โดย อนุรัตน์ ระยับพันธุ์ anuratr@hotmail.com
"น้ำมันเครื่องรถพี่เติมเกินไปเยอะเลยครับ" แล้วก็จัดแจงเข็นเอาเครื่องดูดน้ำมันเครื่องมา แล้วเอาท่อดูดสอดเข้าไปทางช่องเดียวกับที่เราเสียบก้านวัดระดับ
(แน่นอนล่ะครับว่าต้องดึงเอาก้านวัดออกมาก่อน) แล้วเครื่องดูดน้ำมันก็ส่งเสียงดังคร่อกๆ อยู่สี่ห้าครั้ง จากนั้นก็จุ่มก้านวัดระดับน้ำมันเครื่อง แล้วเอามาให้ผมดูว่า
ระดับน้ำมันเครื่องไม่ควรเกินหยักตอนล่าง (นะพี่) หลังจากเสร็จธุระแล้วผมก็ขับออกมา ความรู้สึกที่ผมได้รับคือ การตอบสนองของรถกลับมาเหมือนเดิมแล้ว
แต่นั่นก็ทำให้ผมต้องเปลี่ยนตัวจำเลย จากเจ้าไส้กรองน้ำมันเครื่องไปเป็นร้านที่ผมเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องแทน ซึ่งคงจะไม่ไปเปลี่ยนน้ำมันเครื่องที่นั่นอีก (ตลอดกาล)
ต่อมาไม่นานผมก็ได้ฤกษ์เปลี่ยนน้ำมันเครื่องอีกครั้ง คราวนี้ไปตามปั๊มพ์น้ำมันแถวๆ บ้าน แต่ดูกรรมวิธีทุกขั้นตอน คราวนี้ดูช่างเป็นงานแฮะ ตวงน้ำมันออกครึ่งลิตรก่อน แล้วใส่ที่เหลือ (3 ลิตรครึ่ง) อืม... ใช่ได้ เมื่อขับออกมารู้สึกได้ว่าเครื่องยนต์ตอบสนองตามปกติ แต่ต่อมาไม่นานด้วยความมือคันของผม เพราะดันไปชักก้านวัดน้ำมันเครื่องมาดูตอนที่เพิ่งดับเครื่องได้ไม่นาน คิดว่าน้ำมันเครื่องมันน้อยไปหน่อยนะ จึงเติมเข้าไปอีก คราวนี้ได้เรื่องอีกแล้วครับท่านผู้ชม วิ่งอืดเหมือนเดิม คราวนี้ผมก็ตบพวงมาลัยดังฉาด บรรลุสัจจะธรรมว่าน้ำมันเครื่องเกิน มันออกอาการอย่างนี้นี่เอง แต่ไม่นานก็หน้าเหี่ยว เพราะนึกได้ว่าเราจะไปเอาเครื่องที่ไหน มาดูดน้ำมันออกมาได้ง่ายๆเหมือนที่ศูนย์ล่ะ ? สักครู่สมองอีกซีกหนึ่งก็ตะโกนบอกว่า "ก็ดูดเองดิ" ไม่รอช้าผมก็คว้าท่อพลาสติกขนาดเล็กได้ (เหมือนหนังโทรทัศน์เรื่อง McGyver ที่หาอุปกรณ์รอบตัวมาเป็นประโยชน์ได้อย่างง่ายดาย แต่อย่าเอ็ดไปนะครับ คุณจิตติแกเก่งกว่าผมอีก เพราะคว้าไม้แขวนเสือเก่าๆที่บ้านคุณจุลเดช สยบเสียง Opera ข้างประตูได้) จากนั้นก็สอดท่อเข้าไปทางช่องเสียบก้านวัดเหมือนที่ศูนย์เค้าทำ แล้วก็ดูด..... แต่ผมใช้ปากดูดล่ะครับ พอใกล้ๆ เต็มท่อ ก็ถ่ายใส่กระบอกพลาสติก หลายเที่ยวเชียวกว่าจะออกมาได้มากอย่างที่ต้องการ ดีว่าตอนนั้นดึกแล้ว ไม่งั้นผู้คนในละแวกนั้นคงสงสัยว่า ผมพี้น้ำมันเครื่องเป็นแน่แท้
ท่านผู้อ่านลองกลับไปดูระดับน้ำมันเครื่องนะครับ ว่ารถของคุณนั้นอยู่ในระดับมากน้อยแค่ไหน