุณ nuimk 3 ครับ ล่าสุดเมื่อวันจันทร์ลองเข้าไป ได้ใกล้บ้านที่สุด ก้อต้องลุยน้ำขนาดเกินเข่าอีกสักสามร้อยเมตร น้ำในบ้านเกือบถึงอก เพราะบ้านผมเป็นแอ่ง(ปลูกก่อนชาวบ้านเค้า) รถก้อถูกลูกหลานเด็กแถวบ้านช่วยลากไปอยู่ที่ดอนแล้ว แต่ยังไม่มีโอกาสได้เข้าไปดูเลย แวะเข้าไปแต่ละครั้งต้องรีบกลับ เพราะอาศัยรถคนอื่น ได้แต่ใช้โทรถามไถ่วานเด็กเป็นธุระให้ ช่างพงษ์ที่ตลาดเก้าแสนก้อยังคงเข้าอู่ไม่ได้ คงต้องรออีกสักสาม สี่วันครับ ตอนนี้ก็วานเด็กให้เอาน้ำมันเครื่องเติมให้ล้นไว้ก่อน ถ้าได้ลากไปอู่ ก้อคงต้องพึงช่าง แต่อะไรที่ทำได้เองก้อคงต้องลงมือเองแบบคุณ nuimk 3 อ่ะครับ แต่ห่วงบ้านมากกว่าแล้วตอนนี้ กำแพงทีล้มไปทำให้มีชาวประมงถือวิสาสะเข้ามาทั้งตก ทั้งยิง ทั้งวางแห หลังบ้านหน้าตาเฉย เราเข้่าบ้านเค้าก็ทำเป็นไม่เห็น แต่ดีใจที่เครื่องฉีดน้ำแรงสูงซิซาโน ซื้อไว้ยังไม่ได้แกะกล่องยังอยู่ไม่โดนน้ำ น่าจะพอช่วยทำงานได้บ้าง มหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าบางมด ที่ลูกชายเรียนอยู่ก็กรุณามาก จัดชุดทำความสะอาดมาให้ พร้อมจะเตรียมน้ำยาราอะเวย์ให้อีก (แต่ผมยังไม่เจอรามากนะครับ) วันก่อนก็เอาพวกผงอี.เอ็ม.เข้าไปโรยๆ ไว้ในบ้าน เพราะน้ำมันไม่เคลื่อนไหวเหมือนนอกบ้าน แต่ที่ตกใจอีกอย่างคือพบว่าเครีื่องปั๊มน้ำมิตซู มันโดนกระแสน้ำพัดจนตกจากที่ตั้ง ทำให้ท่อประปาหัก ทีแรกลองเปิดน้ำไม่เห็นน้ำไหล นึกว่าเค้าตัดน้ำ เดินดูรอบบ้านถึงเจอว่าท่อที่ติดกับปั๊มมันหัก รีบไปปิดวาล์วหน้าบ้าน ไม่รู้ค่าน้ำจะเท่าไร เดือนนึงเต็มๆ แล้วครับ  ไปเที่ยวนี้ค่อนข้างกลัวครับ เด็กบอกเค้ายิงจระเข้ได้แถวสายห้า หลังบ้านกอผักตบสูงกว่าหัวผมอีก แล้วตอนรั้่วหลังบ้านล้ม น้ำมันเข้าทางหลังมาออกทางหน้า กลัวมันตามน้ำหลงเข้ามาจัง ปลามีให้เพียบ เพราะบ้านผมไม่เคยตกปลา เต่าก็ตัวใหญ่ๆ ตอนนี้เห็นคนนอกที่เราไม่รู้จักเข้ามาหาจับในเขตบ้านเราแล้ว เคืองจริงๆ แต่ก้อไม่อยากไปไล่ เพราะเราก้อไม่ได้อยู่เฝ้าบ้าน  อ่านที่คุณชัชเล่าเรื่องเพื่อนที่นครปฐมแล้ว ผมก้อดีใจที่ไม่ใช่คนที่คิดแบบนั้นคนเดียว นี่ได้ยินเป็นท่านที่สามแล้ว ใครจะนึกว่ามันจะมาแบบนี้ คนที่ไม่ประมาทแถวบ้านก่ออิฐบล๊อกสูงสามสี่ก้อนยังง่อย นับประสาอะไรกับบ้านผม มีแต่ถุงดินกับถุงยางมะตอยคลุก ถ้าจะประมาทก็ประมาทที่ไม่ย้ายออกไปก่อนหน้า  ขออภัยเพื่อนท่านอื่นๆ ด้วยที่เขียนยาว กระทู้นี้ก้อปรับทุกข์กันน่ะครับ คุณเด็กโฟล์คคงจะออกจากที่สูงได้แล้วนะครับ
