Made with Tripod.com

วิธีรักษาสีรถให้สวยทนทาน

โดย คุณกฤษฎี ด่านเพ็ชรดำรง (Krissadee_d@compex.co.th)


ปัจจุบันนี้ นอกจากที่คนไทยจะต้องประสบกับ ภาวะวิกฤติทางเศรษฐกิจ ที่ถีบตัวสูงอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน อันมีผลทำให้ค่าครองชีพของเรา ต้องสูงตามไปด้วยอย่างไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ สำหรับผู้ใช้รถยนต์นั้น นอกจากค่าน้ำมันรถ , ค่าประกัน , ค่าอะไหล่ และชิ้นส่วนต่างๆ อีกมากมายหลายอย่าง เมื่อถึงระยะเวลาหนึ่งที่จะต้อง ไปทำสีใหม่นั้น ก็ดูจะเป็นเรื่องใหญ่ เพราะค่าทำสีรถยนต์ในปัจจุบันนี้ มีราคาค่อนข้างสูงทีเดียว
ก่อนที่เราจะมาคุยกันใน เรื่องความทนทานของสีนั้น เราต้องมาแบ่งระดับของ รถยนต์กันก่อน ซึ่งสามารถแบ่งได้ 3 ระดับ ด้วยกันคือ

1. รถยนต์คุณภาพดี ราคาแพง
2. รถยนต์คุณภาพปานกลาง ราคาไม่สูงมากนัก
3. รถยนต์คุณภาพตลาด ราคาต่ำสุด

สำหรับเรื่องคุณภาพสี ที่ผู้ผลิตได้เลือกผลิตภัณฑ์ ที่นำมาผลิตจำหน่าย คุณภาพลดต่ำลงมาตามลักษณะ ของการใช้งาน จะเป็นมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง โดยตรงกับเรื่องของ
ความทนทาน ลักษณะการใช้งาน โดยทั่วไปคือไม่ทิ้งขว้าง อยากจอดตรงไหนก็จอด โดยไม่ใส่ใจว่าสภาพแวดล้อม ที่รถยนต์ไปจอดจะทำอันตรายสี เช่น ในที่ที่มีฝุ่นมาก
มีละอองสิ่งสกปรก เขม่าควันตกมาใส่ มียางไม้ใบไม้ คือไม่จอดในที่ที่มีมลพิษ มากๆประการหนึ่ง ประการต่อไป คือเวลากลางคืน ควรจอดใต้หลังคา ไม่จอดกรำน้ำค้าง กรำฝน เพราะเป็นที่ทราบกัน ดีอยู่แล้วว่ากรุงเทพมหานครนั้น ประสบกับปัญหามลภาวะทางอากาศ และมลพิษทางสิ่งแวดล้อม มากมายเพียงใด เพราะฉะนั้นฝนที่ตกลงมา หรือน้ำค้างที่ตกในเวลากลางคืน เมือมารวมกับความชื้นแล้ว จะทำอันตรายกับสีรถ เจ้าของรถยนต์จึงควร หลีกเลี่ยงสภาพดังกล่าว ในเมื่อเราไม่สามารถหนีสภาวะ แวดล้อมบนถนนที่มีเขม่าควันไอเสีย และสภาวะแวดล้อมดังกล่าวไม่ได้ แต่เราก็มีทางแก้ผ่อนหน
ัก ให้เป็นเบาได้สหรับรถยนต์ในกรุงเทพ คือ การเอาใจใส่ปรนนิบัติ บำรุงสีรถยนต์ ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 3 ประเด็น คือ อายุ ความทนทานของสี กับสภาวะแวดล้อมที่ไม่ค่อยดี และการปรนนิบัติบำรุงสี ถ้าทั้ง 3 ประเด็นที่เกี่ยวพันกัน เป็นตัวกำหนดอายุของสี อยู่ในสภาพปานกลางค่อนข้างดี เราก็พอจะสรุปอายุการใช้งาน ได้ดังนี้คือ