    ตอนนี้ผมเป็นง่อยอยู่ ไปไหนมาไหนไม่ค่อยได้ ขึ้นรถเมล์ที ต้องคอยควักแบ็งค์ยี่สิบไว้ให้กระเป๋า เพราะจำไม่ได้สัีกทีว่า ไอ้สี่แดงเก็บเท่าไร สี่น้ำเงินเก็บเท่าไร จำแต่ถ้่าเป็นรถแอร์จ่ายสิบสองบาท อิอิ  เห็นผู้โดยสารบางท่านขึ้นมาถือบัตรประชาชนมาด้วย (ส.ว.) ได้เราเขินแฮะ บางทีเค้าเห็นเราผมขาวๆ ก็สะกิดให้นั่งซะอีก  ยังไงก็ตั้งใจไว้แล้วว่าถ้าพอทำรถให้ขับได้ จะแวะไปเจอะเจอคุณชัช คุณ nuimk3 และคุณเด็กโฟล์คด้วยครับจะได้เม้าท์กันถนัดๆ ขอบคุณครับ

    8 ธ.ค. 2011 , 00:59:24 น
    ข้อความโดย: สาวเจียงฮาย
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    อ่านแล้วก็ เห็นใจทุกท่านที่ประสบภัยค่ะ ทั้งรถและเจ้าของรถ  สู้ ๆ นะคะ
    7 ธ.ค. 2011 , 20:21:02 น
    ข้อความโดย: เด็กโฟล์ค
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    อย่าคิดมากเลยครับ ฟ้องรัฐบาลให้ล่มจ่มไปเลย เอ๊ย ไม่เอาอย่าไปทำแบบนั้นเลย ลองคิดทฤษฎีใหม่น่ะครับ น้ำเท่าเดิม แต่ กทม.และรอบๆ ต่ำลง น้ำเลยท่วมสูงขึ้น คราวหน้า กทม. ก็ต่ำลงอีก น้ำก็จะสูงขึ้นอีก ตอนนี้ไปได้ถึงลาดพร้าว คราวหน้าไปถึงไหนดี...
    ดอนเมือง ปากทางลำลูกกา วันนี้ยังเกือบ 1 เมตรครับ เกือบ 50 วันแล้วที่ติดแหง็กไปไหนไม่ได้ อู่ช่างกรเป็นไงบ้างก็ไม่รู้ ท่าทางหนักไม่น้อย

    6 ธ.ค. 2011 , 15:36:38 น
    ข้อความโดย: ....
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    ปีนี้ท่วมหนักจริงๆครับ เมื่อตอน2485ก็ว่าท่วมเยอะแล้วนะ มาปีนี้เยอะจริงๆ แต่สมัยก่อนยังไม่ค่อยมีตึกเยอะเหมือนสมัยนี้ เวลาไปไหนมาไหน ก็ยังใช้เรือกัน ก็เลยไม่ลำบากเหมือนสมัยนี้ที่ใช้แต่รถ ยังไงก็เตรียมตัวไว้ให้พร้อมแล้วกันนะครับ เพราะครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งสุดท้าย และคิดว่าคงไม่ทิ้งช่วงห่างมากนัก
    6 ธ.ค. 2011 , 13:06:20 น
    ข้อความโดย:
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    คุณ KKK ราคาใกล้เคียงกับที่ผมว่ามาเลย เพราะที่เขาทำนี่อยู่พนมทวน และนครปฐม กำแพงแสน และทรายราคาคิวละ 1000 บาทกรอกให้โดยรัฐจัดหาถุงมา 1 คิว คิดเป็น 20 ถุงทรายเฉลี่ยถุงละ 50บาท ที่รู้เพราะผมมาซื้อที่แห่งใหม่ที่ท่าม่วง ในกลุ่มที่ทำทรายนี่ขายที่ดินด้วยแต่ผมไม่ได้ซื้อจากเขา ซื้อจากชาวบ้านครับ..เลยรู้จักผู้ขาย...รวยละครับงานนี้น้ำเลยเลิกท่วมยาก ทดกันไปทดกันมา กว่าน้ำจะไหลไปหมดอยู่บนบกได้เป็นเดือนๆ...ปีหน้าจะทำแบบนี้ใหม่หรือเปล่า เพื่อไทยหรือเพื่อใคร คือคำตอบครับ.......