1. รถยนต์ราคาแพง คุณภาพสูง ความทนทาน 10 ปีเป็นอย่างน้อย
2. รถยนต์คุณภาพปานกลาง ความทนทานควรทนได้ 5 ปี
3. รถยนต์คุณภาพตลาด ความทนทาน 2-3 ปี

คุณภาพสีที่โรงงานพ่นมาให้เรานั้น เราไม่มีทางเลือก ไม่มีทางแก้ไข และมันก็ขึ้นกับราคารถยนต์ สภาวะแวดล้อม เราก็ไม่มีทางเลือกเช่นกัน ทั้งสถานที่ทำงาน และบ้านที่เราอาศัยอยู่ คงมีทางเลือกเดียว คือ การปรนนิบัติบำรุง รักษาสีรถยนต์ให้ดีที่สุดเท่านั้น ที่ผู้ใช้รถยนต์จะช่วยทำให้สีทนได้ ในทางปรนนิบัติบำรุงรักษา สีรถยนต์ให้ทนทานนั้น แนวทางที่จะแนะนำให้ไปปฏิบัติได้ ถ้าจะพิจารณาเป็นเรื่องๆไป ก็สามารถทำได้ดังนี้ เรื่องสภาวะแวดล้อม ถ้าใกล้ที่ทำงานมีโรงงาน ปล่อยมลพิษทางอากาศ ซึ่งเขาก็ไม่อยากปล่อย แต่ก็จำเป็นต้องปล่อยออกมา และทำให้มีผลกระทบกับรถเรา เช่น เลิกงานออกมามีเขม่า โรงงานมาเกาะสีรถมาก ฝุ่นละอองมาตกบนตัวถังรถมาก ก็เป็นเรื่องที่เราต้องเอาใจใส่ ปรนนิบัติบำรุงให้ดี เพื่อต่อสู้กับสภาวะแวดล้อม ที่แย่อย่างนั้น ในเรื่องนี้ เราควรมีไม้ขนไก่ ปัดออกก่อนการใช้รถยนต์ เพราะอย่าลืมว่าเขม่า ละอองสิ่งสกปรก โดยความชื้น หรือ เข้าไปซอกเล็กซอกน้อย อาจเป็นกรดเป็นด่าง ทำอันตรายสี เราต้องพิจารณาสภาวะแวดล้อม นั่นเป็นประโยชน์ในการปกป้อง หรือการปรนนิบัติขั้นต้นต่อไป
การปรนนิบัติบำรุงขั้นต้น คือ เลือกผลิตภัณฑ์รักษาสี คือ ขี้ผึ้งรักษาสีรถที่คุณภาพดี และล้างทำความสะอาดเอาใจใส่ให้มาก ทำการล้างด้วยแชมพูล้างอย่างถูกต้องและถูกวิธี 
แต่ถ้าท่านเจ้าของรถยนต์ มีเวลาเอาไปเข้าเครื่องล้างได้บ่อยเพียงใด เอาไปจ้างสถานีล้างขัดสีที่อยู่ใกล้บ้าน ใกล้ที่ทำงานจะทนกับค่าใช้จ่ายไหวหรือไม่ ทางออกในเรื่องนี้คือ การช่วยปรนนิบัติบำรุงรักษาด้วยตนเอง ซึ่งภาษาอังกฤษเรียกว่า ดี ไอ วาย ( DIY ) หรือ Do it Yourself
การทำ ดี ไอ วาย ขึ้นอยู่กับขนาดของรถยนต์ ถ้าเป็นรถขนาดเล็ก ก็ง่ายไม่หนักแรง รถขนาดกลางก็เต็มกำลัง เป็นเครื่องออกกำลังกายที่ดี ถ้าเป็นเครื่องขนาดใหญ่ ก็ค่อนข้างหนักแรง สำหรับสุภาพบุรุษนั้นค่อนข้างสบายๆ แต่ถึงแม้เป็นสุภาพสตรี ก็สามารถทำเองได้แน่นอน ในรถขนาดกลางกับขนาดเล็ก เพราะการทำปรนนิบัติบำรุง รถยนต์ที่ทำเองนั้น ปัจจุบันมีเครื่องมือช่วย และวัสดุที่ใช้คุณภาพดีไม่หนักแรง รู้วิธีทำงานอย่างมีเทคนิค แล้วลองหาซื้อเครื่องมืออุปกรณ์ที่ถูกวิธี จะสนุกและภาคภูมิใจ ในผลงานที่ตนเองทำ แถมยังได้งานคุณภาพดีอีกด้วย สำหรับค่าเครื่องมือ
เครื่องใช้ ก็มีแปรงล้างรถแบบมีน้ำออกที่แปรง ข้อต่อท่อน้ำ ท่อน้ำประมาณ 1,000 บาท ฟองน้ำ ชามัวร์เช็ดรถ ผ้าเช็ดมือ ประมาณ 1,000 บาท อย่างแปรงล้างรถ ถ้าใช้มือเดียว ใช้ถูกวิธี เก็บถูกวิธี 10 ปีก็ยังใช้ได้ ฟองน้ำกับชามัวร์ก็ประมาณ 5 ปี ใช้งานสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ปีละ 104 ครั้ง ความสิ้นเปลืองของเครื่องมือเอา 2,000 ตั้ง หารด้วย 104 ครั้ง ตกครั้งละประมาณ 20 บาท ค่าวัสดุสิ้นเปลือง ที่เห็นจะต้องลงทุน คือ แชมพูอย่างดี 1,000 ซีซี ราคาประมาณ 650 บาท ใช้ได้ประมาณ 50 ครั้ง ครั้งละ 20 ซีซี ค่าใช้จ่ายต่อครั้ง 13 บาท ค่าขี้ผึ้งรักษาสีรถยนต์ ถ้าเอาคุณภาพมาตรฐานถึงดีเยี่ยม ราคาเริ่มที่ 750-1,000 บาท รถยนต์ขนาดกลางใช้ได้ ประมาณ 8 ครั้ง ค่าใช้จ่ายต่อครั้ง 100-200 บาท ทั้งนี้จะได้คุณภาพของขี้ผึ้งรักษาสีคุณภาพสูงมาก รักษาสีได้ดีโดยไม่ต้องลงขี้ผึ้งบ่อย และเบาแรงขัดคุณสุภาพสตรีก็ทำได้ รถล้างสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ในภาพที่ถนนสกปรก มลภาวะแย่มากๆ ค่าใช้จ่ายครั้งละ 33 บาท ค่าน้ำใช้ไม่มาก ค่าใช้อุปกรณ์ที่กล่าวแล้ว เป็นค่าน้ำ 15 บาท รวมค่าล้างรถเอง 48 บาท แต่คุณภาพของงาน และแชมพูที่ใช้เป็นชนิดยอดเยี่ยม และถ้าล้างรถสัปดาห์ละ 2 ครั้งแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องลงขี้ผึ้งทุกครั้ง ลงเดือนละครั้งก็พอ สรุปก็คือ ถ้าจะใช้รถให้สีทนทานนานๆ คือ ควร
จอดเก็บกลางคืน ควรอยู่ใต้หลังคา มีโรงรถยนต์ยิ่งดี หลีกเลี่ยงการผจญภัยมลภาวะ ที่เป็นพิษภัยแก่สี ถ้ามีขี้นกต้องรีบเอาออกนะครับ แต่ต้องทำให้ขี้นกนั้นเปียกชุ่มก่อน แล้วค่อยเช็ดออก ล้างรถสม่ำเสมอเมื่อสกปรก อาจจะเป็นสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ลงขี้ผึ้งรักษาสี ใช้ขี้ผึ้งอย่างดีเดือนละครั้ง ทำเองดีกว่าคือ DIY นั่นเอง ถ้ามีเวลาลงทุนแล้ว รับรองว่าคุ้มค่ากว่า ได้สำรวจรถของตัวเองด้วยครับ

ข้อความคัดลอกจาก siamcar และดัดแปลงเพิ่มเติมนิดหน่อยครับ