    6 ธ.ค. 2011 , 12:56:03 น
    ข้อความโดย: KKK
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    ผมทำงานอยู่ในบริษัทขนาดใหญ่ที่พอจะบริจาคทั้งถุง Big bag และวัสดุที่ใชกรอกแทนทรายได้ เบื้องต้นทาง รัฐบาลติดต่อขอรับบริจาคมาจำนวนหนึ่ง ได้เตรียมการและกำหนดการขนส่งโดยทางรถไฟเรียบร้อยแล้ว ก็รอมาเรื่อยๆ ทางรัฐบาลแจ้งว่าน้ำท่วมทางรถไฟขนส่งไม่ได้ แต่มีบางท่านเดินทางโดยรถไฟเข้ากทม. แทนการใช้รถยนต์เนื่องจากน้ำท่วมถนนจริงๆ ท่านผู้นั้นบอกว่ารถไฟเดินทางได้ตามปกติ รอส่ง Big bag ให้รัฐบาลนานจนหายเงียบไป มาทราบกันภายหลังว่า ศปภ.ไปติดต่อซื้อ Big bag พร้อมหินฝุ่น ในราคาถุงละ 3 พันบาท ซึ่งจริงๆแล้วต้นทุนโดยรวมไม่เกิน 1 พันบาท แล้วส่วนต่าง 2 พันบาท มันไปอยู่ที่ใคร การจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีพิเศษเช่นนี้ มีเศรษฐีใหม่เกิดขึ้นกันหลาบคน แต่ที่เดือดร้อนคือประชาขนตาดำๆ " เอาอยู่ค๊า ๆๆๆๆๆๆๆ "
    6 ธ.ค. 2011 , 12:45:21 น
    ข้อความโดย:
    « เมื่อ: เมษายน 01, 1998, 09:56:35 am »

    ขอบคุณครับที่มาบอกกล่าว ...ท่านอื่นๆด้วยที่มีประสบการณ์ที่ต้องจำใจไปตลอดชีวิติที่ครั้งหนึ่งเราโดนน้ำที่ให้คุณประโยชน์ทำร้ายเราโดยมนุษย์จัดการในสิ่งที่ผิดพลาดทำให้เกิดความเสียหายขึ้น ผมว่าถ้าปล่อยตามธรรมชาติน้ำคงไม่ท่วมร่วม สองเมตร เช่นผม และสามเมตรเช่นที่เมืองเอกและที่อื่นๆ...บ้านเพื่อนผมที่เมืองเอกชายคาชั้นหนึ่งละครับ ขนาดที่ยกพื้น .80 ซม.แล้ว มาอยู่ที่เมืองกาญจน์ได้รู้จักกับเจ้าที่กรอกทรายลงถุงบิคแบ็ค ราคาถุงละ 2,880 บาทรวมถุงและค่ากรอกไม่รวมค่าขนส่งทางศปภ.จัดการขนส่งเองตามแต่จะไปไว้ที่ไหน ส่วนค่ายกลง ได้ความว่าถุงละ 500 บาทครับ คงรู้ละครับว่าบิคแบคขยันวางกันจัง...น้ำทางดอนเมืองที่อยู่ด้านในและส่วนอื่นที่ไม่ได้อยู่ริมถนนใหญ่ยังท่วมอยู่ไม่มากก็น้อย ถ้าปล่อยๆไปผมว่าท่วมไม่ขนาดมิดรถละครับ และน่าจะจบไปนานแล้ว ...ผมถ้าเข้าบ้านยังวางตัวและงานไม่ถูกเลยนี่สั่งเสปย์ไป 1 โหล 1200 บาทไปพ่นเครื่องจักรเคลือบไว้ก่อนที่โผล่พ้นน้ำแล้วที่ยังไม่พ้นก็จะถอดออกไปแช่น้ำแล้วถอดตัวเครื่องจักรในน้ำ..แล้วแช่ในน้ำมันเครื่องละครับ ( จักรและอุปกรณ์การเย็บหนัง ) ...เล่าเรื่องน้ำท่วมรถและอื่นๆมาบ้างนะครับ......
    6 ธ.ค. 2011 , 10:47:31 น